หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ นักสู้มหากาฬ
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 14
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 กรกฎาคม 2556 09:40 น.
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
       นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 14
       
       พวกตำรวจที่เตรียมอยู่ก่อนรีบยกปืนเล็งใส่วัฒน์และยักษ์ วัฒน์และยักษ์ใช้พลังที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาเล่นงานตำรวจเหล่านั้น วัฒน์กระโจนไปมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า มือหนึ่งถือดาบ มือหนึ่งถือปืนฆ่าพวกตำรวจตายเป็นเบือ ขณะที่ยักษ์ปักหลักกระหน่ำยิงพวกตำรวจอย่างบ้าคลั่ง ตำรวจคนหนึ่งบุกชาร์จเข้ามาทุบยักษ์ด้วยพานท้ายปืน แต่กลับถูกยักษ์จับเหวี่ยงไปราวกับนุ่น
       
       ฤทธิ์ราวียังถูกสายไฟพันไว้กับเสา ท่ามกลางสายตาของราเมศและไอริณที่เฝ้าดู
       “ว่าไงฤทธิ์ราวี คิดว่ามีพลังมากขึ้น แล้วจะเนรคุณฉันได้งั้นเหรอ ไม่มีทาง”
       ฤทธิ์ดิ้นรน
       “ฉันต้องไปช่วยณัฐชา”
       ราเมศถอนใจ
       “หยุดดิ้นซะทีเถอะนักสู้มหากาฬ พวกกลายพันธุ์ทุกคนแพ้กระแสไฟฟ้าทั้งนั้น หรือคุณคิดว่าตัวเองจะเหนือกว่าคนอื่น”
       ฤทธิ์กัดฟัน
       “ฉันจะไปจากที่นี่”
       “แก” ไอริณโมโห
       ฤทธิ์กัดฟันออกแรงสุดชีวิต สายไฟเริ่มขาดทีละเส้น ราเมศและไอริณต่างตกตะลึง
       
       เอมี่ถูกผลักเข้ามาฟุบในห้องขัง ไมตรีกับปรีดาช่วยกันปิดประตูล็อก ขณะที่สิงหาใช้คีมจากมีดพับอเนกประสงค์ต่อสายไฟฟ้าเข้ากับประตูลูกกรง พอทำเสร็จก็ให้สัญญาณกับณัฐชาที่รออยู่ตรงแหล่งจ่ายไฟ
       “จ่ายไฟได้เลย”
       ณัฐชาสับสวิทซ์ปล่อยกระแสไฟ เอมี่เริ่มได้สติอีกครั้ง พอมองไปเห็นณัฐชาก็ถลาเข้าใส่ด้วยความแค้น
       “แก”
       เอมี่พุ่งไปที่ประตูลูกกรงโดนไฟช๊อตจนผงะไป มือทั้งสองข้างร้อนจนควันลุกฟู่ ณัฐชาเดินมาหยุดหน้ากรง
       “ถึงตาฉันบ้างแล้ว”
       เอมี่ยิ้มเหี้ยม
       “ก็ได้ ทีใครทีมัน อีกเดี๋ยวพวกของฉันที่อยู่ข้างนอกต้องบุกเข้ามาแน่”
       “ไม่ต้องรอก็ได้ ฉันจะออกไปหาพวกมันเอง”
       เอมี่แปลกใจ
       
       ฤทธิ์แผดร้องก่อนจะกระชากสายไฟที่พันร่างอยู่จนขาดกระจุย ทำเอาราเมศกับไอริณพากันตกใจถอยกรูด
       “แก…นี่แกทำได้ยังไง” ราเมศหน้าตื่น
       “ทีนี้สมบูรณ์พอรึยัง”
       ไอริณนิ่งมอง…และไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมาทั้งสิ้น เธอยอมปล่อยให้ฤทธิ์ราวีจากไป
       
       ฤทธิ์วิ่งออกมาจากอาคารร้างเพื่อรีบไปช่วยณัฐชา แต่ไม่ทันไรก็เห็นนักรบพรายพิฆาตสองนายขับรถมอเตอร์ไซด์มาไล่ยิงปืนใส่เขา ฤทธิ์ตีลังกาหลบ รถมอเตอร์ไซด์แล่นแยกไปคนละทาง ฤทธิ์ชักมีดพกออกมากดปุ่มสปริงยิงใบมีดแทงใส่หลังนักรบคนหนึ่งจนตกรถ นักรบคนที่เหลือหักเลี้ยวกลับมาเล่นงานฤทธิ์ทันที ก่อนจะถูกฤทธิ์ใช้มีดบินเล่นงานจนตกรถไปอีกคนในขณะที่รถมอเตอร์ไซด์ยังคงแล่นมาหามือฤทธิ์ตะปบแฮนด์รถแล้วกระโจนขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซด์แล้วขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว
       
       ณัฐชา สิงหา ไมตรี ปรีดา เดินพลางตระเตรียมอาวุธ เพื่อกลับออกไปบู๊ด้วยกัน ทั้งหมดสวมเสื้อเกราะกันกระสุนเรียบร้อย
       “ทางห้องแล็ปแจ้งมาว่า ถ้าจะเพิ่มปริมาณไวรัสถึงขั้นใช้เป็นอาวุธ เราต้องรอเวลาอีกสักระยะ” สิงหาหันมาบอกณัฐชา
       ณัฐชาชะงัก
       “นานแค่ไหน”
       “อย่างน้อยก็สิบสองชั่วโมง”
       เสียงปืนเสียงระเบิดจากการต่อสู้แว่วมา ปรีดาหนักใจ
       “เอ่อ...ผมเกรงว่า แค่สิบสองนาทีก็รอไม่ได้แล้วล่ะครับ”
       ไมตรีหันมาหาณัฐชา
       “เอาไงดีครับผู้หมวด คราวนี้จะปราบพวกมันยังไง”
       ณัฐชานิ่วหน้าอย่างใช้ความคิด
       
       ห้องโถงในกองปราบการฆ่าฟันยังดำเนินไปอย่างดุเดือด พวกตำรวจล้มตายไปหลายนาย ขณะที่วัฒน์ กับยักษ์เองก็ถูกยิงพอสมควร แต่ก็ยังปักหลักอยู่ได้ด้วยความเป็นอมตะ ยักษ์กระชากร่างตำรวจคนหนึ่งมาดูดกินเลือดอย่างหิวกระหาย วัฒน์และยักษ์ฉากหลบเข้าที่กำบัง
       “ปักหลักแบบนี้ต่อไป เราเสร็จมันแน่” ยักษ์หนักใจ
       วัฒน์ดูนาฬิกา
       “ฉันเรียกกำลังเสริมไปแล้ว อีกเดี๋ยวคงมา...แกรีบไปช่วยเอมี่ ทางนี้ฉันต้านเอง”
       
       ฤทธิ์ฟังวิทยุสื่อสารของตำรวจ
       “ว.2 สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่นี่มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บจำนวนมาก เราต้องการหมอด่วนที่สุด ขอย้ำ ว.19 มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก”
       ฤทธิ์พยายามเร่งเครื่องเร็วขึ้นเพื่อไปให้ทันเวลา
       
       ไมตรีกับปรีดาวิ่งกระหืดกระหอบถือข้าวของมาให้ณัฐชากับสิงหาที่ยืนรออยู่ ไมตรีส่งหลอดแก้วให้
       “ได้มาแล้วครับของที่สั่ง นี่ครับไวรัสที่เหลือ”
       “ปืนลูกดอกผมหาไม่ได้ครับผู้หมวด เจอแต่หน้าไม้”
       ปรีดายื่นหน้าไม้ให้ ณัฐชารับหน้าไม้กับหลอดใส่ไวรัสที่เหลือมาถือไว้ ก่อนจะจัดแจงตระเตรียมเป็นอาวุธ ขั้นแรกคือเทไวรัสที่อยู่ในสภาพของเหลวออกมา สิงหากังวลใจ
       “แค่นี้จะเอาอยู่เหรอผู้หมวด”
       “โซเฟียไม่ได้บอกเหมือนกันว่าต้องใช้ไวรัสในปริมาณมากแค่ไหน ถึงจะเล่นงานพวกมันได้ เธอแค่บอกฉันว่าไวรัสตัวนี้จะออกฤทธิ์เร็วกว่าเดิม”
       ณัฐชาใช้ลูกศรของหน้าไม้จุ่มไปที่ไวรัส
       
       “ใช้ปืนไม่ดีกว่าเหรอครับผู้หมวด” ปรีดาเสนอแนะ

       ไมตรีเห็นด้วย
       
       “นั่นสิครับ หน้าไม้อันแค่นี้ เล่นงานพวกมันไม่ได้หรอกครับ”
       “ความร้อนของกระสุนปืนอาจฆ่าไวรัสก่อนถึงตัวพวกมัน...ถ้าโชคดี ปาฏิหาริย์จะต้องอยู่ข้างเรา”
       สิงหาหน้าเครียด
       “แต่ถ้าโชคร้ายก็จบเห่”
       ณัฐชาพยักหน้า
       
       ยักษ์ชักปืนออกมายิงใส่พวกตำรวจเพื่อเปิดทางก่อนจะตะโกนบอกวัฒน์
       “ไป”
       วัฒน์รีบวิ่งไปช่วยเอมี่ ตำรวจบางคนถือปืนออกมาขวางทาง วัฒน์เงื้อดาบฟันใส่ทันที...วัฒน์เดินหน้าถมึงทึงเข้ามาตะโกน
       “เอมี่”
       เอมี่พอได้ยินเสียงวัฒน์ก็โผล่หน้ามาด้วยความดีใจ
       “เธออยู่ที่ไหน เอมี่”
       เอมี่ตะโกนออกมาจากห้องขัง
       “วัฒน์ ฉันอยู่ทางนี้”
       วัฒน์หันไปตามเสียง และรีบมุ่งหน้าไปหาเอมี่ทันทีจังหวะนั้นเอง สิงหา ไมตรีและปรีดาก็โผล่ออกมายิงกระหน่ำยิงใส่ วัฒน์ไม่ทันระวังเลยถูกยิงจนพรุนทรุดไปกับพื้น สิงหาสะใจ
       “สำเร็จ”
       ไมตรีดีใจ
       “อยู่แล้วครับสารวัตร จัดเต็มกันขนาดนี้ ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต”
       ปรีดายืนนิ่ง ไมตรีชะงัก
       “ไม่ดีใจเหรอหมู่”
       ปรีดาอึ้งๆ
       “ดีใจทำไม มันลุกขึ้นมาแล้ว”
       ไมตรีหันไปดู
       “ว้ายตาเถร”
       วัฒน์ลุกขึ้นมาในสภาพเลือดท่วม
       “บาดแผลแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก แค่กินเลือดมนุษย์เข้าไป ข้าก็จะหายเป็นปกติ”
       ณัฐชาโผล่มา
       “กินไอ้นี่ก่อนละกัน”
       วัฒน์หันไปเห็นณัฐชาเหนี่ยวไกยิงหน้าไม้ใส่ตน ลูกศรปักคาอก
       “แก...นังณัฐชา”
       วัฒน์ขยับจะเล่นงานณัฐชาแต่แล้วก็พบความผิดปกติบางอย่าง ผิวเนื้อบริเวณบาดแผลของมันดำคล้ำและแผ่ขยายพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว วัฒน์คำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด
       
       รถจี๊ปของนักรบพรายพิฆาตแล่นมาจอด บนรถมีนักรบพรายพิฆาตหน่วยล่าสังหาร 4-5 นายโดยสารมา พวกมันแต่งเครื่องแบบและมีอาวุธทันสมัยครบมือ มีดาบซามูไรสะพายหลัง ทั้งหมดเปิดฉากกราดยิงเข้าไปในอาคารกองปราบอย่างแม่นยำ ตำรวจถูกยิงล้มระนาว ยักษ์ดีใจ
       “กองหนุนข้ามาแล้ว เสร็จข้าล่ะทีนี้ ฮ่าๆ”
       
       วัฒน์นอนล้มคว่ำอยู่กับพื้น โดยกลุ่มณัฐชาถืออาวุธคุมเชิงอยู่ ทุกคนต่างแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงอาวุธหนักจากด้านนอก สิงหาชักเอะใจ
       “ทำไมเสียงปืนถึงดังขึ้นมาอีก ตะกี๊มันซาไปแล้วนี่”
       ปรีดาคิดๆ
       “อาการแบบนี้แสดงว่าข้างบนต้องมีก๊อกสองแน่ๆเลยครับ”
       ไมตรีงงๆ
       “อะไรวะก๊อกสอง”
       “ก็มีคนร้ายมาอีกชุดไงจ่า”
       ณัฐชารีบบอก
       “ทางนี้ฉันเอาอยู่ พวกสารวัตรไปข้างนอกเถอะค่ะ”
       “ถ้างั้นฝากด้วยนะหมวด” สิงหาหันไปหาไมตรีกับปรีดา “หมู่จ่า ไป”
       สิงหาพาไมตรีปรีดาไปจากที่นั่น
       
       กลุ่มนักรบพรายพิฆาตบุกจู่โจมเข้ามาในอาคาร พวกมันกราดยิงตำรวจจนล้มตายมากมาย บ้างก็หลบหาที่กำบังเท่าที่จะทำได้ ยักษ์หัวเราะสะใจ
       “ฮ่าๆ ไอ้พวกตำรวจหน้าโง่ แน่จริงอย่าหนีสิโว้ย”
       สิงหา กับไมตรี และปรีดาโผล่หน้าออกมาดู เห็นพวกกลุ่มนักรบพรายพิฆาตที่กำลังปักหลักยืนสาดกระสุนอย่างไม่กลัวตาย
       “พวกมันมีน้อยกว่า” สิงหากวาดตามอง
       ไมตรีหนักใจ
       “น้อยแต่อึดกว่านะครับสารวัตร ยิงหมดแม๊กมันยังไม่ตาย ไอ้เราโดนนัดเดียวก็ม่องแล้ว”
       “เราต้องยิงมันที่หัวครับสารวัตร ถึงจะเอาอยู่” ปรีดาแนะ
       “ถ้างั้นต้องเข้าไปใกล้มันมากกว่านี้” สิงหามอง “จะไปด้วยกันมั้ยหมู่จ่า”
       ไมตรีกับปรีดามองหน้ากันอย่างวัดใจ ปรีดาหันไปตอบคำถาม
       “เอาครับ เลือดสุพรรณมาด้วยกันไปด้วยกัน”
       “ผมคะแนนเสียงส่วนน้อย ว่าไงก็ว่าตามกันครับ” ไมตรีอุบอิบ “แต่ถ้าเลือกได้...”
       สิงหากับปรีดามองหน้า ไมตรีรีบกลับลำ
       “สู้ครับสู้ ไม่กลัวอยู่แล้ว”
       ลึกๆไมตรีอยากจะวิ่งหนีใจจะขาด
       
       เอมี่เริ่มร้อนใจที่ไม่เห็นวัฒน์มาช่วย
       
       “วัฒน์...เธออยู่ที่ไหน มันเกิดอะไรขึ้น วัฒน์”

       แก๊สไวรัสแผ่มาถึงบริเวณนั้น กรณ์ปลอดภัยด้วยหน้ากากกันแก๊สพิษ ในขณะที่เอมี่เริ่มติดเชื้อและแสดงอาการตกเลือดออกมาอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นเองที่หน่วยจู่โจมนำสิงหา ไมตรี ปรีดามาถึงที่เกิดเหตุ ปรีดาชี้ไป
       “นั่นไงครับสารวัตร มันอยู่ตรงนั้น”
       เอมี่ผิวหน้าติดเชื้อจนเป็นรอยช้ำน่ากลัว เธอแสยะเขี้ยวคำรามใส่พวกตำรวจ สิงหาตะโกนสั่ง
       “ยิง”
       หน่วยจู่โจมยกปืนขึ้นกระหน่ำยิงใส่เอมี่จนพรุน โดยไม่เห็นกรณ์ที่ถูกซากอิฐทับอยู่ กรณ์คลั่ง
       “เอมี่”
       กระสุนปืนบางส่วนเจาะถูกซากอิฐจนแตก เอมี่อาศัยแรงเฮือกสุดท้ายผลักซากอิฐส่วนที่แตกคามือนั้นออกไป ก่อนที่ตัวเธอจะล้มลงต่อหน้าหัวหน้า กรณ์มองสมุนคนสุดท้ายของตนด้วยความสะเทือนใจ ซากอิฐยังทับร่างอยู่แต่เขาสามารถชักแขนข้างหนึ่งออกมาได้สำเร็จจึงรีบใช้พลังจิตซัดซากอิฐนั้นกระเด็นไปหาพวกตำรวจทันที ทำให้สิงหากับพวกกระโจนหนีไปคนละทาง กรณ์มองไปที่ระเบิดแก๊สพิษ ก็ใช้พลังฝ่ามือซัดมันกระเด็นหายไปจากห้อง
       “ไอ้สารเลว วันนี้ฉันขอแลกตายกับพวกแก”
       เอมี่คว้าขากรณ์
       “อย่าหัวหน้า รีบหนีไปซะ หนีไป”
       กรณ์ถอดหน้ากากออก รีบประคองสมุนสาว
       “เอมี่”
       “คุณจะตายตอนนี้ไม่ได้ นักสู้มหากาฬกับพรายพิฆาตกำลัง รอคุณอยู่”
       กรณ์นึกขึ้นได้ เขามองไปที่ตำรวจด้วยความแค้น ก่อนจะแบกร่างเอมี่กระโจนตัวหนีหายไป ไมตรีหน้าตื่น
       “สารวัตร มันหนีไปแล้วครับ”
       สิงหาแค้น
       “ไม่เป็นไร พวกเราเก็บกวาดพวกที่เหลือ ถ้าใครไม่ยอมมอบตัวก็ให้ยิงได้ทันที”
       
       เช้าวันต่อมา...ที่บริเวณริมแม่น้ำ กรณ์อุ้มร่างเอมี่มาวางลงพักบนลานกว้างแล้วถอดเสื้อของตนออกเพื่อให้เธอนอนหนุนศีรษะอย่างผ่อนคลาย
       “ไม่ต้องกลัวนะเอมี่ เธอภักดีกับฉัน ฉันจะชุบชีวิตเธอขึ้นมาใหม่”
       เอมี่เอื้อมมือไปกุมมือเขาอย่างอ่อนล้า
       “หัวหน้า มันไม่ได้ผลหรอก ฉันรู้สึกได้”
       “ไม่จริง มันต้องได้ผล”
       “ไวรัสถูกพัฒนาให้รุนแรงกว่าเดิม คุณก็เห็นว่ามันฆ่าพวกเราได้ในพริบตา”
       กรณ์สะเทือนใจ
       “ฉันไม่ยอมแพ้ เรามาถึงขั้นนี้แล้ว เราต้องมีทางออก”
       “ทางออกคือหนีไป ไปจากที่นี่ ลืมเรื่องพรายพิฆาต ลืมเรื่องโลกใหม่และใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา”
       กรณ์ทำใจไม่ได้
       “หัวหน้า…เราอยู่ในสมรภูมิมาตลอดชีวิต มันควรพอได้แล้ว”
       กรณ์จะหันมาบอกอะไรกับเอมี่ แต่แล้วก็เห็นเธอนิ่งไป มือที่เคยกุมมือเขาเอาไว้ร่วงลงข้างตัว กรณ์น้ำตาซึม…เหม่อมองไปด้วยแค้น
       
       สมุนกรณ์บางคนที่ไม่ถูกยิงศีรษะ กำลังกลายร่างเป็นซอมบี้และถูกหน่วยจู่โจมใช้ปืนตาข่ายยิงครอบไว้ สิงหาโผล่เข้ามายิงซ้ำที่หัวจนดับ
       “ถ้าเจอศพที่ไม่ได้ตายเพราะไวรัส หรือยังตายไม่สนิทให้ยิงซ้ำที่หัวได้เลย ไม่ต้องรอ”
       หัวหน้าทีมไม่สบายใจ
       “จะดีเหรอครับสารวัตร”
       “พวกมันไม่ใช่คน มันตายไปแล้ว”
       พวกหน่วยจู่โจมมองหน้ากันอย่างลังเล ศพของสมุนกรณ์สภาพไม่เหมือนคนจริงๆ บางรายถูกยิงจนพรุนแต่ยังตะเกียกตะกายจะลุกขึ้น
       
       สมุนกรณ์วิ่งหนีตายออกมาจากอาคารร้าง พบหน่วยจู่โจมอีกชุดที่เข้ามาสมทบจากข้างนอกกรูเข้ามารุมล้อม สมุนพากันทิ้งอาวุธและคุกเข่ายอมมอบตัว ไมตรีกับปรีดาถือเครื่องยิงระเบิดไวรัสตามมาดู ไมตรีหัวเราะหยัน
       “ฮ่าๆ นึกว่าจะแน่ พอเจอไวรัสเข้าไปละหายซ่ากันหมด กลัวตายเป็นแล้วสิท่า”
       ปรีดาพูดวิทยุสื่อสาร
       “สารวัตร พวกที่เหลือยอมแพ้แล้วครับ”
       สมุนของกรณ์พากันมองระเบิดแก๊สไวรัสด้วยความหวาดกลัว พวกมันไม่ได้เป็นอมตะอีกแล้ว
       
       รถบรรทุกของมาดามหลิวแล่นมาจอดที่ลานจอดของโรงพยาบาล ฤทธิ์ซึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วในขณะนั้นลงจากรถมาดูที่ท้ายรถ เขาเปิดประตูออก เห็นไอริณกำลังนั่งหลับอยู่ในอ้อมแขนของณัฐชา ขณะที่ศพของลูกสาวพ่อค้ายายังนอนอยู่บนเตียง ฤทธิ์รีบถาม
       “ไอริณเป็นยังไงบ้าง”
       “ฉันใช้พลังที่เหลือรักษาเธอ ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว”
       “ถ้างั้นคุณจะอยู่ในร่างของณัฐชาอีกนานแค่ไหน”
       “ไม่ต้องห่วงฉันไม่เหลือพลัง ที่จะแบกร่างของใครอีกแล้วตอนนี้คงต้องพักก่อน”
       ฤทธิ์แปลกใจ
       “พักเหรอ”
       “ที่ผ่านมาฉันคิดว่าตัวเองเป็นอมตะ คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป และคิดว่าตัวเองคือพระเจ้าของโลกใหม่” ณัฐชายิ้ม “แต่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าถ้าฉันตายไปแล้ว จิตวิญญาณของฉันจะไปอยู่ที่ไหน...ฉันอาจไม่ได้กลับมาอีก ฤทธิ์ ราวี ฝากดูแลศพของฉันด้วย บอกเจ้าหน้าที่ว่าให้แช่แข็งเอาไว้แต่ห้ามฉีดยาอะไรทั้งนั้น”
       ฤทธิ์มองไอริณที่อยู่ในอ้อมแขนของณัฐชาก็ยอมพยักหน้า
       “ถ้างั้นเราหายกัน”
       
       ณัฐชาพยักหน้าก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ดวงจิตของพรายพิฆาตล่องลอยออกจากร่างไป

       สิงหาเดินร้อนรนเข้ามาในโรงพยาบาล พบฤทธิ์นั่งพักอยู่อย่างอ่อนล้า
       “คุณไอริณกับณัฐชาเป็นยังไงบ้าง”
       “หมอบอกว่าปลอดภัยทั้งสองคน ไม่ต้องเป็นห่วง”
       สิงหาหย่อนตัวลงนั่งอย่างโล่งใจ ฤทธิ์ยื่นมือให้เขา
       “ขอบคุณที่อุตส่าห์ไปช่วย ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงเสร็จมันแน่”
       “ผมไม่จับมือกับฆาตกรหรอก”
       “จนป่านนี้คุณยังคิดแบบนั้นอีกเหรอ”
       “ถ้าชาวบ้านทุกคนตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยแบบนคุณกันหมด คุณคิดว่ามันถูกแล้วหรือไง”
        “แปลว่าเสร็จงานนี้เมื่อไหร่คุณจะจับผม”
       “ทันทีที่จัดการกับไอ้กรณ์ และพรายพิฆาตได้สำเร็จ”
       ฤทธิ์พยักหน้าปลงๆ ก่อนจะเหลือบเห็นปรีดาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน
       “ขอรายงานครับสารวัตร”
       “ว่ามา”
       “คนของเราพบศพของเอมี่ที่ริมแม่น้ำครับ แต่ไม่เจอไอ้กรณ์”
       สิงหาอึ้งก่อนจะมองฤทธิ์
       “แล้วทีนี้คุณคิดว่าเราจะตามหาตัวมันได้ที่ไหน”
       ฤทธิ์คิดสักครู่ก่อนจะส่ายหน้า
       “มันจะมาหาเราเอง เร็วๆนี้”
       สิงหาอึ้งไป ขณะที่ปรีดามองไปรอบๆอย่างหวั่นๆ ส่วนฤทธิ์มองเหม่ออย่างลุ้นรอ
       
       กรณ์ย้อนกลับมาที่อาคารร้างในสภาพอ่อนล้า บัดนี้ในอาคารร้างถูกเคลียร์เรียบร้อยไม่เหลือศพของใครอีก
       “นักสู้มหากาฬ พรายพิฆาต พวกแกจะต้องชดใช้”
       กรณ์คำรามด้วยความแค้นก่อนจะชะงักไป มันทรุดลงตาค้างก่อนจะกระอักเลือดกองใหญ่ออกมา กรณ์สำลักเลือดออกมาอีกหลายครั้งแล้วนอนแผ่ลงอย่างเจ็บปวด เขารีบเลิกแขนเสื้อเพื่อดูข้อมือตัวเองและพบว่าเริ่มมีอาการติดเชื้อ
       “ไวรัส นี่เราโดนไวรัสตั้งแต่เมื่อไหร่” กรณ์อึ้ง
       ผิวหนังของกรณ์เริ่มอักเสบมากขึ้น ร่องรอยของการติดเชื้อแผ่ขยายอย่างรวดเร็ว เขาคำรามด้วยความเจ็บปวด
       “ไม่...เราต้องไม่ตายแบบนี้ เราต้องไม่ตาย”
       กรณ์หายใจติดขัดแต่ยังแข็งใจลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะกางฝ่ามือออกเพื่อรวบรวมพลัง เขายกฝ่ามือที่เริ่มเรืองแสงจ่อเข้าที่หน้าผากของตัวเอง
       “ข้าจะรักษาตัวเองให้ได้ ข้าต้องหาย ข้าต้องเป็นอมตะ”
       
       กรณ์แผดร้องก่อนจะปล่อยพลังฝ่ามือเข้าใส่ตัวเอง
       
       อ่านต่อเวลา 17.00น.

1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 18
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 17
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 16
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 15
นักสู้มหากาฬ ตอนที่ 14
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
สุดสายป่าน ตอนที่ 7 (ต่อ)
แค้นเสน่หา ตอนที่ 10 (ต่อ)
“เป้า สายัณห์” ขึ้นคอนเสิร์ต “วันอำลา ขวัญใจคนเดิมฯ” ท่ามกลางสายฝน
“เจมส์ จิฯ” ไม่กลัวถูกทักดวงจะดับเหมือน “บิ๊ก D2B” พร้อมโต้ “มิน” ดอดขอไลน์
“เก้า-ต่อ-มาร์ช ฮอร์โมนฯ” ให้กำลังใจ “ปันปัน” ชี้อีกฝ่ายเรียนอินเตอร์สังคมจึงเป็นอีกแบบหนึ่ง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนโหวต 14 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
65 %
ไม่เห็นด้วย 5 คน
35 %
ความคิดเห็นที่ 1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พอเ 0005454
กดิ้000045546524
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2012