หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกเลือกตั้ง 2548 | สุขภาพ
สุขภาพ ข่าว

“ประดิษฐ” เมินหมอชนบทฟ้องศาล ปค.มีสิทธิ์โดนสอบวินัย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 28 มีนาคม 2556 19:18 น.
        วงถกค่าตอบแทนมีมติเปลี่ยนอัตราเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายระยะ 2 ให้เป็นตัวเลขลอย สามารถเปลี่ยนได้หลังพ้นระยะ 1 ที่เหลือเห็นชอบทั้งหมด! ด้าน “หมอประดิษฐ” ไม่แคร์! แพทย์ชนบทฟ้องศาลปกครองหากเดินหน้าจ่าย P4P บอกเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ย้อนถามหากวิชาชีพอื่นฟ้องกลับจะว่าอย่างไร สพศท.ชี้ฟ้องจริงเตรียมถูกสอบวินัย

“ประดิษฐ” เมินหมอชนบทฟ้องศาล ปค.มีสิทธิ์โดนสอบวินัย
        วันนี้ (28 มี.ค.) นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการพิจารณาทบทวนค่าตอบแทนกำลังคนด้านสาธารณสุข ว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับหลักการจ่ายค่าตอบแทนแบบผสมผสานคือ ยังคงมีทั้งเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายและตามภาระงาน (P4P : Pay for Performance) โดยพื้นที่เสี่ยงภัย ทุรกันดารยังคงมีเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายในอัตราเดิม ส่วนการจ่ายแบบ P4P จะมีการพิจารณาทั้งจากภาระงานและภารกิจ ไม่ใช่แค่การตรวจคนไข้อย่างเดียว แต่รวมงานส่งเสริมป้องกันโรคด้วย เป็นต้น ที่สำคัญยังพิจารณาทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยกับการจัดแบ่งพื้นที่โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ใหม่ และตัวเลขอัตราเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ซึ่งแบ่งการดำเนินการเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเริ่ม 1 เม.ย. 2556 และระยะ 2 เริ่ม 1 เม.ย. 2557 ซึ่งระยะที่ 2 สามารถดำเนินการปรับปรุงรายละเอียดได้ตามผลการประเมินของการใช้ในระยะที่ 1
       
       “กรณีเชิญกลุ่มแพทย์ชนบทประชุมแล้วแต่ไม่มา ทราบว่าจะไปชี้แจงกับคณะกรรมการกลั่นกรองเลย ก็เสียใจที่ว่าทำไมไม่มาหารือในรายละเอียดร่วมกันก่อน แล้วเข้าไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการกลั่นกรองเลยนั้นจะได้รายละเอียดไม่ครบ เพราะมีเวลาจำกัด ส่วนการจะฟ้องศาลปกครองหากรัฐบาลเดินหน้าปรับวิธีจ่ายค่าตอบแทนเพราะถือว่าทำให้เสียสิทธิ์นั้น สามารถทำได้ตามสิทธิ์ที่มี แต่ขอถามว่าถ้าวิชาชีพอื่นไปฟ้องศาลเช่นกันว่า การไม่ดำเนินการเรื่องนี้ทำให้เสียสิทธิ์บ้างจะเป็นอย่างไร” รมว.สาธารณสุข กล่าว
       
       นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดสธ. กล่าวว่า สธ.ได้ดำเนินการประชุมร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตามที่ ครม.มอบหมาย เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ ผู้แทนจากกรมต่างๆที่มีหน่วยบริการในสังกัด ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เภสัชกร ทันตแพทย์ พยาบาลจาก รพศ./รพท.และโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) สภาการพยาบาล ทันตแพทยสภา ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย และสหวิชาชีพต่างๆ ส่วนแพทย์จาก รพช.ไม่เข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบ 3 เรื่องหลัก คือ 1.การแบ่ง รพช.ออกเป็น 4 พื้นที่คือ พื้นที่ชุมชนเมือง พื้นที่ปกติ พื้นทีเฉพาะระดับ 1 และพื้นที่เฉพาะระดับ 2 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน โดยจะแจ้งให้พื้นที่ทราบและเปิดให้มีการเสนอความเห็นเพิ่มเติมสำหรับการทบทวนภายใน 19 เม.ย.นี้ 2.การกำหนดอัตราเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เห็นด้วยตามที่ สธ.กำหนด แต่เภสัชกรขอให้มีการพิจารณา เนื่องจากได้รับเพียง 3,000 บาท ส่วนในระยะที่ 2 มีการเสนอให้เป็นตัวเลขอ้างอิง สามารถปรับได้หลังประเมินผลการดำเนินการพ้นระยะที่ 1 และ 3.หลักการจ่ายแบบ P4P ซึ่งขณะนี้ทุกวิชาชีพพร้อมที่จะดำเนินการเก็บข้อมูล ส่วนพื้นที่ที่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศยังไม่ดี สธ.และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) จะเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ
       
       “จากนี้ สธ.จะต้องไปพิจารณาในการออกระเบียบ 2 ฉบับ คือ ระเบียบเรื่องเงินบำรุงโรงพยาบาล ว่าด้วยอัตราค่าตอบแทนเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย ให้เป็นไปตามที่มีการกำหนดใหม่ที่จะใช้ในระยะที่ 1 และระเบียบเรื่องเงินบำรุงโรงพยาบาล ว่าด้วยการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างระเบียบทั้ง 2 ฉบับ” ปลัด สธ.กล่าว
       
       พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย (สพศท.) กล่าวว่า หากกลุ่มแพทย์ชนบทจะยื่นฟ้องศาลปกครองจริงก็ขอให้คิดทบทวนก่อน เนื่องจากหากยืนยันที่จะฟ้องก็จะต้องเตรียมถูกสอบวินัยจาก 2 สาเหตุ คือ 1.สร้างความแตกแยกให้กับ สธ.โดยการให้ข้อมูลเท็จและกล่าวหาผู้บังคับบัญชา และ 2.ไม่ให้ความร่วมมือกับ สธ.เพราะในการประชุมเรื่องค่าตอบแทนในวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายทุกกลุ่มวิชาชีพเข้าร่วมประชุมหมด ยกเว้นกลุ่มแพทย์ชนบทเท่านั้น ซึ่งในการประชุมทุกฝ่ายก็เห็นด้วยกับหลักการ และจะเริ่มดำเนินการไปก่อน 1 ปี หากมีปัญหาในเรื่องใดก็ค่อยปรับปรุงและแก้ไขต่อไป
       
       ล้อมกรอบ
       
       สำหรับ รพช.มีจำนวนทั้งสิ้น 738 แห่ง การจัดพื้นที่ใหม่ แบ่งเป็นพื้นที่ชุมชนเมือง 33 แห่ง ได้แก่ รพช.เขตเมือง 13 แห่ง รพ.บางกรวย รพ.บางบัวทอง รพ.บางใหญ่ รพ.ปากเกร็ด รพ.พนัสนิคม รพ.บ้านบึง รพ.อ่าวอุดม รพ.บางบ่อ รพ.บางจาก รพ.สามพราน รพ.ป่าตอง รพ.ถลาง และ รพ.หางดง
       
       ส่วน รพช.เตรียมยกเป็น รพท.20 แห่ง ได้แก่ รพ.บางละมุง รพ.กบินทร์บุรี รพ.บางพลี รพ.แกลง รพ.อรัญประเทศ รพ.มาบตาพุด รพ.ชุมแพ รพ.กุมภวาปี รพ.เดชอุดม รพ.50 พรรษาฯ รพ.วารินชำราบ รพ.ปากช่องนานา รพ.เทพรัตน์นครราชสีมา รพ.สว่างแดนดิน รพ.นางรอง รพ.ปราสาท รพ.ฝาง รพ.จอมทอง รพ.สิชล และ รพ.ทุ่งสง
       
       รพช.พื้นที่เฉพาะระดับ 1 จำนวน 66 แห่ง ประกอบด้วย รพ.เซกา รพ.ทองผาภูมิ รพ.ปาย รพ.แม่สะเรียง รพ.ลี้ รพ.เชียงของ รพ.ด่านซ้าย รพ.นครไทย รพ.กงหรา รพ.เกาะช้าง รพ.เกาะพะงัน รพ.คุระบุรีชัยพัฒน์ รพ.ชัยบุรี รพ.ชาติตระการ รพ.ชานุมาร รพ.เชียงม่วน รพ.ดงหลวง รพ.ดอยเต่า รพ.ตาพระยา รพ.ถ้ำพรรณรา
       
       รพ.ท่าคันโท รพ.ทุ่งช้าง รพ.ทุ่งหว้า รพ.ทุ่งหัวช้าง รพ.เทพา รพ.นาจะหลวย รพ.นาทม รพ.นาน้อย รพ.นายูง รพ.นาหมื่น รพ.น้ำเกลี้ยง รพ.น้ำยืน รพ.น้ำโสม รพ.น้ำหนาว รพ.นิคมน้ำอูน รพ.โนนคูณ รพ.บางขัน รพ.บ้านหลวง รพ.บึงโขงหลง รพ.บุ่งคล้า
       
       รพ.ปากชม รพ.ปางศิลาทอง รพ.พนมดงรักฯ รพ.พบพระ รพ.พะโต๊ะ รพ.ฟากท่า รพ.ภักดีชุมพล รพ.ภูสิงห์ รพ.ภูหลวง รพ.เมยวดี รพ.เมืองจันทร์ รพ.แม่แจ่ม รพ.แม่พริก รพ.แม่ระมาด รพ.แม่วงก์ รพ.แม่อาย รพ.ยางสีสุหราช รพ.ละอุ่น รพ.ศุกร์ศิริศรีสวัสดิ์ รพ.พยาบาลสถานพระบารมี รพ.สมเด็นพระปิยฯ รพ.สองแคว รพ.สังคม รพ.สันติสุข รพ.สุขสำราญ และ รพ.จะนะ
       
       รพช.พื้นที่เฉพาะระดับ 2 จำนวน 48 แห่ง ได้แก่ รพ.โคกโพธิ์ รพ.ท่าสองยาง รพ.ระแงะ รพ.รามัน รพ.รือเสาะ รพ.อุ้มผาง รพ.ยะหา รพ.สายบุรี รพ.ยี่งอฯ รพ.กรงปีนัง รพ.กะพ้อ รพ.กาบัง รพ.เกาะกูด รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์ รพ.เกาะลันตา
       
       รพ.ขุนยวม รพ.จะแนะ รพ.เจาะไอร้อง รพ.เฉลิมพระเกียรติ รพ.ตากใบ รพ.ทุ่งยางแดง รพ.ธารโต รพ.นาแห้ว รพ.บ่อเกลือ รพ.บันนังสตา รพ.บาเจาะ รพ.บ้านโคก รพ.ปะนาเระ รพ.ปางมะผ้า รพ.มายอ
       
       รพ.แม่ฟ้าหลวง ระ.แม่ลาน รพ.แม่ลาน้อย รพ.ไม้แก่น รพ.ยะรัง รพ.ยะหริ่ง รพ.เวียงแก่น รพ.เวียงแหง รพ.แว้ง รพ.ศรีสาคร รพ.สบเมย รพ.สะบ้าย้อย รพ.สังขละบุรี รพ.สุคิริน รพ.สุไหงปาดี รพ.หนองจิก รพ.อมก๋อย และรพ.วัดจันทร์ฯ นอกเหนือจากนี้จัดเป็น รพช.พื้นที่ปกติ จำนวน 591 แห่ง
       
       ส่วน รพท./รพศ.แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ พื้นที่ปกติ 87 แห่ง พื้นที่เฉพาะ กลุ่ม ก จำนวน 7 แห่ง คือ รพ.เกาะสมุย รพ.ตะกั่วป่า รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ รพ.ปัตตานี รพ.ยะลา รพ.บึงกาฬ และ รพ.สุไหงโก-ลก ส่วนพื้นที่เฉพาะ กลุ่ม ข จำนวน 2 แห่ง คือ รพ.เบตง จ.ยะลา และ รพ.ศรีสังวาล จ.แม่ฮ่องสอน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตื่นชาวอังกฤษมาจากเขตระบาดอีโบลาตายคาคอนโดภูเก็ต เร่งตรวจเชื้อ คุมผู้สัมผัส 25 คน แม้ไม่เข้าเกณฑ์
"หมอรัชตะ" ลั่นไม่เคยพูดปลดปลัด สธ. ตั้งกุนซือไม่เลือกข้าง
เตือนฟอกฟันขาวด้วยน้ำมะนาว-เบคกิงโซดา เรื่องลวงโลก
เสนอยกเลิกกองทุนย่อย สปสช.คีย์ข้อมูลแลกเงิน
วิจัยพบ 3 จุดเสี่ยงระบบจัดการยาเอื้อทุจริต
ยังไม่มีผู้โหวต
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
สั่งปิดคลินิกศัลยกรรมทำแหม่มอังกฤษตาย 60 วัน จำคุกหมอ 2 คน
ตื่นชาวอังกฤษมาจากเขตระบาดอีโบลาตายคาคอนโดภูเก็ต เร่งตรวจเชื้อ คุมผู้สัมผัส 25 คน แม้ไม่เข้าเกณฑ์
เตือนฟอกฟันขาวด้วยน้ำมะนาว-เบคกิงโซดา เรื่องลวงโลก
เสนอยกเลิกกองทุนย่อย สปสช.คีย์ข้อมูลแลกเงิน
"หมอรัชตะ" ลั่นไม่เคยพูดปลดปลัด สธ. ตั้งกุนซือไม่เลือกข้าง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 21 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 15 คน
72 %
ไม่เห็นด้วย 6 คน
28 %
ความคิดเห็นที่ 30 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แตะหมูเข้าปากหมา เรื่องดี ๆ ไม่ทำ เก่งแต่เรื่องเลว ๆ ที่เพียงรับใช้ทักษิณเท่านั้น
412
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 29 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมมองว่ามันมีทั้งข้อดีและไม่ดีนะครับ P4P ก็ดีตรงที่จูงใจให้คนทำงานมากขึ้น แต่มันก็อาจทำให้เกิดข้อเสียหลายๆอย่างเช่นกัน ผมเคยอยู่รพ.ศูนย์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีเวรตรวจOPDนอกเวลา คิดเป็น P4P คือแพทย์ได้ค่าเวรตามจำนวนเคสที่ตรวจได้ ซึ่งปรากฏว่ามีแพทย์มือปืน มาตรวจ 4 ชม.ได้ 100 เคส เนื่องจากพอผป.มานั่งเก้าอี้รอตรวจปุ๊บ หมอเขียนใบยาเสร็จปั๊บและให้ลุกออกไปเลย โดยไม่ได้คุยหรือตรวจกับคนไข้ซักคน แุถมมีการสั่งพยาบาลหน้าห้องว่าจะไม่รับตรวจเคสที่คนไข้นั่งรถเข็นหรือนอนเตียงเปลรอตรวจ เพราะกลัวว่าจะทำยอดได้ไม่เยอะ ขณะที่แพทย์ staff บางท่าน นอนอยู่บ้านสบายๆ ตอนเช้ามาจดชื่อเคสที่แอดมิทตอนอยู่เวร(แต่ไม่เคยมารับคนไข้ด้วย) เพื่อเอาไปเบิกค่าเวรที่คิดเป็น P4P โดยที่แพทย์ใช้ทุนที่อยู่เวรด้วยกัน แต่ไม่ได้นอนทั้งคืน ได้ค่าเวรเป็นเหมาจ่าย ปัญหาหลักของสังคมปัจจุบัน ผมมองว่าเกิดจากจิตสำนึกและจรรยาบรรณของแพทย์บางท่าน แน่นอนว่าทุกสังคมย่อมมีทั้งคนดีและไม่ดี แต่เราจะทำยังงัยให้มีคนไม่ดีให้น้อยที่สุด(ทำให่ไม่มีเลย คงเป็นได้แค่จินตนาการอยู่แล้ว) แน่นอนว่ามันเริ่มต้้นมาจากสถาบัันครอบครัวและสถาบันการศึกษา ที่ปัจจุบันเราใส่ใจกันเต็มที่แค่ไหน ผมว่าถ้าคนมันมีจิตสำนึกไม่ดี ไม่ว่าคุณจะใช้ระบบอะไร เค้าก็หาช่องทางให้ตนเองได้อยู่ดี
หมอคนนึง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมมองปัญหาจากคนวงนอกนะครับ ปัญหาเกิดจากหมอขาดแคลนและคนไข้ต่อหมอมากสำหรับหมอที่อยู่ในเมือง
ส่วนชนบทถิ่นทุรกันดารก็ทำหน้าที่หลายอย่างมากกว่ารักษาคนไข้อย่างเดียว ดังนั้นแต่ละส่วนก็มีภาระหนักไม่ต่างกัน ค่าตอบแทนอาจจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ load factor กับ inconvenient factor ถ้าในเมืองตัวคูณ load มาก ค่ากันดารน้อย ถ้าอยู่ ชนบทค่า load น้อยแต่ค่ากันดารมาก โรงพยาบาลปานกลางก็ ค่า load กับ ค่ากันดารใกล้เคียงกัน ดังนั้น การจ่ายค่าตอบแทนเท่ากันทั้ง ในเมือง ชนบทเท่ากันซึ่งผมคิดว่าเป็นธรรมครับ

ปัญหาคือการเพิ่มการผลิตหมอให้พอเพียงกับประชากรมากกว่า

สาธารณสุขต้องมี เมกะโปรเจค ด้านการลงทุนสร้างคนเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากขึ้น เช่น ขยายกำลังผลิตแพทย์ จากปีละ 3000 คน เป็น 6000 คนต่อปี ลงทุนประมาณ 120,000 ล้าน/ปี (รวมค่าสร้างโรงเรียนแพทย์โรงพยาบาลและเครื่องมือ) ซึ่งคุ้มค่าในระยะยาว เพราะทุกคนปลายทางชีวิตคือเข้าออกโรงพยาบาล
dna
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 26 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ท่อ......ถ้าเลิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงกันดารให้พ้ม เซย์เซี้ยว่าตกเดือนละ50,000 แล้วพ้มจะเอาตังค์ไหนไปผ่อนเบนซ์ต่อหละคร๊าบ....ท่านรมต.ประดิษฐ์ เพิ่งถอยมาได้2ปีเอง เหลือส่งอีก2ปีนะจ๊ะ
หมอชนบท
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเทศสหราชอาณาจักรใช้ระบบ Pay-for-Performance (P4P) มาตั้งแต่ปี 2004 และเป็นประเทศที่ใช้ P4P จริงจังและใหญ่ที่สุดในโลก โดยใช้เงินร่วมพันล้านปอนด์ต่อปี โดยเป้าหมายเพื่อที่จะให้ค่าตอบแทนเพิ่มเติม (รางวัล)แก่บุคลากรทางการแพทย์ในการให้บริการที่มีคุณภาพ (Quality care) และให้ผู้ป่วยหายจากโรค (Patient outcomes) ซึ่งสหราชอาณาจักร ไม่ได้เรียก P4P program แต่เรียกเป็น “Quality and Outcomes Framwork (QOF)” ซึ่งหมายถึงการเน้นเรื่องคุณภาพและผลลัพธ์สุดท้ายในการรักษาผู้ป่วย โดยหวังว่า เมื่อมี ค่าตอบแทนเพิ่มเติมให้แพทย์นั้นจะทาให้บริการมีคุณภาพและผู้ป่วยได้ประโยชน์จากการรักษา
ส่วน P4P ในไทยนั้น เข้าใจว่า มีฐานคิดมาจากการให้ค่าตอบแทน แก่บุคลลากรทางการแพทย์เพื่อป้องกัน สมองไหลไปสู่ภาคเอกชน โดยที่ P4P เป็นการเพิ่มเติมค่าตอบแทนเพื่อเป็นแรงจูงใจตามปริมาณงานและเวลาที่ทา ถ้าทางานปริมาณมากใช้เวลามากก็จะได้ค่าตอบแทนมาก จากเอกสารของกระทรว งสาธารณสุข ระบุว่า P4P เป็น การใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ ขวัญและกาลังใจ (ซึ่งคาว่าคุณภาพนั้น ไม่มีการวัด แต่ป ระเมินเป็นตัวเลข เพื่อเป็นแค่ตัวคูณ เมื่อคิดปริมาณงานได้แล้ว)
มีการประเมิน QOF ของสหราชอาณาจักรโดยงานวิจัยหลายๆชิ้นพบว่า QOF นั้นล้มเหลวในการทาให้สุข ภาวะของประชากรดีขึ้ น แม้ว่าจะพยายามปรับป รุงตัวชี้วัดให้ตรงกับ ผลลัพธ์ของสุขภาพมาแล้วหลายครั้งก็ตาม ส่วน P4P ในประเทศไทยนั้น ได้ทดลองใช้ใน รพ .พาน เชียงราย และ รพ .สูงเนิน นครราชสีมา มาตั้งแต่ปี 2546 และพบว่าสร้างแรงจูงใจกับผู้ปฎิบัติงานได้ มีผลิตภาพ (Productivity) ในการทา งานสูงขึ้น แต่ไม่ได้ประเมินว่า สุขภาพของประชาชนดีขึ้น หรือ คุณภาพในการรักษาดีขึ้นหรือไม่
จะเห็นได้ว่า ฐานคิด P4P ของไทยเรากับ QOF ของประเทศสหราชอาณาจักรนั้นแตกต่างกันตั้งแต่ เริ่มต้นแล้ว ดังนั้นคา ถามที่ต้องตอบคือ เมื่อใช้ P4P ในไทยแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ลองพิจารณาจากบทเรียนการใช้ P4P ในประเทศต่างๆ จากงานวิจัยต่อไปนี้
ใช้ P4P ทาให้เกิดละเลย “การรักษาให้ผู้ป่วยดีขึ้น”
จากเอกสารบทเรียนการใช้ P4P ที่องค์การอนามัยโลกทาที่ Estonia ในปี 2008 ได้ระบุชัดว่า การใช้ P4P ในการบริหารจัดการการให้บริการสุขภาพนั้น อาจจะเกิดภาวะที่เรียกว่า “ทาอะไรบางอย่างให้ผู้ป่วย (doing things to patients)” หมายถึงการบริการทางการแพทย์จะเป็นการให้ บริการอะไรไปบ างอย่าง และสิ่งที่ให้นั้นจะ นามาเพื่อจะใช้คานวนการจ่ายค่าตอบแทน ซึ่งจะทาให้มีการละเลย “การรักษาให้ผู้ป่วยดีขึ้น (make patients better)” ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของการทางานบริการสุขภาพ บริการทางการแพทย์จะไม่คิดถึงการให้บริการเพื่อการ รักษาให้ผู้ป่วยหายจากโรค แต่จะคานึงถึง กิจกรรม หรือ งานบริการ เท่านั้น
การ ถูกหล่อหลอมผ่านระบบการทางานแบบ P4P ไปเรื่อยๆ ความเป็น แพทย์ ของบุคลลากรทาง การแพทย์ จะค่อยๆลดลง เป้าหมายในการรักษาผู้ป่วยก็จะถูกปรับ เปลี่ยน ไปเรื่อยๆ โดยที ไม่รู้ตัว กลายเป็นการ ทางานที่ไม่มีหัวใจความเป็นมนุษย์ กลายเป็น ทางานภายใต้ กระบวนทัศน์ของ ระบบกลไก ซึ่งลดทอนคุณค่าความ เป็นคนลงไป
ใช้ P4P ทาให้ คุณภาพการรักษาลดลง
งานวิจัยที่ทบทวนระบบ P4P ของ Bruin และคณะ ที่ตีพิมพ์ใน British Medical Journal ปี 2011 โดย ได้ทบทวนระบบ P4P ในประเทศอเมริกา เยอรมัน ออสเ ตรเลีย พบว่า ระบบ P4P แม้จะทาให้ productivity ของบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น แต่ ไม่มีหลักฐานทางวิช าการอ้างอิงไ ด้ว่า จะทาให้การให้ ผู้ป่วยได้รับ บริการ สุขภาพดีขึ้น โดยเฉพาะ ในเรื่องของคุณภาพการรักษา แต่ในทางกลับกัน อาจจะเกิดผล ทางลบ ที่เรียกว่า “distortion effect” คือ จะไปลดคุณภาพในการรักษาลง เมื่อต้องให้บริการสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ เพรา ะมี แรงจูงใจทเี่ป็นค่าตอบแทน มีโอกาสมากที่บุคคลากรทางการแพทย์จะลดคุณภาพในการรักษาลง
ทั้งนี้เราไม่สามารถโทษว่า บุคคลากรทางการแพทย์ไม่มีจริยธรรมในการรักษา แต่ตัวระบบที่ใช้เป็นตัวบีบ บังคับให้บุคคลากรทางการแพทย์ค่อยๆถูกกลนื ไปที่ละเล็กละน้อย จนไม่รู้ตัว
ใช้ P4P ทาให้ สุขภาพไม่ได้ดีขึ้น
วิจัยของ Fleetcroft และคณะในปี 2012 ที่วิเคราะห์ P4P ใน ประเทศสหราชอาณาจักร พบว่า เงิน ค่าตอบแทนที่เพิ่มลงไปในระบบ P4P ทาให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาช นน้อยมาก ยิ่งไปกว่านั้น ยังไป เพิ่มการให้บริการที่มีค่าตอบแทนสูง โดยที่บริการนั้นๆทาให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพน้อยมาก และบริการที่ไม่มี ค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนน้อยมากก็จะถูกละเลยไป
ตัวอย่างในสหราชอาณาจักรชัดเจนมากว่า เมื่อใช้ P4P ไปแล้ว 2 ปี มีการรักษาเพิ่มขึ้นใน ผู้ป่วยในห้ากลุ่ม โรคที่มีการตอบแทน ส่วนผู้ป่ วยที่เป็นโรคที่แพทย์ไม่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มนั้น จะถูกละเลยไม่ได้รับการรักษา เท่าที่ควรจะเป็น
ส่วนคาตอบที่ว่า P4P ถ้าทาแล้วสุขภาพช่องปากของคนไทยจะดีขึ้นหรือไม่นั้น จะต้องดูว่า บริการทันต - กรรมอะไรบ้างที่ส่งเสริมสุขภาพช่องปากของคนไทย และบริการนั้นๆได้ค่าตอบแทนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่วนใหญ่ การคิดค่าตอบแทน P4P มักจะใช้ฐานคิดจาก ความยากง่ายของการรักษา เวลาที่ใช้ในการรักษา มากกว่าที่จะคิด ว่า งานบริการอะไรทาให้สุขภาพช่องปากดีขึ้น
ส่งท้าย
การที่ผู้บริหารตัดสินใจใช้ระบบอะไรในการบริหาร งานนั้น เป็นการสะท้อนความคิด ความเชื่อพื้นฐานใน การบริหารงาน การใช้P4Pเป็นแนวคิดการบริหารที่คิดว่าบุคคลากรทางการแพทย์มุ่งหวังผลตอบแทนที่เป็นตัว เงินในการทางาน แต่ที่จริงแล้วคนที่ทางานทุกคน มีชีวิตจิตใจ มีต้องการในเรื่องความหมายและคุณค่าของตนต่อ งานที่ทา ดังนั้น ปัญหาในการบริหารคือทาอย่างไรจึงจะบริหารงานโดยเน้นที่การทาให้ “คน” มีความภาคภูมิใจใน การทางาน ทาให้คนนั้นๆ เป็นหัวใจสาคัญในการคิดระบบการทางานให้ดีขึ้น มีผลงานที่มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ซึ่ง จะส่งผลต่อคุณภาพในการให้บริการ และส่งผลถึงสุขภาพของประชาชนต่อไป
P4P โดย ทพ.ดร.ธงชัย วชิรโรจน์ไพศาล
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
P4P is a beautiful term to cut the payment . Thailand is not ready for P4P . Try to use P4P for the politicians or police department first . We are too corrupted from head to toe .
j.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 20 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ส่วนมากคนที่มาโพสในนี้ไม่ใช่คนในชนบท แต่เข้ามาแสดงความคิดเห็นยังกับอยู่ในชนบท ผมอยู่ในชนบทครับ
คนที่เค้าได้รับผลจากกรณีนี้โดยตรง เค้าไม่มีสิทธิที่จะออกมาเรียกร้องด้วยตัวเองเลยครับ คนพวกนี้ไม่มีปากเสียง ส่วนคนที่มีปากเสียงกลับไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะอยู่ในเมือง

ใครบอกว่าคนไม่ทำงานในเมืองคิดผิดแล้วครับ ถูกแล้วครับที่บอกว่าคนไม่เลือกไปโรงพยาบาลจังหวัด แต่เฉพาะแพทย์ทั่วไปจบใหม่นะครับเพราะอะไรครับ เพราะงานหนัก เงินน้อยครับ แต่/ม่ใช่หนักธรรมดานะครับ หนักมาก เพราะแพทย์รุ่นพี่ทิ้งงานให้ให้เยอะเลย ผมบอกเลยครับ ผมเรียนจบผมเข้าเมืองแน่ๆ ครอบครัว ลูกอีก ต้องคิดถึงทั้งหมด ชีวิตไม่ได้แค่ทำงานที่ไหนก็ได้มีเงินพอนะครับ

ครอบครัวสำคัญ ลูกสำคัญ หมอบางคนยอมมารับรายได้ต่ำๆเพราะลูกต้องเรียนในเมือง อย่าว่าหมอเลยครับ พ่อผมสมัยผมเรียน แกยอมทำงานในเมืองรายได้น้อยกว่าต่างจังหวัดเท่าตัวเพื่อให้ผมได้เรียนโรงเรียนดีดี พอผมเข้ามหาลัยแกถึงกลับไปทำงานต่างจังหวัด เงินดีกว่ากันเยอะ ปัจจัยมันเยอะ เสียดายจังที่คนมองกันแคบๆ

ใครว่างๆลองออกไปใช่ชีวิตชนบทจริงๆสักเดือนนะครับ คุณจะเข้าใจอะไรมากขึ้น เข้าใจว่าคนเมืองไปอยู่ไม่ได้หรอกครับ

ผมเป็นแพทย์คนนึงที่ไม่มีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้เพราะผมวางแผนชีวิตตัวเองไปในทางในเมืองนะครับ ถึงตอนนี้ผมไม่ถูกตัดเงินแน่ๆครับ เพราะตัดผมไม่ทัน ผมจะออกก่อนครับ แต่/ม่ได้ด้วยสาเหตุอันนี้ครับ สาเหตุจากการวางแผนชีวิตเดิม ดังนนั้นผมคือแพทย์ในชนบทที่กำลังจะไม่ได้อยู่ในชนบท ผมจึงไม่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ แต่ออกจะได้ผลประโยชน์ด้วยซ้ำเพราะกำลังจะอยู่ในเมือง แต่ผมเห็นว่าคนชนบทนั้นด้อยโอกาสจริงๆ ด้อยขนาดที่ใครไม่อยู่ไม่รู้หรอกครับ คนพวกนี้โดนนักการเมืองหลอกถูกสังคมรังเกียจ ไม่มีโอกาสแม้กระทั่งเข้าใจว่าหมอมันประท้วงอะไรของมัน ไม่เข้าใจแม้ว่าหมอชนบทกำลังเรียกร้องแทนพวกคุณอยู่ บางคนด้อยโอกาสที่จะรู้ เหมือนที่คุณเรียกพวกเค้าว่าควายแดง ซึ่งเกิดจากว่าเค้าขาดโอกาสแม้กระทั่งรับความเข้าใจ ประเทศเราถึงเกิดชั้นวรรณะเทียมๆแบบทุกวันนี้ ที่นักการเมืองพวกฉวยโอกาสใช้ คนพวกนี้จะรู้ตัวต่อเมื่อเหตุการณ์มาถึงแล้วเท่านั้น เหมือนเรื่องค่าแรง300รู้ตัวเมื่อตกงาน

ลองเปิดใจคิดดูหน่อยเถอะครับ อะไรที่จะทำให้คนออกชนบทได้ หมอชนบทบางส่วนอาจจะไม่มีที่ไปต่อ แต่อีกครึ่งนึงมีนะครับ คนเสียไม่ใช่คุณคุณพูดอะไรก็ได้ เมื่อคุณเป็นฝ่ายสูญเสียบ้างคุณจะพูดยังไงอยากรู้
นนนน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงๆถ้าใครเคยมาสัมผัสชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล เดินทางมารพ.ลำบากมีรถมารพ.รอบเดียวถ้ามาหาหมอรอนาน หรือกลับไม่ทันรอบรถต้องเหมารถกลับบ้านเสียค่าเหมารถเป็นร้อยหรือเป็นพันซึ่งสำหรับชาวบ้านหาเช้ากินค่ำมันหนักหนาสำหรับเขา การที่มีหมออยู่ในรพช. ทำงานดูแลคนไข้แบบใกล้ๆมันก็น่าจะดีสำหรับคนที่เขาด้อยโอกาส แต่การที่หมอในรพช.จะทำหน้าที่เหมือนเทียนเล่มเดียวในความมืดที่ให้แสงสว่างแก่ชาวบ้านเงินเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายเยอะๆอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง
เรื่องของเรื่องคือทำอย่างไรจะแก้ปัญหาแพทย์ชนบทขาดแคลน และทำอย่างไรจะตอบแทนแพทย์รพท./รพศ.ให้สมกับที่เขารับภาระดูแลคนไข้หนักๆ จำนวนเยอะๆ ที่รับreferจากรพช.บางทีิสจต้องแยกจ่าย2อัตราคือ หมอชนบทจะให้ไปคิดแบบP4Pเหมือนรพท./รพศ.คงไม่ได้แต่อาจต้องหาrateที่เหมาจ่ายที่ไม่สูงน่าเกลียดแบบที่เป็นนี้เช่นศึกษาดูว่าcritical periodที่แพทย์ส่วนใหญ่สามารถทนอยู่ในชนบทได้ด้วยเงินเหมาจ่ายrateหนึ่ง แล้วถ้าอยู่ได้นานระยะหนึ่งเช่น 10ปี ก็ไม่ต้องจ่ายมากมายเพราะถ้าเขาอยู่ได้ขนาดนี้ก็น่าจะอยู่ต่อได้อีกโดยที่เงินไม่ใช่หลัก
แต่มันจะมีปัจจัยอื่นๆ เช่นที่เรียนของลูก อัตราเงินเดือน ความก้าวหน้าของงานเช่นอาจต้องหาทางให้แพทย์ทำผลงานให้ได้ซี8ซี9ได้ง่ายแต่ไม่ทุเรศเกินไปเพราะพอซีสูงๆโดยเฉพาะซี9 เพดานเงินเดือนมันสูงถเาไม่โลภมาก ไม่มีเมียน้อยก็น่าอยู่ได้นะ
เคยมีงานวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อัตราคงอยู่ของแพทย์ในชนบท พบว่าคนที่อยู่ชนบทไม่นานเงินจะเป็นปัจจัยแรกๆ แต่พออยู่มานานๆเงินจะเป็นปัจจัยรอง ครอบครัวและการงานจะเป็นปัจจัยแรกๆ หวังว่าแพทย์ชนบทกับแพทย์รพท./รพศ.จะหาจุดร่วมกำจัดจุดต่างแล้วหาทางออกเพื่อให้เราwin winไม่ตกเป็นเหยื่อนักกการเมืองที่เขารู้จุดอ่อนยุให้เราแตกกันแล้วก็สอยเอาซะ สุดท้ายพอรพท./รพศ.ออกมาเรียกร้องบ้างแพทย์ชนบทก็จะคัดค้านหรือไม่เข้าร่วมสุดท้ายเราบรรดาแพทย์ที่เรียกว่าระดับหัวกะทิของประเทศก็ไม่สู้หัวหมอ(ควายๆ)ของนักการเมือง
smartsurg@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เรื่องP4Pดูเหมือนจะดี แต่ระบบยังไม่well establish กระทรวงยังไม่มีstudyที่ได้ค่างานที่ทำให้คนพึงพอใจได้เสมอภาค ก็เหมือนกับเบี้ยเหมาจ่ายที่หมอเราเองทะเลาะกันเพราะคนอยู่รพท.รพศ.มองว่ารพช.ไม่ทำอะไรมีแต่refer ส่วนว่าP4Pทำแล้วใครได้ประโยชน์ ถ้ามองimpactต่อระบบสาธารณสุขหรือต่อคนไข้ มีcochrane reviewระบบP4Pที่เขาทำมานานในอังกฤษ พบว่าไม่ได้improve outcome ของคนไข้แปลว่าถ้าใครมาอhางว่าP4Pทำแล้วทำให้หมอทำงานได้คุณภาพดีขึ้นประโยชน์มีกับคนไข้อาจต้องทบทวนคำพูดใหม
smartsurg@gmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็คงมีแพทย์โรงพยาบาลชุมชนลาออกอยู่หรอก
นโยบายจะผิดถูกก็ว่ากันต่อไป ปลัด รมต ต้องรับผิดชอบ
แต่อยากเห็นหมอเกรียงศักดิ์ลาออกเพื่อประท้วงก่อนเป็นคนแรก
หมอเหมือนกัน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 16 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัจจุบัน รพ ที่เเรียกว่าตัวเป็นชนบท หลายแห่งอยู่ในเขตที่เจริญกว่า รพ ศูนย์เสียอีก
ห้ามแตะต้องหมอชนบท
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 15 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกหมอที่อ้างชนบท ท่านตรวจคนไข้เดือนถึงสิบคนหรือเปล่า. ถึงกลัว P4P นัก
เคยเจอแอบเดินเล่นในเวลาราชการที่ ห้างใน กทม
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +15 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เงินเหมาจ่ายหมออย่างเดียวมากกว่าค่ายาคนไข้ใน1 ปี เหมาจ่ายหมอคนเดียวมากกว่าพยาบาลทั้ง รพ. แนะ พยาบาลเดินขบวนฟ้องศาลปกครองกับพวกหมอชนบท(เทียมๆ)เลยครับ

เรื่องจริง
อยู่ รพช แห่งหน่ึงข้างเซ็ลทรัล จ้างล้านนึงก้อไม่ย้าย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
P4P มาเมื่อไร รับรองพวกเข้าor สัปดาห์ละวัน ออก opd สัปดาห์ละวัน ร้องเอ๋งแน่
จริงไหม ประชุมพร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รพช 591 แห่งพื้นที่ปรกติเตรียมระบบ P4P ใด้เลยหนีใม่พ้น55555
P4P
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +10 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
..ถ้า P4P ดีจริงดังว่า.. เสนอท่านปลัดชงเรื่องท่านรัฐมนตรีให้ใช้P4Pกับ..ครม.ชุดปัจจุบันด้วยนะครับ..ถือเป็นนวตกรรมใหม่และต้นแบบหน่วยงานของรัฐ..
หิ่งห้อย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าดื้อจ่ายตามเดิมก็จะถูก สตง. สอบ ออกจากราชการสถานเดียว
ลาออกดีกว่า เห็นแก่ตัวขนาดนี้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. ทุกความคิดเห็นจะถูกส่งขึ้นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยนโดยอิสระ
2. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
3. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
4. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014