หน้าแรกผู้จัดการ Online | ข่าวออนไลน์
 

“สนธิ ลิ้มทองกุล” เปิดใจหลัง ASTV ถูกตัดสัญญาณดาวเทียม

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
17 ตุลาคม 2554 21:30 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“สนธิ ลิ้มทองกุล” เปิดใจหลัง ASTV ถูกตัดสัญญาณดาวเทียม
สนธิ ลิ้มทองกุลเปิดใจหลัง ASTV จอดับหลังถูกตัดสัญญาณดาวเทียม แต่ยังคงแพร่ภาพผ่านระบบอินเทอร์เน็ตวันนี้ (17 ต.ค.)

ASTVผู้จัดการ - เจ้าของดาวเทียมไม่ให้ค้างค่าเช่า เหตุ ASTV จอดับ-หยุดแพร่ภาพผ่านดาวเทียม แต่ยังดูผ่านอินเทอร์เน็ตและฟังผ่านวิทยุได้ “สนธิ ลิ้มทองกุล” เผยเสียดายแต่ไม่เสียใจ ยืนยันสู้ต่อตามอุดมการณ์และจิตวิญญาณของสื่อที่นำเสนอความจริงต่อไป
       
       ตั้งแต่เวลาประมาณ 17.30 น.วันนี้ (17 ต.ค.) สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี (ASTV) ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2546 ได้หยุดแพร่สัญญานภาพผ่านดาวเทียมที่เคยทำตามปกติ ท่ามกลางความสงสัยของผู้ชมทางบ้านจำนวนมากที่โทรศัพท์เข้ามาสอบถามที่สถานี
       
       นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งเอเอสทีวี เปิดเผยภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เกิดจากการที่บริษัท นิวสกาย แซทเทลไลต์ (NewSkies Satellite) เจ้าของดาวเทียม NSS-6 ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ตัดสัญญาณด้วยเหตุผลที่เอเอสทีวีที่เป็นคู่สัญญาได้ค้างชำระหนี้ค่าเช่าช่องสัญญาณมานานกว่า 6 เดือนแล้ว โดยหนี้คงค้างมีอยู่ราว 4 แสนเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งตามข้อตกลงเดิมก่อนที่ NSS-6 จะตัดสัญญาณได้มีการเจรจากันมาระดับหนึ่งโดยเอเอสทีวีขอผ่อนชำระจนถึงสิ้นปีนี้ ส่วนค่าใช้จ่ายใหม่ที่จะเกิดขึ้นรายเดือนนั้นก็จะชำระให้ทุกเดือน
       
       “ทาง NSS-6 เปลี่ยนเจ้าของเขาก็เลยไม่ยอม เขาต้องการให้เราจ่ายรวดเดียวซึ่งเราทำไม่ได้ เพราะเราต้องเอาเงินมาจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานซึ่งพนักงานสำหรับเราถือว่าสำคัญที่สุด” นายสนธิกล่าว
       
       จากนี้ไปจึงเท่ากับว่าเอเอสทีวีจะหยุดแพร่ภาพผ่านดาวเทียมไปโดยปริยาย แต่สำหรับระบบการรับชมผ่านอินเทอร์เน็ตและผู้ชมในอเมริกาจะยังสามารถรับชมรายการของเอเอสทีวีได้ตามปกติ รวมทั้งถ่ายทอดสัญญาณเสียงผ่านสถานีวิทยุชุมชนความถี่ 97.75 เมกะเฮิรตซ์
       
       นายสนธิกล่าวว่า ตั้งแต่ก่อตั้งมาเอเอสทีวีได้ทำหน้าที่ของสื่อที่นำเสนอความจริง ยืนอยู่บนความถูกต้องจึงมีรายได้จากโฆษณา และเงินเข้ามาหล่อเลี้ยงน้อยมาก ซึ่งแตกต่างจากสถานีข่าวที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนนายทุน พรรคการเมือง อย่างเช่น ทีวีเสื้อแดง ที่ได้รับเงินอุดหนุนมหาศาล
       
       “เราก่อตั้งมา ปลายปี 2547 ก็เข้าร่วมต่อสู้กับประชาชน เราอยากให้เอเอสทีวีเป็นสื่อที่มีส่วนนำเสนอข้อเท็จจริงต่อสังคม ให้ประชาชนได้มีข้อมูลเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาประเทศ ผมก็พยายามกัดฟันสู้ ล้มลุกคลุกคลานมาตลอด 7 ปีกว่า แต่ผมคนเดียวก็ไม่ไหว ต้องเอาทรัพย์สินส่วนตัวมาขาย ขายไปแล้วกว่าพันล้าน มีคนพยายามมาเสนอให้เงิน ซึ่งถ้าเรารับก็เท่ากับขายตัว ขายอุดมการณ์ เราคงร่ำรวย แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น” ผู้ก่อตั้งเอเอสทีวีกล่าว
       
       เขายังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา 6-7 ปี ตนเองต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายหาเงินมาเพื่อให้เอเอสทีวีออกอากาศได้อย่างราบรื่นไม่ต่ำกว่าเดือนละ 30 ล้านบาท โดยรายได้ทั้งจากการบริจาคของประชาชนและการช่วยเหลือจากพล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ผลิตปุ๋ยออกจำหน่ายช่วยเหลือก็ช่วยได้บ้างแต่ไม่มากและสม่ำเสมอนัก
       
       “ความจริงเอเอสทีวีควรจะอยู่ได้เพราะลำพังพันธมิตรฯ และแฟนพันธุ์แท้เอเอสทีวี ซัก1-2 แสนคน ถ้าร่วมกันบริจาค ช่วยกันสมัครเอสเอ็มเอสคนละไม้คนละมือ ทำไมจะอยู่ไม่ได้ แต่เอาเข้าจริงก็แค่เชียร์เรา แค่อยากมีสื่อแบบนี้ มิหนำซ้ำผมยังถูกใส่ร้ายว่ารับเงินทักษิณ มันถึงมีวันนี้ไง วันที่เอเอสทีวีไม่ได้ถ่ายทอดผ่านดาวเทียมแล้ว”
       
       ผู้ก่อตั้งเอเอสทีวียังกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า สังคมไทยอาจจะต้องการทีวีแค่ช่อง 3 ช่อง 7 ดูละครน้ำเน่า และช่องทีวีอื่นๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อบิดเบือนข่าว แต่อยู่ได้และมีกำไรมหาศาล ขณะที่โทรทัศน์ที่ต่อสู้ให้ชาติบ้านเมืองและนำเสนอความจริงกลับอยู่ไม่ได้ ซึ่งการทำโทรทัศน์ประเภทหลังต้องใช้ความเสียสละอย่างมาก ทั้งทรัพย์สินและเสี่ยงชีวิต เช่น ถูกฟ้องร้องในคดีต่างๆ กว่า 70 คดี และลอบสังหารจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดในเดือนเมษายน 2552
       
       “ผมเหมือนคนบ้า คนอื่นก็บอกว่าไอ้สนธินี่มันบ้า เก็บเงินเก็บทองไว้ดีกว่า ประเทศชาติไม่ใช่ของมึงคนเดียว ไปแบกไว้ทำไม จะมีใครอึดเท่าผมในประเทศนี้ สู้มา 7 ปีกว่า ถามว่าเสียดายมั้ย ก็เสียดายแต่ไม่เสียใจ เหตุผลที่ไม่เสียใจก็เพราะว่า ผมคิดว่าไม่เสียชาติเกิดที่ได้ทำมาขนาดนี้แล้ว นอกจากนี้แล้วยังได้ร่วมขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อต่อสู้ให้กับบ้านเมือง สู้เพื่อปกป้องแผ่นดินไทย สู้เพื่อเอาข่าวสารที่แท้จริงออกมาให้กับสังคมไทย ซึ่งสื่อมวลชน โทรทัศน์ทุกช่อง ไม่ได้มีข่าวสารที่แท้จริง และไม่มีความกล้าหาญพอที่จะเอาความจริงมาเปิดเผย เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงมีความรู้สึกว่าผมไม่เสียชาติเกิด”
       
       สำหรับอนาคตของเอเอสทีวี นายสนธิยืนยันว่า พนักงานและการทำงานในหน้าที่สื่อมวลชนยังจะดำเนินต่อไปเหมือนเดิม โดยถือเป็นโชคดีที่เครือเอเอสทีวีผู้จัดการยังมีเว็บไซต์ข่าวที่มีคนอ่านมากที่สุดของประเทศนี้ จึงจะให้เอเอสทีวีออกอากาศผ่านระบบอินเทอร์เน็ตต่อไป
       
       “ผมเคยบอกว่าจะทำ ASTV จนกว่าจะไม่มีแรงทำ และวันนี้ก็มาถึง” นายสนธิกล่าวทิ้งท้าย
       
        ………………………..
       
       คำต่อคำ “สนธิ ลิ้มทองกุล” หลัง ASTV ถูกตัดสัญญาณดาวเทียม
       
       “ทางเราค้างค่าดาวเทียม NSS-6 ประมาณ 6 เดือน คิดเป็นเงินเหรียญสหรัฐฯ ก็ประมาณ 4 แสนเหรียญฯ หรือราว 12 ล้านบาท ในข้อตกลงเดิมเราบอกว่าเราจะเอาเงิน 6 เดือนที่ค้างจ่ายรวดเดียวเลยตอนสิ้นปี ส่วนรายเดือนที่เกิดขึ้นประจำเดือนใหม่ก็จะจ่ายทุกเดือน ทีนี้ทางดาวเทียมเขามีเจ้าของใหม่ เจ้าของใหม่เขาก็ไม่ยอม ก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะเราต้องเอาเงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานก่อน สำหรับเราแล้วพนักงานเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด มันก็มีค่าใช้จ่ายต่างๆ
       
       “อย่างที่บอกว่าเอเอสทีวีเป็นทีวีที่ยืนอยู่บนความถูกต้อง แล้วก็ไม่ค่อยมีใครลงโฆษณาเพราะเราขายความจริง การทำเอเอสทีวีเราไม่ได้เอาเงินจากการคอร์รัปชั่นแล้วมาสร้างทีวีเพื่อสนับสนุนการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ชัดว่า ทีวีเสื้อแดงเขาก็มีเงินเข้ามาสนับสนุนตลอดเวลาไม่มีหยุด ส่วนทีวีอีกฝ่ายหนึ่งเขาก็มีเงินมีทองของเขา ส่วนของเรานี่เนื้อๆ เลยคือเราต้องกัดฟันต่อสู้ ส่วนตัวผมเองก็เป็นคนเดียวที่รับผิดชอบ หาเงินหาทอง แล้วก็เอาทรัพย์สินของตัวเองไปขาย เพื่อวัตถุประสงค์คือ ให้เอเอสทีวีเป็นทีวีที่ต่อสู้ให้กับประเทศไทย เราสู้มาตั้งแต่ปลายปี 2547 รวมเวลาแล้วก็เกือบ 7 ปีที่เราสู้มา ซึ่งเราก็ล้มลุกคลุกคลานมาตลอดเวลา มีคนที่จะเอาเงินเอาทองมาให้ โดยมีเงื่อนไขว่าให้เราเปลี่ยนจุดยืนเราก็ไม่เอา ... ผมก็พูดว่าผมทำได้แค่ไหนก็แค่นั้นก็ละกัน เพราะเมื่อถึงวันนี้มันก็เป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นของผมคนเดียว
       
       “มีคนที่สนับสนุนเอเอสทีวีอยู่ พันธมิตรฯ ที่ พล.ต.จำลอง (ศรีเมือง) ออกประกาศให้ช่วยเหลือ ซึ่งก็ได้เงินประมาณเดือนละ 3-4 ล้านบาททั้งๆ ที่คนที่เป็นแฟนเอเอสทีวี หรือเป็นพันธมิตรฯ จริงๆ ผมว่าถ้าสักแสนสองแสนคน ช่วยกันคนละ 500 ก็ได้ 40-50 ล้านบาทแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายของเราเดือนนึงเอาจริงๆ ก็ตกประมาณ 30-40 ล้านบาท แม้การขายปุ๋ยของ พล.ต.จำลองจะช่วยได้เยอะ แต่มันก็ไม่แน่นอนเพราะว่าเดี๋ยวน้ำท่วมปุ๋ยก็ขายไม่ออก สินค้าเอเอสทีวีก็มีกำไรตกเดือนละล้านกว่าๆ เท่านั้นเอง SMS ASTV ก็มีสมาชิกประมาณ 4 หมื่นคน จากที่เคยตั้งเป้าไว้ 1-2 แสนคน โฆษณาอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรเพราะไม่มีใครมาลง สาเหตุที่ไม่มีใครมาลงเพราะมันเป็นโทรทัศน์ที่นายทุนไม่อยากลงโฆษณาให้การสนับสนุน เพราะเราเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป ถ้าเราขายตัวขายอุดมการณ์สัก 30 เปอร์เซ็นต์ เราก็คงอยู่ได้ คงร่ำรวย แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น
       
        “เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อประชาชนที่ดูเอเอสทีวีแล้วคิดว่าเอเอสทีวีเป็นทีวีที่ดี ประเทศไทยควรจะมีโทรทัศน์อย่างนี้ แต่ไม่ช่วยกันสนับสนุนให้เอเอสทีวีอยู่ได้ ผมคนเดียวแบกไม่ไหวหรอก ผมแบกมา 7 ปีแล้ว ผมทำได้เพียงแค่นี้ เกินกว่าที่มนุษย์คนนึงจะทำได้ เฉพาะส่วนตัวแล้วขายทรัพย์สินหมดไป 7 ปีนี้ก็พันกว่าล้านแล้ว ผมคิดว่าได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ส่วนอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ต้องว่ากันไป
       
       “ณ วันนี้มีแต่คนเอาแต่ได้ ได้เอา แต่เสียสละไม่ยอม การทำเอเอสทีวีเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่มากเพราะเป็นอันตรายในเรื่องถูกฟ้องร้องเอย อันตรายในการถูกลอบทำร้ายเอย แล้วก็ยังต้องสูญเสียทรัพย์สินส่วนตัวอีก ผมคิดว่าผม ... คนคนหนึ่งโดนยิงอีก 200 นัด โดนคดีฟ้องในศาลอีก 70 กว่าคดี ผมคิดว่าในประเทศไทยหาคนอย่างผมคงไม่มีอีกแล้ว มิหนำซ้ำยังถูกใส่ร้ายป้ายสีอีก จากพวกพรรคประชาธิปัตย์ และแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์หาว่าผมไปรับเงินทักษิณมา นี่เดี๋ยวก็คงใส่ร้ายผมอีก หาว่าเพราะผมไปรับเงินมาก็เลยแกล้งปิดเอเอสทีวี แต่ความจริงคือเราค้างชำระค่าดาวเทียมเขามา 6 เดือนแล้ว ก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์จะยุบสภาเสียอีก

       
       “สมัยหนึ่ง แม้กระทั่งปัจจุบัน ทั้งโทรทัศน์ วิทยุที่ออกได้ทุกวันนี้มันออกก็เพราะว่ามันมีเงินสนับสนุนจากทางการเมือง แต่เงินทางการเมืองมาจากไหนล่ะ ก็คือเงินที่โกงกินคอร์รัปชั่นมา เพราะฉะนั้นเอเอสทีวีทุกข่าวเป็นข่าวที่บริสุทธิ์ จุดยืนทุกจุดยืนอยู่บนอุดมการณ์ บนเป้าหมายคือทำให้ชาติอยู่บนทำนองคลองธรรม เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่าผมทำได้เพียงแค่นี้ ถามว่าผมเสียดายไหม ... ก็เสียดาย ถามว่าผมเสียใจไหม ผมไม่เสียใจ เหตุผลที่ไม่เสียใจก็เพราะว่า ผมคิดว่าไม่เสียชาติเกิดที่ได้ทำมาขนาดนี้แล้ว นอกจากนี้แล้วยังได้ร่วมขบวนการพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อต่อสู้ให้กับบ้านเมือง สู้เพื่อปกป้องแผ่นดินไทย สู้เพื่อเอาข่าวสารที่แท้จริงออกมาให้กับสังคมไทย ซึ่งสื่อมวลชน โทรทัศน์ทุกช่อง ไม่ได้มีข่าวสารที่แท้จริง และไม่มีความกล้าหาญพอที่จะเอาความจริงมาเปิดเผย เพราะฉะนั้นแล้วผมจึงมีความรู้สึกว่าผมไม่เสียชาติเกิด
       
       “แต่ว่าเอเอสทีวีก็ยังออกอยู่ คนก็ยังสามารถที่จะดูได้อยู่ผ่านอินเทอร์เน็ต ส่วนคนที่อเมริกาก็ยังดูได้ เพราะว่าเราส่งสัญญาณผ่านอินเทอร์เน็ตไปที่อเมริกาและขึ้นดาวเทียมที่อเมริกา ค่าใช้จ่ายก็ยังพอจะจ่ายได้ เพราะว่ามีสมาชิกที่อเมริกาเขาจ่ายเงินให้ ยกตัวอย่างง่ายๆ ให้ฟังว่า ถ้าเรามีแฟนพันธุ์แท้เอเอสทีวีหรือพันธมิตรฯ สักแสนคนจากจำนวนล้านคน ซึ่งน่าจะหาได้ ไม่ต้องอะไรแค่รับเป็นสมาชิก SMS เราเดือนละ 200 บาท เราก็อยู่ได้แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงๆ มีแค่ 4 หมื่นคน เพราะฉะนั้นแล้ว ... (หยุดคิด) ผมก็เห็นใจเขานะ ผมก็เลยคิดเสียว่าวันนี้ไม่มีคนดูเอเอสทีวีผ่านดาวเทียมก็แล้วกัน ถ้าใครอยากดูก็ดูผ่านอินเทอร์เน็ตเอา
       
       เมื่อถามว่าในส่วนของทีมข่าวและรายการจะยังคงดำเนินการต่อไปหรือไม่ สนธิตอบว่า
        “ยังทำอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เพียงแต่ช่องทางการออกจะออกทางอินเทอร์เน็ตแทน แล้วก็ถ่ายทอดเสียงผ่านทางวิทยุเอฟเอ็ม 97.75 MHz นอกเสียจากว่า ... เพราะเงินเดือนพนักงาน 2 เดือนที่แล้วผมก็เพิ่งขายที่ดินส่วนตัวไปผืนหนึ่ง เพื่อเอาเงินจากการขายที่มาจ่ายเงินเดือน ส่วนอุดมการณ์ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น เราเสียอยู่อย่างเดียวคือเราไม่มีเงิน ถ้าเรามีเงินเราจะสามารถพัฒนาเอเอสทีวีไปได้อีกหลายระดับและจะช่วยชาติบ้านเมืองได้ มันก็เป็นอย่างนี้แหละ ... ในสังคมไทยเราเป็นคนปกติ ที่อยู่ในสังคมที่ไม่ปกติ
       
       “ตอนนี้พันธมิตรฯ หรือ คนที่เชียร์เอเอสทีวีที่เชียร์แต่ปาก ไม่ได้ช่วยอะไร ก็รบกวนไปดูช่องฟรีทีวี 3, 5, 7, 9, 11 แล้วกัน แต่พนักงานของเอเอสทีวีก็จะอยู่เหมือนเดิม เราก็จะต่อสู้หาเงินมาจ่าย แต่อย่างน้อยเราก็ลดต้นทุนการจ่ายค่าช่องสัญญาณดาวเทียมได้ ส่วนช่องอื่นๆ อีก 2 ช่อง คือ ช่อง Super บันเทิง กับช่องภาษาอังกฤษที่ออกทรูวิชั่นส์นั้น เขามีรายได้ของเขาเองสามารถดูแลตัวเองได้ เพราะฉะนั้นที่จะต้องดูแลก็คือช่อง นิวส์วัน แล้วก็ยังโชคดีที่มีอินเทอร์เน็ต มีเว็บไซต์ข่าวที่คนเข้าเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย
       
       “เอเอสทีวีเป็นตัวอย่างที่พิสูจน์ชัดว่า คนไทยชอบเชียร์ แต่พอถึงเวลาต้องลงเงินลงแรงให้ของดีๆ ต้องมีอยู่ต่อไปก็จะเฉยๆ วันนี้ก็ไม่มีอะไรให้แล้ว ก็กลับไปสู่ยุคเดิม ยุคสมัยก่อนที่ผมทำเอเอสทีวี ... ถ้าไม่มีเอเอสทีวีเมืองไทยก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แล้ววันนี้ก็ไม่มีเอเอสทีวีอีกต่อไป เมืองไทยก็คงจะเปลี่ยนแปลงยากเหมือนกัน”
       
       เมื่อถามว่าที่ผ่านมา ทุกๆ เดือนคุณสนธิหาเงินส่วนตัวมาโปะเอเอสทีวีจำนวนเท่าไหร่?
        “เฉลี่ยเดือนละ 20-30 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินส่วนตัว ที่ติดลบประมาณเดือนละ 20 ล้านบาท ปีหนึ่งก็ 240 ล้านบาท คำนวณ 6-7 ปีที่ผ่านมาก็ลองคูณเข้าไปว่าเท่าไหร่ คือ ผมเหมือนคนบ้า คนอื่นก็บอกว่าไอ้สนธินี่มันบ้า เก็บเงินเก็บทองไว้ดีกว่า ประเทศชาติไม่ใช่ของมึงคนเดียว ไปแบกไว้ทำไม ช่อง 3 ช่อง 7 รวยจะตายไม่เห็นเขาออกมาทำอะไร เขาก็เน้นข่าวบันเทิง ละครต่างๆ เขาก็ร่ำรวย ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมือง ... สังคมไทยเป็นสังคมที่แปลก สื่อมวลชนที่ไม่พูดความจริง บิดเบือนกลับอยู่ได้ เพราะคนไทยชอบ แต่สื่อมวลชนที่กล้าพูดความจริง ตรงไปตรงมา กลับโดนรังเกียจ หรือถ้าไม่รังเกียจก็เชียร์กันด้วยปาก ที่พูดไม่ได้หมายถึงพันธมิตรฯ ทุกคน เพราะก็มีจำนวนไม่น้อยที่ยังช่วยบริจาค ยังสมัครรับข่าวสารผ่าน SMS ASTV ซึ่งจำนวน 4 หมื่นกว่าคนนี่ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว แต่มันยังไม่พอมันต้องแสนถึงแสนห้าหมื่นคน
       
        “ก็ถามต่อว่าแล้วพันธมิตรฯ จริงๆ มีถึงแสนห้าหมื่นคนไหม ก็ต้องตอบว่ามีถึงล้านคน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพันธมิตรฯ หน้าจอซึ่งนั่งเชียร์ ซึ่งผมก็เห็นใจเขา บางคนก็บอกว่าธุรกิจก็ไม่ดี เศรษฐกิจก็ไม่ดี ผมก็มองในมุมกลับเหมือนกันว่า 6-7 ปีที่ผ่านมา ผมเสียเงินไปพันกว่าล้านเพื่อชาติบ้านเมืองนี่ผมเสียไปเพื่ออะไร ... แต่ผมไม่ได้เสียดายเงินนะ ผมคิดว่าอย่างน้อยที่สุด ทำมา 6-7 ปี เสียเงินพันกว่าล้าน ประเทศชาติได้มีการเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร อย่างน้อยก็มีคนจำนวนหนึ่งที่ได้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง แล้วก็ได้เห็นข้อเท็จจริงในสังคม แล้วก็เปลี่ยนทัศนคติ แนวความคิด มีความรู้สึกรักชาติรักแผ่นดินขึ้น แต่เผอิญที่สื่อตัวนี้เป็นสื่อที่ต้องได้รับการสนับสนุน เมื่อไม่ได้รับการสนับสนุน ผมต้องแบกรับคนเดียวเป็นหลัก มันก็ถึงจุดสุดท้ายที่มันต้องหยุด เพราะมันไม่มีให้ (หยุดคิด) ก็อาจจะมีทรัพย์สินอีกชิ้นหนึ่งที่ยังรอขาย ถ้ายังขายได้ก็อาจจะเอาเงินมาทำต่อ แต่ถ้ายังทำไม่ได้ก็ยังคงดูผ่านดาวเทียมไม่ได้ต่อไป ต้องดูผ่านอินเทอร์เน็ต แต่การขายของ ณ เวลานี้ก็ไม่ง่าย”

       
        เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่จะออกอากาศผ่านดาวเทียมดวงอื่นหรือไม่?
        “ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่ดาวเทียมดวงอื่น เพราะเมื่อเราค้างหนี้เขาเราก็ต้องใช้เขา ถึงจะไปเช่าดาวเทียมดวงอื่น หนี้เก่าเราก็ยังต้องใช้คืนเขา ... เขา (ผู้ให้บริการดาวเทียม) ไม่ได้ผิดอะไร เราค้างหนี้เขา เราใช้บริการเขา ตกลงกันแล้วว่าจะจ่ายเดือนละเท่าไหร่ แต่ช่วงนั้นโชคร้ายที่เราต้องเอาเงินมาจ่ายเงินเดือนพนักงานก่อน เพราะพนักงานทุกคนเขาก็มีค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเขาอยู่ เขาต้องกินข้าว มีบ้านต้องเช่า ต้องผ่อนส่ง รถต้องผ่อน ต้องเลี้ยงดูลูกเมีย ตอนนี้เอเอสทีวีก็เลยต้องกลายเป็นทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตกับวิทยุชุมชนไป
       
       “ผมคงแบกความรับผิดชอบแบบนี้คนเดียวต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว เพราะผมไม่มีแล้ว หลังหักแล้ว อย่างที่ผมเคยบอกว่าผมจะทำต่อไปจนไม่มีแรงทำ แล้ววันนี้ก็มาถึงแล้ว ... ไม่มีแรงแล้ว”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
NSS6 ตัดสัญญาณดาวเทียม ASTV - ทางเน็ตยังดูได้ปกติ
ข่าวล่าสุด ในหมวด
รถยนต์เสียหลักตกจากลานจอดรถ เดอะมอลล์ บางกะปิ เสียชีวิต 1 ราย
จนท.หาม “ครรชิต สุขเสถียร” หน.สนง.รมว.เกษตรฯ ส่ง รพ.หลังเป็นลมหมดสติขณะรอแจง ครม.
ผบ.ตร.แถลงจับ “พงศ์พัฒน์” พร้อมพวก อึ้ง! เซฟฝังดินซ่อนทรัพย์สินอื้อ
ประมวลภาพ : ตำรวจคุมตัว “พงศ์พัฒน์” พร้อมพวก ยื่นฝากขังศาลอาญาพร้อมค้านประกัน
เหล่าทหารม้าซ้อมแปรขบวน เตรียมสวนสนาม 5 ธันวา
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 587 คน
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้
ควรปรับปรุง ดีมาก
  1 2 3 4 5  
1 2 3 4 5
ความคิดเห็นที่ 2 +547 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พรุ่งนี้จะบริจาคให้ ASTV จำนวนหนึ่ง ช่วยบอกเบอร์บัญชีขึ้นจอให้ด้วย ขอเป็นบัญชีเฉพาะเพื่อ ASTV

สู้นะคุณสนธิ คุณอาจจะทำถูกใจบ้่าง ไม่ถูกใจบ้าง
แต่ด้วยอุดมการณ์ที่รักในหลวงและชาติยิ่งชีวิต
ขอคาราวะคุณ และช่วยคุณ เพราะช่วยเป็นการ
ช่วยชาติด้วย
1
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 183 +463 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พันธมิตร พันธมิตร พันธมิตร เช็คคุณสนธิ30ล้าน+ค่าlink 12 ล้าน รวม 42 ล้าน พวกเราพันธมิตร 3ล้านคน เฉลี่ยคนละ14 บาท ช่วยกันได้ไหม โอนเข้า บช astv คนละ50บาท +ค่าโอน30บาท ตกคนละ80บาท หรือ 300บาทสำหรับ 6เดือน30ค่าโอน รวม 330 ต่อ 6 เดือนก็เดือนละ 55 บาทนะ ทำได้ไหม พันธมิตรช่วยกัน เราโอนให้แล้วทาง i-banking เมื่อกี้ 3000 บาท กด+นะ กด+ช่วยกัน เพื่อให้คนได้เห็นช่วยกัน
วันเพ็ญ แซ่เอี้ยว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 62 +372 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเป็น 1 ใน 50,000 กว่าคนที่ช่วย ASTV ผ่าน SMS และจะช่วยต่อไป
PAD
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 110 +230 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
1.สมัคร SMS ตั้งแต่ 8 ตุลา 52 จนถึงเดี๋ยวนี้
2.เปลี่ยนจากรับไทยรัฐมาเป็นผู้จัดการรายวันและสุดสัปดาห์(ตั้งแต่ออกฉบับแรกเลย)
3.ซื้อสินค้า ASTV เกือบทุกชนิดที่จำเป็นต้องใช้ในบ้าน(ธูป เทียน ก็ด้วย)
4.โอนเงินช่วยทุกเดือนๆละ 1,000 บาท แต่เดือนนี้จะเพิ่มเป็น 3,000 ทีแรกว่าจะโอนผ่านมูลนิธิลุงจำลองไปช่วยน้ำท่วม 2,000 เปลียนใจให้ ASTV หมดเลย
5.พรุ่งนี้จะสมัคร Calling Melody
ดิฉันทำหมดแล้ว เสียใจที่จอดับ แต่ไม่หมดกำลังใจ จะช่วยต่อไป
กลับมาคืนจอไวๆนะคะ ที่บ้านเปิด ASTV ตลอดช่องเดียว เพราะช่องอื่นดูแล้วมันไม่เต็มอิ่ม ยิ่งคุณแม่ติด ASTV มากค่ะ แล้วจะให้ท่านมานั่งดูนั่งฟังผ่านทาง Internet มันทำร้ายจิตใจคนแก่มากเกินไป
โอนไปบัญชีเดิมที่ออกอากาศอยู่ใช่มั้ยค่ะ
แล้วลุงจำลองจะให้เบิกไปจ่ายหนี้มั้ยค่ะ?
หรือจะเปิดบัญชีใหม่ค่ะ
พรุ่งนี้ก่อนไปโอนเงินจะติดตามข่าวในเวปอีกครั้งค่ะ
พธม.หน้าจอหาดใหญ่ ไม่เชียร์อย่างเดียว ช่วยทุกอย่างเท่าที่กำลังจะมีให้ได้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 194 +218 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ขอขอบพระคุณคุณสนธิ ลิ้มทองกุล พันธมิตร ASTVและMANAGER ONLINEที่ยอมเสียสละ กล้าหาญช่วยกันออกมาปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ช่วยกันดูแลรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน ปลูกจิตสำนึกให้คนไทยรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มากขึ้น ให้ปัญญากับประชาชน
ไม่ยอมก้มหัวให้กับพวกนักการเมืองชั่ว ข้าราชการเลวที่เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันโกงชาติ ขายชาติ ทำร้ายประเทศไทย ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
เราไม่ยอมก้มหัวให้กับศัตรูของประเทศไทย คุณสนธิ ลิ้มทองกุล พันธมิตร ASTVและMANAGER ONLINEเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้กับประเทศชาติและประชาชน

ยินดีสนุบสนุนคุณสนธิ ลิ้มทองกุล พันธมิตร ASTVและMANAGER ONLINEตลอดไป
เราสู้เพื่อประเทศไทย เพื่ออนาคตที่สดใสของคนไทยทุกคน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 245 +187 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
.......หรือจะถือโอกาสเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสโดยการปฎิวัติวงการโทรทัศน์ทีวีบ้านเราฉีกไปสู่ยุคใหม่ที่ไม่จําเป็นต้องพึ่งเพียงช่องทางเดียวอีกต่อไป

ขอเสนอทําอินเตอร์เน็ตทีวีเต็มรูปแบบกันไปเลยดีกว่ามั้ย เช่น เดิมมีทั้งสตรีมมิ่งแบบทั่วไปที่ดูผ่านทางคอมพิวเตอร์เป็นหลัก เพิ่มช่องทางให้หลากหลายนําหน้าใครเขาไปเลยอย่างเช่นทํากล่องดูทีวีผ่านโปรโตคอลอินเตอร์เน็ตทั่วไปที่มีอยู่แล้วแปลงสัญญาณดิจิตอลออกทีวีแทนกล่องรับสัญญาณจากดาวเทียมที่มีกลาดเกลื่อนและต่อไปหลังเกิดกสทช.ก็เหมือนกระดาษที่มีอยู่ทั่วไปเปลี่ยนมาเป็นตัวกล่องรับสัญญาณทางอินเตอร์เน็ตแทน ไม่ต้องไปง้อบริษัทเจ้าของดาวเทียมอีกต่อไป เท่าที่ทราบต่อไปจะมีอุปกรณ์จําพวกนี้ทะลักผลิตออกมาเกลื่อนตลาด หรือแบบช่องเคเบิ้ลที่นําออกอากาศเฉพาะทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้นตามแบบตัวอย่างในต่างประเทศโดยมีกล่องเป็นตัวรับเฉพาะช่องของตัวเองแล้วนําสัญญาณภาพออกทีวีอีกทีก็ได้ และทีวีรุ่นต่อไปหรือที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ตทีวีนั้นมันสามารถใส่ (add Url) พร้อมไอคอนเรียกใช้ผ่านอินเตอร์โดยผู้ใช้เองได้โดยสะดวก แค่ทัชเพียงครั้งเดียวดลให้มาทั้งเสียงและภาพมาในทันที

อนาคตอุปกรณ์แบบแอปเปิลทีวีวันนี้นั้นจะมีอนาคตเป็นอย่างสูงเพียงแค่เพิ่มช่องทีวีชนิดแบบออกอากาศเรียลไทม์และเปิดให้มีการเพิ่มช่องทางการดูโดยตัวผูใช้เองเข้าไปเท่านั้น หวังว่าจะมีกล่องเอเอสทีวีขนาดเท่าแอปเปิลทีวีในวันสองวันนี้และมันสามารถดูผ่านอินเตอร์เท่านั้นที่สําคัญไว้รองรับเพื่อขายสินค้าของเอเอสทีวีแบบแอปเปิ้ลสโตร์ได้อีกด้วย (สํารองเอาไว้พรุ่งนี้ไม่ใช่วันนี้) ออกมาพร้อมกับแอปเปิลทีวีรุ่น3เลยก็ได้ไม่เลว(ทําแค่เพื่อทําการทดสอบไปก่อนก็ได้เพราะที่สําคัญคือเรื่องทุน) ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ใช่เรื่องราวของอนาคตมันเริ่มวันนี้แล้วครับ

คืนนี้นอนไม่หลับแล้วว่ากันให้สว่างไปเลย ผมขอเสนอให้มองไปที่อุปกรณ์ตัวหนึ่งของแอปเปิลที่เรียกว่าแอปเปิลทีวีแต่นั้นวัตถุประสงค์ทํามาเพื่อขายหนังผ่านแอปเปิลสโตร์แล้วใช้ตัวมันเล่นออกทีวีและสนับสนุนระบบเล่น Airplay ร่วมกับตัวอุปกรณ์ตัวอื่นๆของแอปเปิ้ลภายในบ้าน แต่เวอร์ชั่นถัดไปไอ้เจ้าแอปเปิ้ลทีวีนั้นมันคงสั่งซื้อหนังผ่านด้วยตัวมันเองได้โดยตรงไม่ต้องสั่งซื้อผ่านiTune เอาละ มาว่าของเราดีกว่า เราสามารถผลิตไอ้ตัวแบบนี้แต่เพิ่มความสามารถในการดูทีวีช่องต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ตได้แบบเรียลไทม์ เราก็จับเอเอสทีวีใส่เข้าไปในเครื่องนี้และต่อออกทีวี นอกจากทําให้ดูเอเอสทีวีได้แล้วก็ยังสามารถเพิ่มเมนูสั่งซื้อสินค้าเอเอสทีวีผ่านได้ทางช่องทางหนึ่งได้อีกด้วย เช่นสามารถสั่งซื้อ สบู่ ยาสีฟัน ปุ๋ยเอเอสทีวี ตราขวัญดินของลุงจําลองได้ทางเจ้าเครื่องนี้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ดูเอเอสทีวีไป สั่งซื้อสินค้าไปด้วยเจ้าเครื่องนี้ตัวเดียวล้วนๆครับ ทําได้ครับ ทําได้แน่นอน ไม่จําเป็นต้องสมบูรณ์แบบหรือบูรณาการอะไรหรอกครับ ทําแบบฉบับไทยๆเรานี้แหละครับ ใช้งานง่าย คุณป้า คุณน้า คุณตาคุณยายสามารถทํารายการด้วยตัวเองได้ทั้งหมด พอถึงตอนนั้นเราจะเห็นช่องดาวเทียมเชยๆออกมาเต็มบ้านเต็มเมืองแต่ของพวกเราไปไกลทิ้งคนอื่นไม่เห็นฝุ่นแล้ว

...ลืมไปว่าแอปเปิลทีวีนั้นสามารถใช้ไอดีของ Apple id ยืมซื้อหนังผ่านด้วยตัวมันเองได้ครับ ส่วนของเอเอสทีวีเรานั้นใครจะซื้อสินค้าผ่านเจ้าตัวกล่องเอเอสทีวีก็ต้องไปลงทะเบียนไว้ก่อนและได้ไอดีมา (ส่วนการชําระเงินนั้นก็แล้วแต่ความสะดวก และเท่าที่ทําได้กันในขณะนี้ก็แล้วกัน) นอกจากด้วยตัวมันเองจะดูเอเอสทีวีได้แล้ว ช่องใหนใครจะขอเข้าร่วมก็สามารถเข้าร่วมเป็นพันธมิตรฯด้วยกันก็ได้ (แต่ขอสงวนสิทธิ์ให้เอเอสทีวีเป็นตัวแทนสินค้าเพียงเจ้าเดียว) หากนึกจะดูรายการย้อนหลังก็สามารถกลับไปรับชมได้ทุกรายการทุกอย่างก็อยู่ในตัวเจ้ากล่องนี้ สําหรับเรื่องนี้เอเอสทีวีได้เปรียบรายอื่นหากคิดจะทําแข่งเพราะเอเอสทีวีนั้นเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงและที่สําคัญมีฐานมวลชนพันธมิตรฯพร้อมขานรับและให้การสนับสนุนได้ในทันทีอยู่แล้วเป็นฐานที่สําคัญในการเริ่มต้น ใกล้สว่างแล้วขอตัวไปทํางานก่อนเดี๋ยวกลับมาว่ากันต่อครับ
paulla2
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 108 +175 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มีแต่คนลงทุนเพียงแค่ออกมาพิมพ์คำว่า"สู้ สู้ สู้" แต่ไม่ยอมช่วยจ่ายกันซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างผม อย่างน้อยก็เป็นสมาชิกข่าวASTV ซึ่งก็เพียงแค่เดือนละ200บาท

และจะหาซื้อผลิตภัณฑ์ของASTVมาตลอด ถ้ามีโอกาส...น้ำตาไหลเลยครับ เสียใจมากจริงๆ พวกเราชาวพธม.ไม่น่าดูดาย ปล่อยให้ASTVต้องจอดับลงแบบนี้เลย

คุณสนธิ ลุงจำลอง และบรรดาแกนนำทั้งหลาย เขาได้เสียสละอันยิ่งใหญ่ มากมายเื่พื่อบ้านเมือง แต่กับแค่เงินไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน พวกเรายังไม่คิดที่จะ

ยอมสละกันบ้างเลย ทีเอาไปซื้อบุหรี่ เอาไปกินเหล้า เอาไปซื้อหวย เดือนหนึ่งๆ ตั้งไม่รู้เท่าไหร่ ทียังงั้นไม่เสียดาย...น่าเสียใจที่สุดเลยครับ ช่วยกันหน่อยเถิดครับ

คนที่มีมากหน่อยก็ช่วยมากนิด คนที่มีน้อย ก็ช่วยตามกำลัง ไม่ใช่เพื่อใครนะครับ เพื่อตัวเราเอง เพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานเราทั้งนั้น...ยอมเสียสละกันสักนิดเถอะครับ
เกย์พธม.
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 24 +119 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงครับมีแต่คนเชียร์ แต่ไม่ช่วยจ่าย..
ผมด้วย..ผมขอโทษที่คิดว่า ถึงเราไม่ช่วยก็ต้องมีคนอื่นช่วย แล้วถ้าทุกคนหรือคนส่วนมากจริงๆคิดอย่างผม..มาถึงแล้วครับวันนี้ จอดับแล้ว..คิดใหม่และช่วยเถิดครับ น้อยที่สุดคือ ซื้อหนังสือพิมพ์และรายสับดาห์ ขึ้นมาหน่อยก็สัก 200 ต่อเดือนด้วย..ช่วยกันนะครับ พี่น้อง ผมจะทำในวันพรุ่งนี้ทันที..เดือนละ 500 บาทและซื้อหนังสือพิมพ์
คุณ
ได้โปรดช่วยกันนะครับ..ขอบพระ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 454 +106 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมเป็นทหารและก็เป็นพันธมิตรเต็มตัว100% ผมส่งSMSตลอดครับถ้ามีมากก็ช่วยมาก มีน้อยก็ช่วยน้อยครับตามกำลังครับ **ขอบคุณASTVที่นำเสนอแต่ความจริงและเสียสละ ไม่เหมือนช่องอื่นๆที่มีแต่น้ำเน่าและเอาแต่ผลประโยชน์ตัวเอง**
ทหาร3จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 44 +59 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พักก่อนเถอะครับ คุณเสียมาเยอะแล้ว หลายๆคนก็เหมือนกัน ประเทศชาติ ถ้าประชาชนไม่พัฒนา มันก็ไม่มีความหมายที่จะทำ ปล่อยให้พวกเค้าจมปรักไปเถอะ ผม คุณ และพี่น้องอีกหลายคน ก็ไม่ใช่คนไม่มีอะไร ผมพูดถึงตัวผม จริงๆ ถึงประเทศนี้มันจะเป็นไง ชีวิตผมก็ไม่เปลี่ยน

จะเสียดินแดนอะไร ผมก็รวยเท่าเดิม ไม่มีไรเปลี่ยน แต่ที่ ผมออกไปสนับสนุน เป็นพันธมิตร เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และควรทำ และไม่มีใครทำ เม่ื่อทำแล้ว ได้แค่นีี้ก็ต้องยอมรับครับ ว่ามันยังไม่ถึงเวลา สำหรับประชาชน ส่วนใหญ่ ที่ยังไม่พร้อม รอเวลา เมือ่ถึงเวลาเหมาะสม ค่อยทำดาวเทียมใหม่ก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก อาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เป็นกำลังใจให้เสมอมานะครับคุณสนธิ
ชื่อ/e-mail ของคุณ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014