หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกวิทยาศาสตร์ | คอลัมน์
คอลัมน์ คุยวิทย์สะกิดใจ

กาแฟขี้ชะมด VS กาแฟขี้นก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
23 กันยายน 2555 14:44 น.
กาแฟขี้ชะมด VS กาแฟขี้นก
สัตว์ที่คนใช้เป็นผู้ผลิตกาแฟขี้ชะมด หรือ โกปิลูวัก มีความหลากหลายตามแต่ละท้องถิ่น แต่ส่วนมากมักใช้ สัตว์ในสกุลอีเห็น (Paradoxurus) เช่นในอินโดนีเซียนิยมใช้อีเห็นข้างลาย (Paradoxurus hermaphroditus) ส่วนในฟิลลิปปินส์ใช้สัตว์เฉพาะถิ่นแสนหายาก คือ อีเห็นฟิลลิปปินส์ (Paradoxurus  philippinensis) สร้างมูลค่าสูงขึ้นไปอีก (signaturekopiluwak.com)
        คนที่เป็น “คอกาแฟ” อาจแยกรสและกลิ่นของเครื่องดื่มยอดนิยมได้อย่างลึกซึ้ง จึงทำให้กาแฟพิศดารอย่างกาแฟแบรนด์ดังขายกาแฟขี้ชะมด ดีดราคาสูงขึ้นเป็นหลักร้อยหลักพัน แต่กาแฟขี้นก กลับต่างแตก เพราะมูลค่าของมันอยู่ที่การช่วยเหลือเกษตรกรให้เหนื่อยน้อยลงและขยายไร่ได้มากขึ้นต่างหาก
       
       ธุรกิจกาแฟในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก แม้แต่ในพื้นที่คณะวิทยาศาสตร์ที่ผมนั่งเขียนบทความนี้อยู่เพียงคณะเดียวก็มีร้านกาแฟอยู่ถึง 4 ร้าน ผมเคยแอบถามจำนวนกาแฟที่แม่ค้าเค้าขายได้ตกร้านละ 200 แก้วต่อวันในราคาเฉลี่ยแก้วละแค่ 30 บาท หากคำนวณเล่นๆ ก็จะเจอตัวเลขน่าขนลุกว่าในเวลาเพียง 1 ปี ประชาชนคณะวิทยาศาสตร์ในสถาบันของผมจ่ายแค่กาแฟกันเป็นเงินหลายล้านบาท! จึงไม่น่าแปลกใจว่าหากร้านกาแฟชื่อดังสักยี่ห้อจะขวนขวายหากาแฟประหลาดพิสดารมาเพิ่มมูลค่าของสินค้า และส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เสริมศักยภาพการหาเงินให้ตุงกระเป๋า
       
       กาแฟขี้ชะมด (Kopi Luwak) ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างสรรผลิตภัณฑ์กาแฟที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ประวัติโดยคร่าวๆ เล่าขานกันมาว่าเกิดเมื่อสมัยศตวรรษที่ 18 เมื่อดัตช์เข้ามาครอบครองเกาะสุมาตรา และเกาะชวาแล้ว ทำการยึดสวนเกษตรไว้ทั้งหมด และไม่อนุญาตให้ชาวสวนเด็ดกาแฟไปใช้เอง เมื่อคนเคยดื่มประจำทำอย่างเดิมไม่ได้ ชาวเกาะที่ถูกควบคุมจึงหันไปเก็บชี้ชะมดที่เลือกกินกาแฟเมล็ดกาแฟสุกๆ แล้วถ่ายกองไว้ตามป่าตามไร่ มาล้างทำความสะอาดแล้วคั่วกินแทน แต่สุดท้ายของดีของชาวบ้านก็ถึงปากผู้ล่าอาณานิคม ด้วยรสชาติที่ขมน้อยลง หอมมากขึ้น และให้สัมผัสถึงความดิบของโคลนและดิน! ทำให้ชาวดัตช์ประกาศรับซื้อกาแฟขี้ชะมดจากชาวพื้นเมืองในราคาแพงลิบ
       
       ในทางวิทยาศาสตร์นักวิจัย เสนอว่า มีขั้นตอนที่ทำให้กาแฟขี้ชะมดมีความพิเศษ คือ การเลือกกินเมล็ดที่สุกอย่างพอดีที่สุด หรืออีกนัยหนึ่ง คือ ชะมดทำหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกเมล็ดกาแฟที่หอมที่สุดตามความพึงใจของมัน และเมื่อผ่านกระบวนการในการย่อยของชะมดก็จะช่วยทำให้มีกลิ่นและรสที่ดียิ่งขึ้น แต่แม้กระทั่งในปัจจุบันการศึกษาในประเด็นนี้ก็ยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเคมี ชีวเคมี อุตสาหรกกรรมอาหาร การพัฒนาผลิตภันฑ์ แม้กระทั่งพฤติกรรมสัตว์ที่พยายามเจาะลึกในด้านที่เกี่ยวข้องกับตนเอง เช่น ชะมดเลือกระดับความสุกที่ดีที่สุดได้อย่างไร เพื่อหาข้อสรุปว่าความแตกต่างสีของผล หรือกลิ่นที่ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่า หรือการศึกษาลำดับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกลิ่น หรือเอสเทอร์ตามลำดับการย่อยของชะมดในอวัยวะต่างๆ เป็นต้น
       
       การศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างเจาะลึก แสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างวิธีการผลิตกาแฟขี้ชะมดอดีตกับปัจจุบัน คือ ในตอนนี้ขาวพื้นเมือง หรือเกษตรกรที่สนใจไม่มีใครเดินเก็บขี้ชะมดตามป่าอีกแล้ว แต่เลือกใช้วิธีเลี้ยงชะมดแล้วเก็บเมล็ดกาแฟมาให้ชะมดกินในกรงเลี้ยง หรือบางแห่งก็ใช้วิธีล่านโซ่ชะมดแล้วให้เลือกเดินกินตามต้น เพื่อรอเก็บ “ขี้” ของมันหลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการของการทำกาแฟต่อไป
       
       ดังนั้น ถ้ามีใครสนใจการผลิตกาแฟขี้ชะมดในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ก็สามารถหาทางลัดจากการวิจัยในเชิงลึกได้ เพื่อประหยัดเวลาในการคัดเลือกเมล็ดกาแฟ หรืออาจจะทำได้แม้กระทั่งการจำลองระบบย่อยของชะมดเพื่อหมักเมล็ดกาแฟด้วยเครื่องจักรแทน

กาแฟขี้ชะมด VS กาแฟขี้นก
นกที่อาศัยร่มเงาในไร่กาแฟแบบวนเกษตร เช่น นก orange-billed nightingale-thrush ซึ่งกินแมลงเป็นอาหารหลักทำหน้าที่ลดต้นทุนให้เกษตรกรที่ทำไร่กาแฟด้วยการกำจัดศัตรูพืชให้ แบบฟรีๆ และไม่ต้องพึ่งพายาฆ่าแมลง เช่นเดียวกับเพื่อนนกหลายชนิดที่มีหน้าที่ “ให้บริการทางนิเวศ” แตกต่างกันไป (Çağan Şekercioğlu/ University of Utah)
        แต่หากมองถึงระบบนิเวศซึ่งเคยเชื่อมต่อชะมดให้สร้างประโยชน์ให้คนจากชีวิตที่อิสระในธรรมชาติของมันเอง หรือเรียกว่าชะมด เคยมี “การบริการทางนิเวศ” ให้ผลิตภัณฑ์จากป่าสู่เมืองคงไม่ได้แล้ว เพราะในวันนี้ชะมดถูกนำเข้าสู่ฟันเฟืองอุตสาหกรรม หมดโอกาสได้เดินเลียบเลาะป่าอย่างเดิม กาแฟเทรนด์ใหม่จึงอาจจะเป็น “กาแฟขี้นก” ซึ่งมองข้ามเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์แต่กลับสนใจเรื่องของที่มา และการส่งเสริมการอนุรักษ์ตามแนวคิด “กรีนโปรดักต์” ซึ่งกำลังอยู่ในกระแสรักษ์โลกของคนรุ่นใหม่ที่สนใจธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นทุกที
       
       “กาแฟขี้นก” อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะใครก็รู้ว่า “นก” หลายชนิดกินเมล็ดพืชเป็นอาหารหลัก เมื่อบินไปที่ไหนก็จะไป “ถ่าย” ทิ้งไว้ทำให้เกิดการขยายพันธุ์พืชไปในแหล่งใหม่ๆ แต่เมื่อมีการพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าในไร่กาแฟและไร่โกโก้เป็นแหล่งหากินที่สำคัญของนกหลายชนิด และนกเหล่านี้ก็ตอบแทนเกษตรกรด้วยการ “ปลูกพืช” เพิ่มเติมให้โดยไม่คิดค่าแรง ประเด็นที่เชื่อมต่อการบริการทางนิเวศและการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบเนื้อๆ เน้นๆ จึงต้องถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นอย่างแน่นอน
       
       การศึกษาล่าสุดที่ยืนยันว่า นกสามารถสร้างมูลค่าในไร่กาแฟและโกโก้ได้ เปิดเผยโดยทีมนักวิจัยจาก University of Utah ซึ่งทำการศึกษาความหลากหลายและการบริการทางนิเวศในไร่กาแฟและโกโก้ของประเทศคอสตาริกา เพื่อเปรียบเทียบระบบการทำไร่กาแฟสองแบบ คือ ระบบไร่เชิงเดี่ยว (มีกาแฟเพียงอย่างเดียวและพื้นที่ระหว่างต้นเปิดโล่ง) และระบบวนเกษตร (ปล่อยให้พืชอื่นขึ้นแทรกได้ตามธรรมชาติ) พบว่าหากเกษตรกรใช้ระบบระบบวนเกษตรในการทำกาแฟ จะได้ประโยชน์จากร่มเงาของต้นไม้มากกว่าการทำไร่เชิงเดี่ยวแบบเปิดโล่ง เพราะทำให้มีความหากหลายของชนิดนกสูงกว่า มีผลให้นกที่กินแมลงก็จะช่วยควบคุมศัตรูพืช นกที่กินน้ำหงานก็จะช่วยผสมเกสร และที่สำคัญนกที่กินเมล็ดกาแฟก็จะช่วยขยายพื้นที่เพาะปลูกให้ฟรีๆ โดยเกษตรกรไม่ต้องออกแรง แถมพืชที่ขึ้นตามธรรมชาติใต้ร่มเงาของต้นกาแฟละโกโก้ก็มักจะมีประโยชน์ทางการค้า เช่น ลูกกระวาน หรือ cardamom เป็นต้น
       
       ผู้วิจัยจึงเสนอให้นำความจริงที่พบนี้ไปสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับเกษตรกรพื้นบ้าน เช่น การออกใบรับรองหรือ “การสร้างแบรนด์” ที่ดึงเอาความโดดเด่นของการเกษตรที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เช่น “bird-friendly” (กาแฟเพื่อนนก) หรือ “shade coffee or shade chocolate” (กาแฟร่มไม้) เพื่อเพิ่มมูลค่าสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และทำให้ลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรจาการลดใช้ยาฆ่าแมลง และแรงงานการเพาะปลูกไปได้อีกทางหนึ่งด้วย สรุปว่าหากลองทำตามแนวคิดของ “กาแฟขี้นก” ก็อาจะได้สามเด้ง คือ ลดต้นทุนของผู้ผลิต ได้ผลิตภัณฑ์จากผลพลอยได้ของระบบวนเกษตร และทำโฆษณาได้โดนใจผู้บริโภคได้แน่นอน
       
       การศึกษาทางวิทยาศาสตร์เพื่อตอบโจทย์ความสนใจในเรื่องของความแปลก หรือกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติล้วนแต่สามารถนำมาสร้าง “จุดขาย” ให้กับสินค้าได้อย่างน่าสนใจทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าจะยกเรื่องเหล่านั้นให้มันโดนใจผู้ซื้อได้อย่างไร...แล้วคุณล่ะถ้าต้องเลือก จะควักเงินจ่ายให้ “กาแฟขี้ชะมด” หรือ “กาแฟขี้นก” มากกว่ากัน?
       
       **************

กาแฟขี้ชะมด VS กาแฟขี้นก
        เกี่ยวกับผู้เขียน
        “นายปรี๊ด”
       นักเรียนทุนวิทยาศาสตร์ที่บ่น โวยวาย บ้าพลังและไม่ชอบกรอบ แต่มีประสบการณ์ในแวดวงวิทยาศาสตร์ล้นเหลือระหว่างตะกายบันไดการศึกษาสู่ตำแหน่ง “ดอกเตอร์” ด้านชีววิทยา ทั้งงานสอน ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ทำสื่อการเรียนวิทยาศาสตร์ ของเล่นเชิงวิทยาศาสตร์ กรรมการตัดสินโครงงานวิทยาศาสตร์และวิทยากรบรรยายเรื่องวิทยาศาสตร์ใกล้ตัว
       
       “แคะคุ้ยเรื่องวิทย์ๆ สะกิดต่อมคิด”
       
       อ่านบทความของนายปรี๊ดได้ทุกวันอาทิตย์เว้นอาทิตย์
       
       

       

       
       

TAG : กาแฟ, ชะมด, นก
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เรขาคณิต...คิดไม่ตก
เมื่อนักชีววิทยา ท้ากันตะลุมบอน
เที่ยวให้คุ้มไป "พิพิธภัณฑ์" แบบสืบเสาะ
เมื่อนักชีววิทยาปะมือวิศวกรหุ่นยนต์
ยิ่งกลอกยิ่งเก๋า
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด

จำนวนคนโหวต 25 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 24 คน
96 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
4 %
ความคิดเห็นที่ 10 +28 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยอมรับว่ากาแฟ กำไรดี โดยเฉพาะร้านขายกาแฟ ไม่ว่าจะในห้างหรือนอกห้าง

จากที่เคยซื้อกิโลละร้อยกว่านิดๆ ปัจจุบันกิโลละสามร้อย จากเครื่องชงแบบความดันราคาเกือบหมื่น จนเดี๋ยวนี้เกือบสามหมื่น ผมไม่ได้ไปเรียนอะไรหรืออบรม เพราะไม่ได้คิดจะเปิดร้าน ก็แค่กิน กาแฟร้อนกาแฟเย็น ก็มีความสุขดี

แต่พยายามเลี่ยงที่จะซื้อกิน เพราะเรารู้ต้นทุน แล้วที่เขาชงๆขาย ก็งั้นๆ บางห้าง นำยี่ห้อดังๆเข้ามา เดินผ่านหอมหวลชวนดื่ม แต่พอสั่งดื่มจริงๆ ใสสนิท สีอ่อนกว่าน้ำสองที่เราชงดื่มเองที่บ้าน !!

ยิ่งถ้าเป็นต่างจังหวัด เซลบางคนอาศัยความไม่รู้ของชาวบ้านที่เปิดร้านขายเอาเม็ดไปขาย แบบหลอกขาย รสชาติห่วยสุดๆ บังเอิญผมรู้จัก ก้เลย เอาเมล็ดที่ผมชงดื่มประจำไปให้หนึ่งถุง ให้เขาเปรียบเทียบ สีสรร รส กลิ่น มันห่างกันคนละโลกกับที่โดนหลอก แล้วผมก็ให้เขาติดต่อกันเอง จนเดี๋ยวนี้ ลูกค้าเขาเยอะ ออกรถเก๋งป้ายแดงแล้ว ไอโฟนอีกต่างหาก

เคยส่งเมลไปเสนอแนะให้ เขาช่อง ทำกาแฟคั่วบดออกมาขาย ในฐานะที่ผมเคยอุดหนุนกาแฟสำเร็จเขาช่องมาก่อน ก็นานมาแล้ว ได้รับคำตอบกลับอัตโนมัติ เพียงแค่ ขอบคุณ คิดว่าเขาไม่สนใจ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไปเดินบิ๊กซี เขาทำออกมาขายแล้ว 200 กรัม ราคา เกือบ 200 บาท ผมซื้อมาหนึ่งถุง แต่ยังไม่ได้ชง เลยบอกไม่ได้ว่า กลิ่น รส เป็นเช่นไร

แต่ผมคงไม่ซื้อตลอดไปหรอกครับ กิโลเกือบ 1,000 บาท อเมซอน ปตท. ซื้อจากใครไม่รู้ กิโลกว่า 700 บาท

ขอบคุณบ้านไร่ ถ้าคุณไม่ตั้งราคาสูงปรี๊ด ผมคงไม่ซื้อมาชงกินเองแน่นอน
ครูพัก ลักจำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พี่น้อยไม่กินขี้ครับ
พี่น้อย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 30 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอจีนทำกาแฟชะมดเลียนแบบก่อนเหอะจะแดร๊กไม่ลง เอาเม็ดกาแฟไปหมักในถังส้วม ขายกิโลละแปดสิบบาท คนไทยซื้อมากินชื่นใจกันไปตามๆกัน
ไชนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 40 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยู่เมืองปากเซ ลาวใต้ มีร้านกาแฟในบทความด้วย แถมเจ้าของร้าน ยังใจดีให้ลูกค้าชิมกาแฟชนิดนี้ฟรี และเต็มใจที่จะอธิบายความเป็นมาของกาแฟจากชะมดหรืออีเห็นตามสวนกาแฟแถบพูเพียงบอละเวน ... พอจิบแล้ว รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นพอสมควร ... เพื่อนๆ คนไหนมีโอกาสมาเที่ยวปากเซ ลองมาชิมกาแฟที่ว่านี้นะครับ อยู่แถวบ้านหลักเมือง ไม่ไกลจากเกสท์เฮาสท์ชื่อ ศาลาจำปา
หนุ่มไทยพเนจร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากทราบว่ามีการทดลองให้คนกินเม็ดกาแฟสุกๆ แล้วคอยเก็บขี้มาล้าง คั่วเป็นกาแฟบ้างไหม๊ บางทีอาจได้รสชาดที่สุดยอดก็ได้นะ ไหนๆ ก็จะโปรโมทกาแฟแล้ว ทำหลายๆ ทางไปเลย สุดๆ
Mr. Coffee
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 37 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กาแฟที่ได้จากการกินของนกที่คล้ายกับการกินของตัวชะมด นกที่ว่าคือนก จากู Jacu Bird แหล่งผลิตส่วนใหญ่มาจากเมือง Camocim in Brazil ก็เป็นกาแฟอีกอย่างที่ได้จากสัตว์ที่กินกาแฟเข้าไป กาแฟที่ได้ก็จะมีกลิ่นเฉพาะ ต่างจากกาแฟธรรมชาติที่ process ปกติทั่วๆไป
Salotto
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 34 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อะไรก็ได้ยกเว้น กาแฟเนสเสื้อแดง หรือ กาแฟอเมซอน ป.ต.ท. ที่ได้จากการขูดเลือดค่าน้ำมัน ถ้าไม่กินเซเว่นก็ยอมกินขี้นก ดีก่า
สัปรด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 33 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขี้ชะมดทำให้ชะมดต้องถูกทรมาน เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ มันคงไม่รู้ว่าซวยเพราะขี้มันเป็นเหตุ นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงการเอาเปรียบของมนุษย์ แต่กาแฟขี้นกเป็นการสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันในระบบนิเวศน์ การเคารพในการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงทางระบบนิเวศน์อย่างอื่นในอนาคต
กรีน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 30 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
รอจีนทำกาแฟชะมดเลียนแบบก่อนเหอะจะแดร๊กไม่ลง เอาเม็ดกาแฟไปหมักในถังส้วม ขายกิโลละแปดสิบบาท คนไทยซื้อมากินชื่นใจกันไปตามๆกัน
ไชนะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 28 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อะไรไม่รู้ แต่คนขายไมหยิ่งจัง
ขายขี้แล้วยังทำหน้าเหมือนตูดอีกนะเฮียๆเจ้ๆ
คนซื้อก็โง่เนอะ ควักเงินไปกินขี้ 555

ของแบบนี้แล้วแต่ความชอบของคน
กาแฟบ้านๆโบราณๆคั่วดิบๆแก้วละ 15 บาทของอาแปะแถวบ้าน กินทุกเช้ากับบรรยากาศเก่าๆของบ้านเมืองคลาสิค อร่อยอย่าบอกใคร อร่อยไม่ต้องโดนบังคับ
กาแฟขี้มดแก้วละพัน โดนบังคับให้คิดว่าอร่อย เพราะขี้นี้มีราคา ขืนไม่อร่อยละหน้าแตกยับเยิน 555
124
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 25 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมว่ากาแฟเย็นเซเว่น สิบกว่าบาทก็อร่อยใช้ได้แล้ว
ถ้วยละร้อยก็เท่านั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เลิกซื้อตามร้านกินแล้ว
แพงเวอร์ไปนะ..
ฟด
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อันดับหนึ่งในใจ เม็ดกาแฟ ดอยช้าง
ซื้อเม็ดมาบด ดื่มแล้ว สุขภาพไม่ค่อยดี
เพราะหอมอร่อยเพลินวันละ หลายๆแก้ว
Expresso(nism) double shots
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 19 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กาแฟดิบราคาไม่เกิน50บาท อราบิกา 70ถึง890บาท คั่วแล้วเสียน้ำหนัก18เปอร์เซ็น ต้นทุนบวกค่าความร้อนและเครื่องมืออีก10บาท ต้นทุนไม่เกิน120บาท ขาย400ถึง600บาท มาร์จิ้น5ถึง10เท่า คนชงขายแก้วนึงกาแฟเม็ด 8กรัมตีเสียว่า10กรัม
กิโลนึงได้100แก้วๆละ40บาทเป็น4000บาท ต้นทุน10บาทรวมนมและอื่นๆ ค่าแผง5บาทต่อแก้ว เป็น15บาท กำไร25บาท กิโลกาแฟ คนชงขายได้กำไร 2500บาท มารจิ้นตั้งแต่เป็นกรีนคอฟฟี่ถึงคนกิน 80เท่า กินไม่ลงครับ
ลูกน้องเหลี่ยมมันทำกาแฟ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 17 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอสนับสนุนคนมีสมอง และความตั้งใจอย่างนายปรี๊ด จะรออ่านนะจ๊ะ like like like
หนับหนุน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 13 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พิสดาร เขียนอย่างนี้ครับ

หาพจนานุกรมสักเล่มไว้ข้างกายอันไหนสงสัยก็เปิดก่อน เราเป็นสื่อต้องรับผิดชอบในข้อเขียน เพราะมันจะอยู่ในอินเทอร์เน็ตไปอีกนาน คนอ่านบางคนไม่รู้ก็จำกันผิด ๆ ไปใช้ คนสมัยก่อนเขาทำหนังสือต้องมีช่างเรียงตัวอักษรทีละตัว เขายังทำให้ถูกต้องได้
นะจ๊ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คิดถึงหนังเรื่อง the bucket list

http://www.imdb.com/title/tt0825232/

ตอน list สุดท้าย เรื่องที่ทำให้ตลกจนน้ำตาไหล อ่านบทความนี้แล้วคิดถึงหนังเรื่องนี้เลย
Leenoi
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +28 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ยอมรับว่ากาแฟ กำไรดี โดยเฉพาะร้านขายกาแฟ ไม่ว่าจะในห้างหรือนอกห้าง

จากที่เคยซื้อกิโลละร้อยกว่านิดๆ ปัจจุบันกิโลละสามร้อย จากเครื่องชงแบบความดันราคาเกือบหมื่น จนเดี๋ยวนี้เกือบสามหมื่น ผมไม่ได้ไปเรียนอะไรหรืออบรม เพราะไม่ได้คิดจะเปิดร้าน ก็แค่กิน กาแฟร้อนกาแฟเย็น ก็มีความสุขดี

แต่พยายามเลี่ยงที่จะซื้อกิน เพราะเรารู้ต้นทุน แล้วที่เขาชงๆขาย ก็งั้นๆ บางห้าง นำยี่ห้อดังๆเข้ามา เดินผ่านหอมหวลชวนดื่ม แต่พอสั่งดื่มจริงๆ ใสสนิท สีอ่อนกว่าน้ำสองที่เราชงดื่มเองที่บ้าน !!

ยิ่งถ้าเป็นต่างจังหวัด เซลบางคนอาศัยความไม่รู้ของชาวบ้านที่เปิดร้านขายเอาเม็ดไปขาย แบบหลอกขาย รสชาติห่วยสุดๆ บังเอิญผมรู้จัก ก้เลย เอาเมล็ดที่ผมชงดื่มประจำไปให้หนึ่งถุง ให้เขาเปรียบเทียบ สีสรร รส กลิ่น มันห่างกันคนละโลกกับที่โดนหลอก แล้วผมก็ให้เขาติดต่อกันเอง จนเดี๋ยวนี้ ลูกค้าเขาเยอะ ออกรถเก๋งป้ายแดงแล้ว ไอโฟนอีกต่างหาก

เคยส่งเมลไปเสนอแนะให้ เขาช่อง ทำกาแฟคั่วบดออกมาขาย ในฐานะที่ผมเคยอุดหนุนกาแฟสำเร็จเขาช่องมาก่อน ก็นานมาแล้ว ได้รับคำตอบกลับอัตโนมัติ เพียงแค่ ขอบคุณ คิดว่าเขาไม่สนใจ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ไปเดินบิ๊กซี เขาทำออกมาขายแล้ว 200 กรัม ราคา เกือบ 200 บาท ผมซื้อมาหนึ่งถุง แต่ยังไม่ได้ชง เลยบอกไม่ได้ว่า กลิ่น รส เป็นเช่นไร

แต่ผมคงไม่ซื้อตลอดไปหรอกครับ กิโลเกือบ 1,000 บาท อเมซอน ปตท. ซื้อจากใครไม่รู้ กิโลกว่า 700 บาท

ขอบคุณบ้านไร่ ถ้าคุณไม่ตั้งราคาสูงปรี๊ด ผมคงไม่ซื้อมาชงกินเองแน่นอน
ครูพัก ลักจำ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 8 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะเข้ามาอ่านบทความท่านปรี๊ดทุกฉบับนะคะ อยากให้มีบทความแบบนี้เยอะๆ เห็นด้วยว่า ธรรมชาติอยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง ฮาฮา ขอบคุณมากๆ อยากให้มีมานานแล้ว แล้จะเข้ามาคุยกับท่านอีก และท่านอื่นๆที่สนใจธรรมชาติรอบตัว
สนับสนุน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มนุษย์ขี้เหม็น รังเกียจกันอย่างตรงไปตรงมา

ส้วมประเทศจีน ถูกสร้างข้อรังเกียจจากนักท่องเที่ยว

แล้วมนุษย์นี้เอง ไปสรรสร้างเรื่องราว ตำนาน เพื่อเงิน

เอาขี้ชมดมาล้างเพี่อเอาเมล็ดกาแฟมาคั่ว มาชงดื่ม

ยังมีคนที่หลง คนที่ลืม มันเคยเป็นขี้ของสัตว์ชนิดหนึ่ง

ดื่มเข้าไปแล้ว ต้องทำหน้าทึ่ง กระเป๊าเบา

เพื่อความเชื่อในวงการกาแฟ และความเขลาของคนดื่ม
แพงทั้้งแผ่นดิน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +17 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พี่น้อยไม่กินขี้ครับ
พี่น้อย
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 2 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมไม่กินของที่ผ่านการเป็นอุจจาระมาก่อน
หมามันกินขรี้นะ แล้วคุณล่ะ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ดีครับ เขียนเเบบนี้ได้อะไรหลายอย่างดี ชอบมากๆ
sko
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014