หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
23 พฤษภาคม 2556 06:42 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9
        มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9 (ต่อ)
       
       รจนาไฉนเดินผ่านไร่ชา หยุดมองไร่ชาที่กว้างขวางท่ามกลางแสงจันทร์ที่สว่างเห็นพื้นที่โดยรอบ
       
        “คุณปัทม์... ฉันจะไม่ยอมให้ความฝันของคุณพังทลาย คุณต้องได้กลับมาที่นี่ ฉันสัญญา”
        รจนาไฉนมองไร่ชาที่กว้างขวางท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องเป็นประกายไปทั่ว
       
        ปัทม์นั่งอยู่ในคุกมองเศษอาหารที่พื้น เขาคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับรจนาไฉน ในตอนที่เขาไล่รจนาไฉน เขาปัดปิ่นโตในมือเธอ จนข้าวกระจายลงพื้น
        “คุณปัทม์”
        “ปัทม์ คุณเพื่อนเขาหวังดีกับแกนะ”
        “ถ้าแกยังเป็นเพื่อนฉัน พาผู้หญิงคนนี้ออกไป ฉันรำคาญ”
        ปัทม์สีหน้าเครียด รู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำไว้กับรจนาไฉน
        “รจนาไฉน ฉันทำกรรมกับเธอมากพอแล้ว อย่าทนทุกข์ทรมานเพราะฉันอีกเลย”
        ปัทม์ถอนหายใจยาวด้วยความกลัดกลุ้ม หาทางออกไม่ได้
       
        รจนาไฉนกำลังจัดเตรียมของจะเอาไปให้ปัทม์ที่โรงพัก โดยมีปยงค์คอยเป็นผู้ช่วยอยู่ด้านข้าง
       ชิวิ่งเข้ามาท่าทางหน้าตาตื่นตกใจ
        “คุณรจนาไฉน เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”
       
        บริเวณบ้านพักคนงานในไร่ จันทร์เจ้าคอยห้ามพวกคนงานที่เก็บข้าวเก็บของเรียบร้อย กำลังจะย้ายออกไปเหมือนเป็นกองคาราวานขนาดใหญ่
        “อย่าออกไปเลย ทำงานที่นี่ต่อเถอะ...จันทร์ขอร้องนะเจ้า”
        ลีป่อบอก
        “พวกเราไม่มีงานทำแล้ว นายถูกจับ ตำรวจต้องมายึดไร่ชาแน่ ๆ”
        รจนาไฉนเดินเข้ามาบอก
        “ตำรวจไม่มายึดที่นี่หรอก เพราะที่นี่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เราสามารถทำไร่ชากันต่อไปได้”
        “แต่ยังไงนายก็ถูกจับ พวกเราไม่มีงานทำ ใช่มั้ยพวกเรา”
        คนงานต่างบอก
        “ใช่ ๆ ๆ พวกเราไม่มีงานทำแล้ว”
        “ถึงนายไม่อยู่ แต่ฉันเป็นนายหญิงของที่นี่ ฉันจะดูแลที่นี่เอง”
        พวกลีป่ออึ้ง ไม่คิดว่ารจนาไฉนจะทำงานต่อไป
        “ทำไม่ได้หรอก นายเป็นผู้หญิง ผู้หญิงจะทำอะไรได้นอกจากเข้าครัวทำอาหาร”
        “เฮ้ย...อย่ามาดูถูกกันสิวะ”ชิบอก
        “ใช่...ฉันทำอะไรได้มากกว่าที่พวกแกคิด เดี๋ยวฉันจะต่อยแกให้ดู” จันทร์เจ้าบอก
        รจนาไฉนบอกพวกชิ
        “หยุดเถอะ”
        เธอหันไปบอกลีป่อ
        “ฉันขอยืนยันว่าทุกคนจะมีงานทำ ฉันจะดูแลทุกคนเอง ใครเชื่อใจฉันให้อยู่ต่อ แต่ถ้าใครคิดว่าฉันดูแลที่นี่ไม่ได้ ให้ขนของออกไปซะ พรุ่งนี้ไปรับเงินชดเชยได้เลย"
       ลีป่อมองรจนาไฉนคิดตัดสินใจ แล้วจึงถือกระเป๋าเดินออกไป คนงานอื่นมองหน้ากันแล้วต่างทยอยเดินตามออกไปจนหมด รจนาไฉนเสียใจที่ไม่ได้รับความเชื่อถือจากคนงาน
        “ไปกันหมดเลยเจ้า แล้วพรุ่งนี้เช้าใครจะเก็บใบชาเจ้า” จันทร์เจ้าบอก
        “ชิจะยอมก้มหัว ไปไหว้ขอร้องพวกมันให้กลับมา”
        “ไม่ต้อง... พวกเขาคงคิดถูกแล้ว ฉันไม่เหมาะที่จะเป็นผู้ดูแลที่นี่”
        รจนาไฉนมองตามด้วยสีหน้าผิดหวัง
       
        รจนาไฉนเดินเข้ามาในบ้านด้วยความทดท้อ เปรมยืนอยู่ภายในบ้านมองรจนาไฉนด้วยแววตาเข้าใจและเห็นใจ
        “คุณแม่คะ.. เพื่อนขอโทษค่ะ คนงานไม่ศรัทธาในตัวเพื่อน พวกเขาลาออกไปหมดแล้ว"
        “อย่าเสียใจเลย เราฝืนใจใครไม่ได้”
        “เพื่อนขอโทษที่แก้ปัญหาไม่ได้”
        “ถ้าแก้ไม่ได้... จะวิตกกังวลไปเพื่ออะไร หนูอย่าเก็บทุกเรื่องมาให้เป็นทุกข์ เราต้องเอาตัวเองออกจากปัญหา รู้จักมอง... รู้จักคิด เมื่อนั้นปัญหาก็จะกลายเป็นปัญญา”
        รจนาไฉนค่อยคลายความทุกข์ ไหว้ขอบคุณเปรม
        “เพื่อนเข้าใจแล้วค่ะคุณแม่”
        “ตาปัทม์เป็นยังไงบ้าง”
        “คุณปัทม์ถูกขัง เพื่อทำสำนวนก่อนส่งฟ้องศาลค่ะ”
        “ถ้าเราเชื่อว่าปัทม์เป็นคนดี เขาจะต้องรอดพ้นจากเรื่องร้าย ๆ ไปได้แน่นอน”
        “แล้วทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับคนดีด้วยคะ”
        “มันก็แค่บททดสอบของชีวิต อาจเป็นวิบากกรรมที่ปัทม์เคยทำไว้ ขอเพียงมีสติ.. เขาต้องแก้ไขปัญหานี้ได้แน่นอน”
        เปรมพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแบบคนที่รู้จักชีวิตดี หันไปมองที่บันไดเห็นปยงค์กำลังนำชิกับจันทร์เจ้าที่ถือกระเป๋าเสื้อผ้าของรจนาไฉนลงมา
        “จัดกระเป๋าเรียบร้อยแล้วค่ะ”
        รจนาไฉนแปลกใจหันไปถามเปรม
        “กระเป๋าของเพื่อน”
        “หนูเหนื่อยเพราะลูกชายฉันมามากพอแล้ว ชีวิตหนูควรมีความสุขเสียที ฉันซื้อตั๋วเครื่องบินให้หนูเดินทางกลับกรุงเทพฯเช้าพรุ่งนี้”
        “คุณแม่ไม่รักเพื่อนแล้วเหรอคะ”
        รจนาไฉนร้องไห้ออกมา เปรมน้ำตาคลอเดินตรงมาหาเธอ
        “เพราะแม่รักหนูมากน่ะสิ แม่ถึงอยากให้หนูมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ ๆ ดีสำหรับหนูอีกต่อไปแล้ว"
       
        “ต่อให้ที่นี่เป็นขุมนรก เพื่อนก็จะไม่ไปจากที่นี่”
       
       อ่านต่อเวลา 17.00น.

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9
        ทุกคนต่างอึ้ง
       
       “เพื่อนรักคุณแม่และทุกคนในไร่ปัทมกุล ในยามที่ทุกคนกำลังทุกข์ เพื่อนจะทิ้งทุกคนไปได้ยังไงคะ เพื่อนเป็นภรรยาของคุณปัทม์ เพื่อนจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เราจะผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ นี้ไปด้วยกันค่ะ”
       
       เปรมซึ้งใจโผเข้ากอดรจนาไฉน
       
       “ฉันมอบใจให้ไม่ผิดคนจริง ๆ”
       
       เปรมและรจนาไฉนกอดกันร้องไห้ ปยงค์น้ำตาไหล
       
       รจนาไฉนเดินเข้ามาในห้องนอน มองไปที่รูปปัทม์ที่วางอยู่บริเวณหัวเตียง
       “คุณปัทม์... ลำพังฉันคนเดียวคงทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ คุณต้องรีบออกมาช่วยฉัน เพื่อไร่ปัทมกุลของคุณนะคะ”
       
       รจนาไฉนหยิบผ้าห่มของปัทม์ขึ้นมา คิดถึงปัทม์ คิดทำอะไรบางอย่าง
       
       ภายในห้องขัง เวลากลางคืน ปัทม์นั่งขดตัวอยู่ด้วยความหนาว เขายังคงไม่หลับเพราะมีเรื่องราวกังวลอยู่ในใจ จ่าเดินเข้ามาเปิดประตู ปัทม์รู้สึกตัวหันไปมอง จ่ามอบถุงใส่ของให้ปัทม์
       
       “มีคนฝากของมาให้”
       
       “ขอบใจ”
       
       จ่าปิดประตูออกไป ปัทม์เปิดถุงออกพบซองใส่แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน และผ้าห่ม ปัทม์รู้ทันทีว่ารจนาไฉนเอามาให้ เขามองด้วยความซาบซึ้งใจ
       “รจนาไฉน เมื่อไหร่เธอจะเลิกทำดีกับฉันซะที”
       
       ปัทม์ห่มผ้าห่มไว้แนบตัวเอง รจนาไฉนหลบอยู่ที่มุมหนึ่ง เฝ้าแอบมองเขาอยู่ในความมืด
       
       ในเวลาต่อเนื่องมา จ่ายืนเคาะประตูหน้าบ้านพักของปวุฒิในบริเวณสถานีตำรวจ ปวุฒิในชุดส่วนตัวเปิดประตูออกมา
       
       “ช่วยไปที่โรงพักหน่อยเถอะสารวัตร ผมพยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จ”
       
       ปวุฒิชะงักมีสีหน้าแปลกใจ
       
       ปวุฒิเดินตรงมาที่ห้องขัง มองเห็นปัทม์นอนหลับอยู่ เขาหันไปที่มุมหนึ่งนอกห้องขัง เห็นรจนาไฉนนั่งขดตัวด้วยความหนาว หลบอยู่ด้านข้างกรงขัง เขาเดินตรงเข้าไปสะกิดรจนาไฉน
       
        “คุณเพื่อน”
        รจนาไฉนลืมตาตื่นเพราะเผลอหลับไป
        “กลับไปนอนพักที่บ้านเถอะ”
        “ฉันจะอยู่ที่นี่”
        “อย่าทำอย่างนี้เลย”
        “ไม่มีกฎหมายข้อไหนห้ามญาติเฝ้าผู้ต้องหาไม่ใช่เหรอคะ”
        “คุณจะทรมานตัวเองเพื่ออะไร”
        “ฉันไม่รู้สึกทรมานค่ะ ฉันต้องดูแลคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีค่ะ”
        ปวุฒิรู้สึกเจ็บปวดใจมากขึ้น
        “ถ้าไม่คิดช่วยคุณปัทม์ คุณก็ไม่ควรมาเสียเวลากับฉัน”
        “จะกดดันให้ผมไปถึงไหน”
        “ไม่ได้กดดัน ฉันแค่ต้องการให้คุณสืบหาตัวการที่แท้จริงมาลงโทษ”
        “คุณเชื่อใจเขา”
        “ฉันเชื่ออย่างสนิทใจ”
        “ถ้างั้นผมคงห้ามคุณไม่ได้ คุณเลือกที่จะเป็นแบบนี้เองนะ”
        ปวุฒิลุกขึ้นหันไปมองปัทม์แล้วก็เดินออกไป เธอหันมามองปัทม์ที่นอนหลับ
       
        “คุณปัทม์... ไม่ว่าคุณจะสุขหรือทุกข์ ฉันจะดูแลคุณ เพราะฉันได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของคุณ”

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9
        ไร่ชายามเช้าที่ไม่มีคนงานมาเก็บใบชา ยอดชาบางต้นมีแมลงกัดกินใบชาให้ความรู้สึกเหงาๆ
       
        ปัทม์รู้สึกตัวตื่นหันไปมองรอบ ๆ นิ่วหน้าเมื่อเหลียวไปที่มุมหนึ่งข้างกรงขัง เขาเห็นรจนาไฉนหลบซุกหลับแอบอยู่ที่ด้านหนึ่ง เขาลุกขึ้นมามองเธอด้วยแววตาซึ้งใจผ่านซี่กรงที่รจนาไฉนยอมลำบากมาอยู่เป็นเพื่อน เขาพยายามเอื้อมมือจะไปจับตัวรจนาไฉน แต่แล้วรจนาไฉนรู้สึกตัวตื่น หันมาเจอปัทม์
        “คุณปัทม์ ตื่นแล้วเหรอ.. เป็นยังไงบ้าง”
        “ฉันไม่เป็นอะไร”
        “รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันไปทำอาหารเช้ามาให้”
        “ไม่ต้อง กลับไปซะแล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก”
        “คุณรอสักครู่นะ”
        รจนาไฉนไม่สนใจ รีบเดินออกไปสวนทางกับจ่าที่เดินเข้ามาหาปัทม์
        “ภรรยาคุณมานอนเฝ้าทั้งคืน ผมพยายามบอกให้กลับบ้านก็ไม่ยอม”
        ปัทม์ถึงกับอึ้งไปนิดนึง ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แล้วหันไปบอกจ่า
        “จ่า... ผมขอกระดาษกับปากกาหน่อยสิครับ”
        “ครับ”
        จ่าเดินออกไป ปัทม์คิดตัดสินใจอะไรบางอย่าง
       
       ในเวลาต่อมา ปยงค์ถึงกับตกใจ
        “อะไรนะ คุณรจนาไฉนไปนอนเฝ้าคุณปัทม์หน้าห้องขังทั้งคืน”
        “ใช่...ชิเพิ่งรับกลับมาเมื่อเช้า มาถึงก็รีบเข้าครัว”
        “ถ้าเป็นคนอื่นฉันไม่มีวันเชื่อ แต่ถ้าบอกว่าเป็นคุณรจนาไฉนล่ะก็ฉันเชื่อล้าน
       เปอร์เซ็นต์" จันทร์เจ้าบอก
        “โอ้วแม่เจ้า จะหาหญิงใดในโลกหล้า...จะมีหัวใจประเสริฐเพริศพริ้งพรรณราย เทียบเท่าคุณรจนาไฉนไม่มีอีกแล้ว" ปยงค์ว่า
        รจนาไฉนเข้ามาพร้อมตะกร้าใส่อาหารและน้ำชา
        “ชิ..ไปกันได้แล้ว”
        “ครับ”
        ชิรีบออกไปเตรียมรถ รจนาไฉนหันไปสั่งจันทร์เจ้า
        “จันทร์ยกแจกันดอกไม้ไปให้คุณเปรมบูชาพระด้วยนะ ฉันจัดไว้เรียบร้อยแล้ว”
        “เจ้า”
        รจนาไฉนจะออกไป ปยงค์หันไปมองจันทร์เจ้า
        “ใจอยู่โน่น แต่ยังห่วงใยคนทางนี้...แล้วจะให้เรียกผู้หญิงคนนี้ว่าอะไร ถ้าไม่ใช่นางฟ้ามาจุติ"
        “คนเราจะเห็นความงามในยามที่ทุกข์นี่แหละ ไม่มีดำก็ไม่เห็นขาว”
        จันทร์เจ้าประชด ปยงค์นึกได้
        “ใช่...แกหลอกด่าฉันเหรอ”
        “เจ้า”
       
        จันทร์เจ้ารีบออกไปทันที....
       
       รจนาไฉนหิ้วตะกร้าอาหารมาให้ปัทม์ที่หน้าห้องขัง
        “คุณปัทม์หิวรึยัง ฉันทำอาหารเช้ามาให้แล้ว”
        “ฉันไม่กิน”
        “แต่คุณต้องทานนะคะ คุณจะได้มีแรงสู้ต่อไป”
        “ฉันบอกว่าไม่กิน เอาไปทิ้งซะ”
        รจนาไฉนไม่สนใจหยิบอาหารขึ้นมา แล้วจะตักป้อนให้ปัทม์
        “ทานซะหน่อยนะคะ”
        “พูดไม่รู้เรื่องรึไง ยังไม่รู้สำนึกอีกว่าฉันเกลียดเธอ...ออกไป!”
        “คุณเกลียดชังอะไรฉันนักหนา”
        “ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอ ตั้งแต่มีเธอเข้ามาในชีวิต ฉันมีแต่เรื่องวุ่นวาย ถ้าอยากให้ฉันมีความสุขล่ะก็ ออกไปจากชีวิตฉันซะ!”
        ปัทม์คาดหวังให้รจนาไฉนเกลียดเขาแล้วออกไป แต่รจนาไฉนระงับอารมณ์ไว้
        “ที่คุณโกรธอารมณ์ไม่ดีเพราะกำลังเครียด ฉันจะทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของคุณ”
        รจนาไฉนก้มลงรินชาเพื่อชงชาให้ปัทม์ แล้วยื่นแก้วชาให้ปัทม์
        “ฉันชงชาให้คุณแล้ว ดื่มเถอะค่ะ. มันจะทำให้คุณคลายเครียด สดชื่นขึ้น”
        ปัทม์รับแก้วชา เธอยิ้มดีใจคิดว่าปัทม์อารมณ์ดีขึ้นแล้ว แต่ปัทม์กลับสาดชาใส่รจนาไฉน
        “ออกไปจากชีวิตฉัน ที่ฉันต้องติดคุกก็เพราะเธอ เธอมันเป็นตัวซวย เธอทำให้ฉันต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายตลอดเวลา อย่าทำให้ฉันต้องตกต่ำไปกว่านี้เลย”
        รจนาไฉนอึ้ง ไม่คิดว่าปัทม์จะรังเกลียดเธอมากขนาดนี้
        “ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อคุณ แต่ในเมื่อคุณไม่เห็น ฉันก็จะไม่เสียเวลากับคนที่ไม่เห็นค่าอีกแล้ว... ลาก่อนค่ะ”
        รจนาไฉนวิ่งร้องไห้ออกไป ปัทม์มองตามด้วยความปวดใจ เขาเจ็บปวดที่ต้องกระทำตรงข้ามกับความรู้สึกของหัวใจ
       
       อ่านต่อเวลา 17.00น.

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 9
        รจนาไฉนกลับเข้ามา เธอมองไปรอบ ๆ ห้องนอน ภาพเหตุการณ์ระหว่างปัทม์กับรจนาไฉน ทั้งเรื่องดีและไม่ดี แต่สุดท้ายมาเป็นเหตุการณ์ที่ปัทม์ดูแลรจนาไฉน ขัดแย้งกับภาพความขัดแย้งก่อนหน้า ผุดขึ้นมาในความทรงจำของเธอ
        รจนาไฉนสีหน้าคิดมากและเสียใจ บอกกับตัวเองว่า
        "ไม่จริง เขาไม่เคยรักฉันสักนิด...เขาเกลียดฉัน ฉันควรไปจากที่นี่"
        รจนาไฉนหันไปมองกระเป๋าที่เตรียมเก็บของกลับกรุงเทพฯ วางอยู่ข้างเตียง
       
        รจนาไฉนถือกระเป๋าเดินทางเดินมายังห้องพระ เธอจะเข้าไปแต่เห็นเปรมกำลังนั่งสวดมนต์ ก็เปลี่ยนใจไม่เข้าไปกวนใจเปรม เธอก้มลงนั่งที่หน้าห้อง มองไปยังเปรมที่อยู่ในห้อง... เสียงความคิดของเธอดังขึ้นในใจ
        "คุณแม่ขา...เพื่อนขอโทษที่ผิดคำสัญญา เพื่อนลาก่อนค่ะ"
        รจนาไฉนก้มกราบเปรมอยู่หน้าห้องพระ แล้วจึงหยิบกระเป๋าลุกขึ้นเดินออกไป เปรมลืมตารับรู้สิ่งที่ลูกสะใภ้ตัดสินใจ ก็น้ำตาไหลออกมาด้วยความเสียใจ
       
        ปยงค์และจันทร์เจ้าช่วยยกกระเป๋ารจนาไฉนใส่รถ
        "ฉันลาก่อนนะ"
        "ป้ารู้ว่าที่ผ่านมา ป้าใจร้ายปากเสีย ป้าขอโทษ"
        ปยงค์ตบปากตัวเองแล้วพูดต่อ
        "ถ้าคุณไม่พอใจก็ไล่ป้าออกเถอะค่ะ แต่คุณอย่าไปเลยนะคะ"
        "ไม่มีใครทำอะไรผิดหรอกจ้ะ แต่ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับไปดูแลครอบครัวที่กรุงเทพฯแล้ว"
        "แล้วคุณปัทม์ละคะ"
        รจนาไฉนสั่งจันทร์เจ้า
        "เตรียมชาไปชงให้คุณปัทม์ด้วย ใส่ชาแค่เล็กน้อย ต้องต้มน้ำให้เดือด เอาชาใบเตยผสมไปด้วย คุณปัทม์ชอบกลิ่นใบเตยหอม"
        "จันทร์จำไม่ได้หรอกเจ้า คุณรจนาไฉนคนเดียวเท่านั้นที่ชงชาได้ถูกใจคุณปัทม์ อย่าไปเลยนะเจ้า"
        "ฉันลาละจ้ะ"
        รจนาไฉนไหว้ลาปยงค์ จันทร์เจ้าไหว้ลารจนาไฉน
        "คุณรจนาไฉนน่าจะเปลี่ยนชุด เสื้อผ้าคุณเลอะชาหมดแล้ว" จันทร์เจ้าบอก
       
       "ช่างมันเถอะ มันจะได้ช่วยเตือนให้ฉันระลึกไว้เสมอว่า เขาไม่เคยต้องการฉัน"
                       รจนาไฉนหันไปมองบ้านเป็นครั้งสุดท้ายแล้วหันกลับไปยังรถ 
                       เปรม ปัทม์กุลยืนมองด้วยความเสียใจอยู่ที่มุมหนึ่ง
                       "ขอให้ชีวิตของหนูพบแต่ความสุขความเจริญ"
                       รจนาไฉนเดินขึ้นรถ รถขับออกไป ทุกคนร้องไห้เสียใจ
                                                                                                                                                                                      
                       รจนาไฉนนั่งอยู่ในรถ  มองบริเวณไร่ชากว้างใหญ่สวยงามที่กำลังจะผ่านไป เธอมองด้วยความเศร้าใจเพราะผูกพันกับที่นี่มาก
        
                       ปัทม์ยืนพิงอยู่ที่กรงขัง สายตาเหม่อลอยออกไปด้านนอกคิดถึงเรื่องราวระหว่างตัวเองกับรจนาไฉน  ปัทม์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ แล้วรำพึงกับตัวเอง
                       "ลาก่อนรจนาไฉน... ฉันทำสิ่งที่ดีที่สุดให้เธอแล้ว"
                       ปัทม์ครุ่นคิดอยู่ตรงนั้น ด้วยแววตาเครียด
                                                                                                                                                                                      
                       รจนาไฉนมองไปที่บริเวณไร่ชาด้วยความรู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก  หันไปสั่งคนรถ
                       "หยุดรถก่อน"
                       คนขับจอดรถ  เธอลงจากรถเดินมายังไร่ชาที่กว้างใหญ่  มองไร่ชาด้วยความรักและอาวรณ์
                       "ฉันขอโทษที่ดูแลพวกเธอไม่ได้  ฉันอ่อนแอเกินไป แต่ฉันอยากให้พวกเธอสู้ผลิดอกออกใบ.. ชูยอดอ่อนรอวันคุณปัทม์กลับมา ฉันลาก่อน"
                       รจนาไฉนจะหันหลังกลับ เจอพูนทวียืนอยู่  
                       "ผมทราบข่าวว่าคุณจะกลับกรุงเทพฯ"
                       "ขอโทษนะคะที่ไม่ได้ไปลา  ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ลาก่อนค่ะเพื่อนของฉัน"
                       รจนาไฉนยื่นมือไปจับ พูนทวีจับมือเธอที่ยิ้มให้พร้อมน้ำตาอาบแก้ม
                       เธอหันหลังกลับจะเดินออกไป พูนทวีหยิบซองออกมา มองเธอแล้วคิดตัดสินใจว่า จะให้ดีหรือไม่ !
                       พูนทวีคิดถึงเรื่องที่ปัทม์เรียกไปหาเมื่อก่อนหน้านี้
        
                       อดีตก่อนหน้านี้ พูนทวีสีหน้าสงสัยจ้องหน้าปัทม์     
                       "คุณเพื่อนทั้งรักและหวังดี แกจะทำร้ายจิตใจเขาไปถึงไหน"   
                       ปัทม์ส่งเอกสารให้พูนทวี 
                       "ฉันเซ็นเอกสาร ยืนยันการหย่าให้เขาแล้ว"
                       "อะไรนะ"
                       "มอบเอกสารฉบับนี้ให้รจนาไฉนที่สนามบิน  นี่เป็นเอกสารที่ยืนยันว่าฉันพร้อมจะหย่ากับเขาทันที เมื่อเขากลับไปถึงกรุงเทพฯ ฉันจะโอนเงินให้ตามสัญญา รจนาไฉนจะได้รับเงินมากเท่าที่ต้องการ"
                       "ทำอย่างนี้เพื่ออะไร"
                       "นี่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันจะตอบแทนเขาได้ มอบเอกสารนี้ให้รจนาไฉนให้ได้นะ"
                       ปัทม์สีหน้าเต็มไปด้วยความครุ่นคิดและเศร้าใจ
        
                       รจนาไฉนเปิดดูเอกสารยืนยันการหย่าจากปัทม์

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 15 จบบริบูรณ์
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 14
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 13
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 12
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 150 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 97 คน
65 %
ไม่เห็นด้วย 53 คน
35 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015