หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกท่องเที่ยว | ถึงไหนถึงกัน
 
อย่าให้ “พระปรางค์วัดอรุณ”เหมือนกับ “พระธาตุพนม”/ปิ่น บุตรี ดูภาพชุดจาก Manager Multimedia
โดย ปิ่น บุตรี 17 สิงหาคม 2555 18:38 น.
       โดย : ปิ่น บุตรี (pinn109@hotmail.com)

พระปรางค์วัดอรุณยามตะวันใกล้ลับขอบฟ้า
       “ไม่อยากให้พระปรางค์วัดอรุณฯ เหมือนกับพระธาตุพนมที่ถล่มลงมา เพราะแค่รอยน้ำซึมเล็กๆเท่านั้น...”
       
       พระครูอรุณธรรมานุวัตร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯ กล่าวกับสื่อมวลชน หลังจากที่พระปรางค์วัดอรุณฯประสบปัญหาทรุดโทรม จนล่าสุดเป็นข่าวดังกับเหตุการณ์ที่คอม้าปูนปั้นบริเวณยอดองค์พระปรางค์ กับชิ้นส่วนของม้า(อีกตัวหนึ่ง)ได้หักโค่นลงมา
       
       เรื่องนี้ท่านพระครูอรุณฯย้ำว่าเฉพาะส่วนของม้าเท่านั้นที่เสียหาย ไม่ใช่ยอดพระปรางค์ถล่มอย่างที่สื่อบางสำนักให้ข่าวคลาดเคลื่อน หรือไม่ก็จงใจขยายข่าวแบบเกินจริงเพื่อให้ข่าวของตัวเองเป็นที่ฮือฮาขายได้

ปกอัลบั้มเอเชีย ของลิซ่า โอโนะ
       แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแม้จะเป็นแค่ส่วนของม้า แต่มันก็สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยเป็นจำนวนมาก เพราะนี่คือพระปรางค์ที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดของเมืองไทย อีกทั้งยังถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์อันสำคัญของประเทศไทย ของกรุงเทพฯ และของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย
       
       ภาพเงามืดของพระปรางค์วัดอรุณยามตะวันจะลับฟ้าเมื่อมองจากทางฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ถือเป็นหนึ่งในภาพพระอาทิตย์ตกแห่งสยามประเทศที่งดงามมาก ภาพนี้มองปุ๊บก็รู้ปั๊บว่านี่คือเมืองไทย ซึ่ง “ลิซ่า โอโนะ” ศิลปินแจ๊ซ-บอสซ่า ชาวญี่ปุ่น ได้ใช้ฉากภาพวัดอรุณยามโพล้เพล้มาเป็นปกอัลบั้มของเธอในชุดเอเชีย
       
       นอกจากนี้ภาพของพระปรางค์วัดอรุณฯยังปรากฏในหนังฝรั่งอีกหลายเรื่อง เพราะพอเห็นภาพพระปรางค์กับแม่น้ำเจ้าพระยามีเรือหางยาวแล่นผ่าน ก็รู้ทันทีว่าที่คือกรุงเทพฯ คือเมืองไทย

อีกหนึ่งมุมของพระปรางค์
       เดิมองค์พระปรางค์วัดอรุณไม่ได้สูงสง่าเท่าปัจจุบันหากแต่มีความสูงประมาณ 16 เมตร หรือ 8 วา จนในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระราชปรารภโปรดฯให้สร้างพระปรางค์ให้สูงใหญ่ขึ้นอีกเพื่อเป็นศรีแก่พระนคร แต่พระปรางค์องค์ใหม่ยังไม่ทันลงมือสร้าง พระองค์ท่านได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน
       จากนั้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้ดำเนินการสร้างพระปรางค์ต่อในเมื่อคราวที่ทรงปฏิสังขรณ์วัดอรุณฯใหม่ทั้งหมด หลังจากพระปรางค์สร้างเสร็จจนถึงยกยอดนภศูลและนำพระมหามงกุฎไว้บนยอด พระองค์ท่านได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน
       
       ครั้นถึงในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ท่านจึงโปรดฯให้จัดพิธีเฉลิมฉลองพระปรางค์แบบพอสังเขป ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ทำการบูรณะพระปรางค์โดยทำรั้วเหล็กและถมลานให้สูงขึ้น ที่สำคัญคือทรงสถาปนาวัดอรุณฯขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกอันดับหนึ่ง พร้อมทั้งเสด็จพระราชดำเนินมาทอดผ้าพระกฐินด้วยกระบวนพยุหมาตราทางชลมารคขึ้นเป็นครั้งแรกที่วัดแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันรูปพระปรางค์วัดอรุณกับเรือสุพรรณหงส์ได้ถูกนำไปทำเป็นโลโก้ของททท. เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวไทย

พระปรางค์วัดอรุณ สุดยอดแห่งพระปรางค์รูปทรงจอมแห
       สำหรับพระปรางค์วัดอรุณองค์ปัจจุบันมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 82 เมตร(81.85 ม.) วัดรอบฐานได้ 234 เมตร รอบพระปรางค์องค์ใหญ่ มีพระปรางค์องค์เล็กตั้งอยู่ใน 4 ทิศ ในองค์พระปรางค์มีองค์ประกอบน่าสนใจ อาทิ พระมณฑป(ทั้ง 4 ทิศ) พระมหามงกุฎ นภศูล งานปูนปั้นประดับ พระนารายณ์แบก พญาครุฑแบก รูปปั้นม้า รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ลิงแบก ยักษ์แบก เป็นต้น
       
       องค์พระปรางค์วัดอรุณแม้มีขนาดสูงใหญ่ แต่กลับดูไม่เทอะทะ หากแต่ดูสมส่วน ลงตัว งดงามมาก ถือเป็นความงดงามที่ตกผลึกที่สุดของพระปรางค์ในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่ง “รองศาสตราจารย์สมคิด จิระทัศนกุล” จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านงานสถาปัตยกรรมไทยในอันดับต้นๆของประเทศ ผู้ที่ประสิทธิประสาทวิชาให้กับลูกศิษย์ที่ไม่เอาอ่าวเอาแหลมอย่างผม ได้อธิบายถึงรูปทรงของพระปรางค์วัดอรุณฯไว้ในหนังสือ “รู้เรื่อง วัดวิหาร โบสถ์ เจดีย์ : พุทธสถาปัตยกรรมไทย” ว่า เป็น “ทรงจอมแห” ซึ่งผมขอคัดลอกข้อความของท่านมาดังนี้
       
       “...ทรงจอมแห : หมายถึงรูปทรงของพระปรางค์ที่สร้างโครงรูปเส้นรอบนอกให้มีลักษณะแอ่นโค้งเหมือนอาการทิ้งน้ำหนักตัวของ “แห” ที่ถูกยกขึ้น รูปทรงเช่นนี้ความจริงถูกนำมาใช้กับการออกแบบพระเจดีย์สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์มาก่อนแล้ว ก่อนจะนำมาพัฒนาใช้กับรูปทรงพระปรางค์บ้าง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นการพัฒนาที่บรรลุผลทางการออกแบบอย่างสูงสุดครั้งสุดท้าย โดยเฉพาะกับองค์พระปรางค์ประธาน วัดอรุณราชวรารามฯ ธนบุรี ที่ต้องถือว่ามีความงดงามที่สุดในกระบวนการพระปรางค์ยุคกรุงรัตนโกสินทร์ทั้งหมด
       
       ซึ่งความสำเร็จของการออกแบบ “รูปทรงจอมแห” ของพระปรางค์แห่งนี้ อยู่ที่การเน้นส่วนฐานด้วยการซ้อนชั้นจำนวนนับไม่ถ้วนเพื่อเป็นการเสริมให้อาคารมีความสูงมากๆ จึงต้องยืดส่วนของฐานให้กว้างขึ้นกว่าปกติ เพียงพอให้สามารถเบียดทรวดทรงอาคารให้เกิดลักษณะที่แอ่นโค้งได้สำเร็จตามรูปทรงดังกล่าว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เรือนธาตุกับส่วนยอดอันเพรียวบางนั้น ซึ่งแม้ว่าจะไม่หลงเหลือความยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างต้นฉบับแบบเดิมของ “ทรงศิขร”อยู่เลย แต่ทว่ากลับสะท้อนถึงความสุนทรีย์แห่ง “รูปทรง” ลักษณะใหม่ที่งดงามอย่างหมดจด รวมทั้งความละเอียดในเชิงการออกแบบรูปแบบแผนผัง และองค์ประกอบตกแต่ง ซึ่งก็ยังสามารถสนองรับกับแนวคิดในเรื่องของ “คติจักรวาล” ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามคติเดิมอีกด้วย...”

คอม้าที่หักลงมา
       และนั่นก็คือพระปรางค์วัดอรุณฯกับรูปทรงจอมที่วิวัฒนาการมามาจากรูปทรงศิขร ซึ่งเป็นพระปรางค์ที่เราสร้างขึ้นตามแบบแผนเดิมของเขมร เป็นปรางค์ปราสาทเขมรในยุคแรกๆ มีขนาดทรงอวบใหญ่โต เน้นมวลอาคารดูหนักแน่น ดังตัวอย่างของปรางค์ประธานปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นต้น
       
       ครับจากที่รองศาสตราจารย์สมคิดอธิบายไว้นั้น บ่งบอกถึงความเป็นสุดยอดของพระปรางค์วัดอรุณได้เป็นอย่างดี ซึ่งสำหรับผมแล้วนี่ไม่เพียงเป็นพระปรางค์ที่สวยงามที่สุดในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นพระปรางค์ที่สวยงามสง่าที่สุดในโลกอีกด้วย ที่สำคัญคือนี่เป็นพระปรางค์ที่ทรงคุณค่ายิ่งต่อคนไทย นั่นจึงทำให้ท่านพระครูอรุณฯอดวิตกไม่ได้ว่าถ้าหากปล่อยปละละเลย หรือบูรณะไม่ทันการณ์ อาจจะจะเกิดเหตุสุดแสนสลดเหมือนอย่างที่พระธาตุถล่มถูกพายุฝนพัดกระหน่ำจนล้มลงในวันที่ 8 ส.ค. 2518
       
       สำหรับสาเหตุหลักของการทรุดโทรมของพระปรางค์วัดอรุณนอกจากจะเก่าแก่มีอายุมากแล้ว พระครูอรุณฯยังเปิดเผยว่า น้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้เข้ามาตรวจสอบพระปรางค์วัดอรุณฯ พบปัญหาน้ำท่วมกัดเซาะพื้นผิวหน้าวัดจนทรุดตัวลง มีเพียงงบประมาณ 5 ล้านบาทในการบูรณะดินทรุด พร้อมกันนี้มีแผนจะบูรณะองค์พระปรางค์ เนื่องจากถูกเชื้อรากินองค์พระปรางค์ แต่จนถึงขณะนี้เรื่องกำจัดเชื้อราได้เงียบหายไป ทางวัดเข้าใจ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มีงบประมาณจำกัด

องค์ประกอบประดับความงามของพระปรางค์วัดอรุณ
       ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณฯกล่าวว่า สำนักโบราณคดีเข้ามาดูแลตลอด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะรัฐบาลไม่ให้งบประมาณ ซึ่งวัดอรุณฯเคยบูรณะครั้งใหญ่ไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้บูรณะอีก มีเพียงการบูรณะเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เพื่อให้สวยงาม ล่าสุดตระกูล โตกุกาว่า ซึ่งเป็นตระกูล โชกุน ที่ปกครองญี่ปุ่นมานับพันปี ได้เห็นข่าวพระปรางค์วัดอรุณฯทรุดโทรม จึงได้สนับสนุนงบประมาณมา 1 ล้านเยน หรือประมาณ 3 แสนบาทมาเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อบูรณะพระปรางค์
       
       "อาตมาได้แจ้งกับทางตระกูลโตกุกาว่าไปว่า งบประมาณจำนวนนี้ ไม่เพียงพอต่อการบูรณะองค์พระปรางค์ แต่จะขอนำมาบูรณะพระประธานก่อน ซึ่งทรุดโทรมมากแล้ว เพราะไม่เคยได้รับการบูรณะเลย ทางตระกูลดังกล่าวก็ยินดี ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและมีคุณค่ามากที่ชาวต่างชาติเห็นความสำคัญของพระปรางค์วัดอรุณฯ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้อาตมาห่วงพระปรางค์มาก เพราะฝนตกหนัก ลมแรง องค์ประกอบร่วงหล่นลง มาเป็นระยะๆ" พระครูอรุณธรรมานุวัตรกล่าว
       
       นอกจากนี้พระครูอรุณฯยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ในส่วนเงินที่เก็บค่าเข้าชมนักท่องเที่ยวนั้นไม่เพียงพอต่อการบูรณะพระอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ที่ใช้งบประมาณ 25 ล้านบาท และบูรณะได้เพียงแค่คณะเดียว ซึ่งทางวัดอรุณมีทั้งหมด 8 คณะ ใช้เวลาซ่อมแซมคณะละ 2 ปี ทั้งหมดต้องใช้เวลากว่า 16 ปี ที่สำคัญพระประธานในพระอุโบสถไม่เคยได้รับการบูรณะเลย อย่างไรก็ตาม ขอฝากไปถึงรัฐบาลให้ใส่ใจสัญลักษณ์ของประเทศบ้าง เพราะวัดอรุณฯ มีนักท่องเที่ยวมาชมเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันกำลังทรุดโทรมอย่างหนัก จนคอม้าขนาดเท่าคนอยู่บริเวณบนยอดพระปรางค์หักลงมาเมื่อ 2 วันก่อน แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
       
       ผมอ่านข่าวที่จากที่พระครูอรุณฯท่านให้ข้อมูลแล้วก็รู้สึกเซ็งและสมเพชเป็นยิ่งนักกับรัฐบาลในแทบทุกๆชุด เพราะในขณะที่บ้านเรามีงบประมาณจำกัดจำเขี่ยในการบูรณะซ่อมแซมมรดกชาติอันทรงคุณค่าของเมืองไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงรากเหง้าทางวัฒนธรรมอันสำคัญของคนในชาติ แต่บ้านนี้เมืองนี้กลับมีงบค่าคอมพิเศษที่ต้องหัก(หัวคิว)สำหรับ รมต. นักการเมือง รวมไปถึงข้าราชการระดับสูง จากสารพัดสารพันโครงการที่นำเม็ดเงินมาจากภาษีของประชาชน
       
       ที่สำคัญคือเดี๋ยวนี้มันล่อกันหนักถึง 30 % เป็นอย่างต่ำ ซึ่งถ้าเอางบตรงส่วนนี้ไปบูรณะซ่อมแซมมรดกชาติ ผมว่าป่านนี้วัดวาอาราม โบราณสถาน อาคารสถาปัตยกรรม และพิพิธภัณฑ์จำนวนมากในเมืองไทย คงมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าทุกวันนี้อยู่มากโข

       **********************************************************
       
       หมายเหตุ : วัดอรุณฯ กับกรมศิลปากร มีโครงการบูรณะวัดอรุณครั้งใหญ่ในปี 2557 ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 80 ล้านบาท โดยจะบูรณะตัวองค์พระปรางค์ และภูมิทัศน์โดยรอบ ทั้งนี้ หากผู้ที่สนใจจะมีส่วนร่วมบูรณะโบราณสถาน สามารถสมทบทุนเข้ากองทุนเพื่อการบูรณะโบราณสถาน เลขที่บัญชี 081-0-09603-6 ธนาคารกรุงไทย สาขาราชดำเนิน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ประหลาด!!! “ต้นไม้ 2 เพศ-หินเต่ายิ้ม” : “พุหางนาค” มากของดี ที่สุพรรณฯ/ปิ่น บุตรี
“รูปู” แห้งนาน ที่ “เกาะตาชัย” สวรรค์แห่งใหม่กลางอันดามัน/ปิ่น บุตรี
“เกาะพระทอง” ทะเลงามสุดขอบฟ้า-ตระการตาป่าเสม็ด-ทีเด็ดทุ่งสะวันนาสีทอง/ปิ่น บุตรี
กดไลค์ให้ “เมืองลุง” ตะลุยแก่งสุดมัน สัมผัสเสน่ห์สะพานยาวที่สุดในไทย/ปิ่น บุตรี
สัญญาณ(ยัง)ดีที่ “หาดท้ายเหมือง” เมื่อเต่ามะเฟืองหวนกลับมา(+คลิป)/ปิ่น บุตรี
 
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
นั่งรถไฟลง “ตลาดมหาชัย” เที่ยวไปถึงท่าฉลอม
“ผัดฉ่าสะดือหอย” เมนูอร่อยสไตล์ซีฟู้ด
“รุ่งเรือง” ก๋วยเตี๋ยวหมูเจ้าดัง อร่อยไม่ซ้ำใคร
พักผ่อนมีสไตล์ กับ 7 ที่พักคัดสรรสุดเจ๋งแนวใหม่ของไทย
2 Wonders One Trip แพกเกจพิเศษเที่ยวฮ่องกงและเซินเจิ้น
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 7684 คน จำนวนคนโหวต 8 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
งบประมาณของประเทศ และ งบกรุงเทพมากมาย ทำใมไม่เอามาบูรณะ สมบัติของชาติที่น่าภาคภูมิใจ

ประเทศไทยเสื่อมถอย และ ทรุดโทรม เพราะโดนเกาะกินจากไอ้พวกนักการเมืองชั่วช้าทั้งตระกูล
TT
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ให้ออกประชาสัมพันธ์ทางทีวีโดยทำเป็นโครงการร่วมบูรณะสมบัติของชาติเหมือนที่ออกสื่อทีวีไปบูรณะสถานที่ประสูตพระพุทธเจ้าที่ลุมพินี ประเทศเนปาลโดยมีกระทรวงวัฒนะธรรมเป็นเจ้าภาพ สิ่งที่เป็นสัญญาลักษณ์ของประเทศไม่สนใจแต่ไปสนใจของประเทศอื่น เพียงแต่หาเจ้าภาพแล้วออกสื่อทางทีวีคิดว่ามีประชาชนคนไทยช่วยกันบริจาคแน่นอน
seamilar@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ได้พูดแบบเห็นแก่ตัวน่ะครับ เงินรายได้ของวัดต้องมาช่วยเงินหลวงช่วยกันบูรณะครับ เพราะวัดนี้คนเข้าชมเยอะถ้ามีรายได้ไม่มากก็น้อยควรนำออกมาช่วยบูรณะพร้อมเงินภาษีที่หลวงจะมาช่วยอุดหนุนครับ
ต้วนยี่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เจ้าอาวาสก็บอกอยู่ว่าเอาไปบูรณะอุโบสถ กุฏิสงฆ์ด้วย ถ้ามี

ท่านคงซ่อมไปนานแล้ว

ไม่อ่านหรือยังไง
เหล้าปี่
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013