หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ แผนร้ายพ่ายรัก

แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 13

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 เมษายน 2556 08:11 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 13
        แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 13 (ต่อ)
       
       ปริญญ์พยักหน้ารับด้วยความอึดอัดใจเพราะได้เบาะแสบางอย่างมา พิแสงแปลกใจว่าเป็นใคร
       
       อนงค์จ่ายเงินให้กับคนงาน
       “เอาไป แล้วอย่าปากโป้งนะ ว่าฉันใช้แกให้วางยาเบื่อ ถ้าฉันซวยแกก็ซวยด้วย! จำไว้!”
       “จ๊ะป้า รับรอง” คนงานบอก
       แล้วคนงานก็รีบเดินออกไป อนงค์มองซ้ายมองขวาพอไม่เห็นเห็นก็ยิ้มย่องด้วยความสะใจ
       
       พิแสงยังคุยกับปริญญ์ หลอด เสริม และชมพู่
       “คนใน แกหมายถึงคนงานในฟาร์มของเราเองเนี่ยนะ” พิแสงถามย้ำ
       “ครับ” ปริญญ์ตอบ
       อนงค์เดินเข้ามาเห็นทุกคนกำลังประชุมเครียดจึงแอบฟัง
       “อย่าให้รู้นะว่าใคร จะ....” หลอดพูดยังไม่จบ
       พิแสงก็ขัดขึ้นมา “แกก็ต้องโดนด้วย ไอ้หลอด ฐานไม่ระวัง ไม่รอบคอบ! ทำงานมากี่ปีแล้ว!”
       “โธ่ นายหัวครับ ใครมันจะไปคิดว่าจะมีเรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นกับถังข้าวหมูผม พวกผมเลี้ยงหมูเหมือนเลี้ยงลูก” หลอดบอก
       “อาจจะขี้ลืมล็อกประตูคอก ปล่อยมันหลุดไปบ้างไรบ้าง” เสริมว่า
       “แต่พวกผมก็พยายามทำงานตามหน้าที่อย่างดีที่สุด” หลอดบอก
       “ถ้าดีที่สุดได้แค่นี้ ฉันไล่พวกแกออก!” พิแสงเสียงดัง
       ปริญญ์ตกใจ “คุณพิแสง!”
       หลอด เสริม และชมพู่ก็ตกใจ “นายหัว!!”
       อนงค์ที่แอบฟังอยู่ยิ้มพอใจมาก
       “เสียใจด้วยนะ ไอ้หลอด ไอ้เสริม...” ชมพู่พูด
       “ไล่เธอออกด้วย ชมพู่!” พิแสงบอก
       “หา!!!ชมพู่ผิดอะไรคะนายหัว!
       “ฉันยังไม่ได้สะสางคดีกับเธอเรื่องที่แอบเป็นสายให้กับคุณแม่และให้ความช่วยเหลือเขมมิกทำร้ายฉัน! ไม่ฆ่าให้ตายก็บุญแล้ว!”
       “ไล่ออกก็พอค่ะ ขอบคุณค่ะ” ชมพู่บอก
       อนงค์ได้ยินก็ยิ่งสะใจ
       “สมน้ำหน้า...ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสองสามตัว ฮิฮิ”
       ปริญญ์พยายามปรามพิแสง
       “คุณพิแสง ใจเย็นๆก่อนได้มั้ยครับ หลอด เสริม ชมพู่เป็นคนงานที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานมา และเป็นคนดีที่สุดที่อยู่ข้างๆคุณ ไล่พวกเค้าออกด้วยเหตุผลนี้ มันไม่ยุติธรรม” ปริญญ์ช่วยพูด
       “ไม่มีความยุติธรรมบนโลกใบนี้หรอกไอ้หมอ ไม่ต้องร้องหา! เรื่องหมูถูกวางยาก็เหมือนกัน...ช่างมันเถอะ ไม่ต้องสืบหาคนทำหรอก เสียเวลา” พิแสงว่า
       “ทำไมล่ะครับ” ปริญญ์ถาม
       “ฉันจะขายฟาร์ม”
       “คุณพิแสง!”
       หลอด เสริม และชมพู่ตกใจ “นายหัว!!”
       อนงค์ตกใจและผิดหวัง “ขายฟาร์ม!”
       “ฉันไม่อยากอยู่กับสิ่งที่ทำให้ฉันทรมานใจอีกแล้ว” พิแสงบอก
       “แต่ผมก็ต้องสืบให้รู้ให้ได้ ว่าใครวางยาหมู” หลอดพูด
       “ถึงนายหัวไม่แคร์วิญญาณคุณปู่ ไม่แคร์วิญญาณหมูที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร แต่เราแคร์” เสริมว่า
       “ชมพู่ก็เหมือนกัน”
       ปริญญ์ หลอด เสริม และชมพู่มองพิแสงด้วยความผิดหวัง อนงค์ร้อนใจเพราะเห็นว่าผิดแผนจึงวิ่งออกไปทันที
       ปริญญ์ หลอด เสริม ชมพู่มองพิแสงอย่างผิดหวังจนพิแสงใจหายวาบ
       “อย่ามองฉันด้วยสายแบบนี้ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันมีสิทธิ์ขายที่นี่ อย่ามองเหมือนฉันเพิ่งจะฆ่าคนตายมา”
       พิแสงเดินเลี่ยงไป ปริญญ์เดินตามไปทันที หลอด เสริม และชมพู่ก็เดินตามไปด้วย
       
       พิแสงเดินมาหยุดที่หน้าคอกทีเด็ดและลิเดีย ทีเด็ดกับลิเดียจ้องมองมาที่พิแสง พิแสงอึ้ง ปริญญ์ หลอด เสริม และชมพู่เดินตามมา
       “คุณไม่ได้ฆ่าคนตายหรอก สำหรับผมมันยิ่งกว่านั้น!” ปริญญ์ว่า
       พิแสงชะงัก
       “แต่คุณฆ่าเจตนารมณ์ของคุณปู่ของคุณให้ตายไปพร้อมๆกับจิตวิญญาณที่เคยเข้มแข็งของคุณต่างหาก!”
       พิแสงอึ้ง
       “คุณทำให้วิญญาณคุณปู่ที่ปกปักรักษาที่นี่ผิดหวัง คุณทำให้ผม คนงานทีเด็ด ลิเดียและหมูทุกตัวที่นี่ผิดหวัง คุณทำให้หมูผู้บริสุทธิ์ต้องตายไปอย่างสูญเปล่า เพราะความอ่อนแอของคุณ!”
       
       พิแสงอึ้งและพูดไม่ออกเมื่อเห็นสายตาของทีเด็ดและลิเดีย พิแสงจึงเมินหน้าทันที
       
       “จะขายที่นี่ใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นตัวผมเองก็คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ต่อไปแล้วเหมือนกัน” ปริญญ์บอก

แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 13
        พิแสงยืนอึ้งเพราะเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาในใจ ท่ามกลางสายตาผิดหวังของทั้งคนและหมู
       
       เขมมิกยกมือไหว้ธรรมศักดิ์
       “เขมลาลุงตรงนี้เลยละกัน ขอบคุณค่ะสำหรับน้ำใจที่ลุงมีให้หนู” เขมมิกยกมือไหว้
       “เป็นหน้าที่ที่ผมต้องช่วยคุณกับคุณแม่สุดกำลังความสามารถครับ” ธรรมศักดิ์บอก
       “ทำไมลุงถึงดีกับหนูจัง ลูกหลานก็ไม่ใช่”
       “ผมเคยตั้งปณิธานเอาไว้ว่า ผมจะต้องตอบแทนบุญคุณท่านมกรา คุณพ่อคุณเขมให้ได้ในวันหนึ่ง”
       เขมมิกงง “ลุงรู้จักพ่อหนู?”
       “ครับ....”
       หลายปีก่อน ธรรมศักดิ์ในวัยหนุ่มใส่ชุดทหารเกณฑ์กำลังกวาดใบไม้อยู่หน้าบ้านพักที่มีป้ายติดอยู่ที่หน้าบ้านว่า พ.ต มกรา ศักดิ์ธำรงไพศาล
       เขมมิกดีใจเพราะจำธรรมศักดิ์ได้
       “ลุงเป็นทหารเกณฑ์ มาทำงานที่บ้านคุณพ่อ อุ๊ย...ต้องเรียกใหม่สิ ไม่ใช่ลุง...แก่เกิ๊น...คุณอาดีกว่ามั้ยคะ”
       “แล้วแต่สะดวกคุณเขมครับ”
       “แล้วทำไมลุงไม่บอกพวกเราตั้งแต่แรกว่าลุงเป็นใคร” เขมมิกถาม
       “บอกไม่ได้ครับ ความเสี่ยงสูง มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ผมไม่กล้าเปิดเผยตัวเองกับแม่ของคุณ”
       เขมมิกแปลกใจ
       
       ภาพในอดีตย้อนกลับมา ธรรมศักดิ์ในวัยหนุ่มแบกถุงทะเลเนื่องจากปลดประจำการแล้ว เขาเดินย่องออกจากบ้านอย่างเงียบๆ
       เสียงขนิษฐาดังออกมาจากบ้าน “ไหน มันไปแล้วหรือยัง!!”
       ธรรมศักดิ์รีบวิ่งออกจากบ้านไปหลบอยู่ข้างกำแพง ขนิษฐาวิ่งออกมามองหาธรรมศักดิ์
       “ไอ้ศักดิ์! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ศักกะเบือ!!”
       พ.ต มกราวิ่งตามออกมารั้งขนิษฐาเอาไว้
       “อย่าเสียงดังได้มั้ยคุณ น้องเขมหลับอยู่ เดี๋ยวลูกก็ตื่นงอแง!”
       “แล้วคุณให้มันไปทำไมตั้งห้าพัน! หา!” ขนิษฐาถาม
       “ก็มันเดือดร้อน” มกราตอบ
       “แล้วจะไว้ใจได้ไง ว่ามันจะเอามาคืน”
       “ผมไม่ได้ให้ยืม แต่ให้มันไปเลย”
       “จะเป็นพ่อพระกับคนทั่วประเทศเลยหรือไง มันอาจจะเอาเงินไปแทงหวย ลงขวดแต่โกหกคุณก็ได้”
       “ถ้าคิดจะให้ก็ไม่ต้องถาม ถ้ามันไม่รักดี สุดท้ายมันนั่นแหละที่จะรับกรรมเอง ผมถือว่าผมทำหน้าที่ของผมจบแล้ว”
       ขนิษฐาไม่พอใจมาก
       
       เมื่อเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต ธรรมศักดิ์ก็ปาดน้ำตาที่ซึมออกมา
       “ลุงเอาเงินไปทำอะไรคะ” เขมมิกถาม
       “เป็นค่าหน่วยกิต เรียนกฎหมายต่อให้จบครับ พ่อแม่ผมยากจนมาก ต้องส่งเสียน้องหลายคน ครบกำหนดรับใช้ชาติ ผมไม่มีเงินเลย แต่อยากเรียนให้จบ จะได้มีงานทำ ช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้อง ท่านทราบ จึงเมตตาถ้าไม่ได้เงินจากท่านในวันนั้น ก็ไม่มีผมในวันนี้”
       “คุณพ่อเป็นคนใจดีมาก แต่บางทีก็ดีเกินไปจนถูกเอาเปรียบอยู่บ่อยๆ”
       “ครับ คุณขนิษฐาจึงไม่ไว้ใจผม และไม่พอใจผมมาก”
       “แต่...ลุงก็น่าจะบอกกับแม่ได้ว่าลุงไม่ได้เป็นอย่างที่แม่คิด”
       “ผมไม่มีโอกาสได้แก้ต่างให้ตัวเอง เพราะผมได้รับทุนไปเรียนต่อเมืองนอก ส่งจดหมายมาก็ถูกตีกลับ เพราะท่านย้ายไปจังหวัดอื่นเสียแล้ว เมื่อได้เจอกันอีกครั้ง การพูดถึงท่านมกราอีก อาจจะทำให้อาการป่วยของคุณแม่คุณกำเริบ”
       “แม่ปลงได้เยอะแล้วล่ะค่ะ แต่ยังวางได้ไม่หมด” เขมมิกเปลี่ยนเรื่อง “นี่ค่ะ...ซีดี” เขมมิกยื่นซีดีให้ “เขมถ่ายคลิปเสียงของพีทจากมือถือเขมลงซีดีให้ลุง”
       ธรรมศักดิ์รับมาแล้วเอาใส่ในกระเป๋าเอกสาร “ขอบคุณมากครับ ผมจะเอาไปเป็นหลักฐาน เปิดให้ท่านประธานฟัง....”
       “โชคดีนะคะลุง”
       ชายฉกรรจ์คนหนึ่งแอบถ่ายคลิปอยู่จากมุมหนึ่งก่อนจะรีบวิ่งหลบออกไปทันทีในขณะที่ธรรมศักดิ์เดินออกมาจากบ้าน
       
       พิทยาดูวิดีโอคลิปที่ชายฉกรรจ์ส่งมาให้จนถึงช็อตสุดท้ายที่ธรรมศักดิ์ผละไปจากเขมมิก พิทยากดปิดแล้วต่อสายหาชายฉกรรจ์ทันที
       “เอาซีดีมันมาให้ฉัน!”
       ชายฉกรรจ์แอบดูธรรมศักดิ์ที่กำลังเดินมาที่รถ ชายฉกรรจ์มองซ้าย มองขวา จนเห็นว่าปลอดคน จึงกระชับท่อแป๊บที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อแจ็กเก็ตแล้วเดินอ้อมไปทางด้านหลังของธรรมศักดิ์ที่กำลังจะเปิดประตูรถ เมื่อไม่มีคน ชายฉกรรจ์ก็หวดไปที่ศีรษะของธรรมศักดิ์เต็มแรง ธรรมศักดิ์ร่วงไปนอนที่พื้น ชายฉกรรจ์ฉกกระเป๋าเอกสารแล้วค้นตามตัวจนได้กระเป๋าเงินและมือถือก่อนจะรีบวิ่งหนีไปทันที
       
       วาสินีตกใจหลังจากที่คุยกับอนงค์
       “นายหัวจะขายฟาร์ม!”
       “เออสิ! อุตส่าห์เสียเงินให้คนไปวางยาหมู กะแค่ว่าจะทำให้นายหัวกลับมาสนใจงานที่ฟาร์ม เพราะนายหัวรักหมูรักฟาร์มมากกว่าอะไรทั้งหมด แต่ดัน....ผิดแผน! เสียเงินเสียเวลาไปฟรีๆ!” อนงค์ว่า
       “นังเขมมิกมันมีอิทธิพลกับนายหัวมากขนาดนี้ แม่เห็นแล้วใช่มั้ย เลิกบังคับให้หนูจับนายหัวสักทีเถอะ”
       “ไม่เลิก! แกต้องทำให้นายหัวเลิกคิดขายที่นี่ ไม่งั้นฉันจะไปอยู่ที่ไหน แกอีกล่ะ”
       พิแสงเดินหน้าเครียดเข้ามา อนงค์กับวาสินีรีบทำตัวเป็นปกติทันที
       “นายหัว....หิวหรือยังคะ อนงค์เตรียม....”
       พิแสงตัดบท “น้ำหวาน โทรตามนายต่อลาภมาพบผม ด่วน!!”
       “นายหัวจะเซ็นสัญญาร่วมทุนกับยูเอฟเหรอคะ” วาสินีถาม
       “ผมจะเจรจาขายที่นี่กับยูเอฟ”
       อนงค์กับวาสินีอึ้ง พิแสงเดินเข้าห้องทำงานไป อนงค์หันมามองวาสินีด้วยสายตาบังคับ วาสินีรู้สึกอึดอัดมาก
       
       พิทยาขับรถมาจอดเทียบข้างชายฉกรรจ์ที่จอดรถมอเตอร์ไซค์รออยู่ พิทยาลดกระจกรถ ชายฉกรรจ์ส่งซองซีดีให้พิทยา พิทยาส่งซองเงินให้ชายฉกรรจ์
       “ฝากบอกเฮียย้งด้วย ว่าขอบคุณมาก”
       “ครับ”
       พิทยาปิดกระจกรถแล้วแล่นรถออกไป
       
       พิทยาจอดรถเทียบฟุตบาทแล้วถอนใจ เขามองแผ่นซีดีในมือแล้วใส่แผ่นเข้าไปในเครื่องเสียง
       “ขออย่าให้เป็นอย่างที่ผมคิดเลยนะเขม....”
       พิทยากดเล่นซีดี
       เสียงพิทยาดังออกมาจากเครื่อง “พ่อแม่ผม...ล้มละลายเพราะถูกนายพิสุทธิ์และคุณแสงสุดาโกงหุ้นพีบูติกแอร์ไลน์”
       เสียงเขมมิกดังตามมา “อะไรนะคะ!”
       
       พิทยาน้ำตาซึมด้วยความผิดหวังและเสียใจที่ถูกเขมมิกหักหลัง

แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 13
        ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมา หลังจากรู้เรื่องจากปากพิทยา เขมมิกก็ยืนตกใจอยู่ตรงหน้าพิทยาที่ตัดสินใจเล่าเรื่องความหลังความจริงให้ฟัง
       
       “พวกเค้าฮุบธุรกิจไปเป็นของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ พ่อแม่ผมแทบสิ้นเนื้อประดาตัว ในขณะที่ผมเองก็ยังเรียนไม่จบ อายุแค่ 12 ปี หลังจากนั้นไม่กี่วัน พ่อผมก็หัวใจวาย...ขณะขับรถ....รถเสียหลัก ชน
       ตอม่อสะพาน ผมคือคนเดียวที่รอดชีวิต พ่อผมตายคาที่ ส่วนแม่ผมที่กอดผมไว้ เพื่อปกป้องผมจากแรงกระแทก ไปเสียชีวิตอย่างทรมานที่โรงพยาบาล”
       
       พิทยาพูดต่อไปไม่ได้เพราะรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ มาจุกที่ลำคอด้วยความสะเทือนใจ
       “พีท....”
       “จริงๆแล้วผมชื่อพีระ...แต่หลังจากที่เจ้าสัวอเนก เจ้าของบริษัทยูเอฟ ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของพ่อแม่ผมรับผมไปอุปการะ ผมก็ขอท่านเปลี่ยนชื่อ และขอให้ปกปิดที่มาของผม อย่าให้ใครรู้หรือขุดคุ้ยเจอ”
       “คุณทำอย่างนั้นทำไม” เขมมิกถาม
       “ผมวางแผนทุกอย่าง ตั้งแต่เลือกเรียนการบิน เพื่อเข้าไปเป็นกัปตันสายการบินพีบูติกแอร์ไลน์ และทำทุกอย่างเพื่อให้เข้าไปเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัวพิสุทธิเสวี...โดยที่ผมไม่ได้รักพิสินีย์แม้สักนิดเดียว”
       เขมมิกอึ้ง
       “ผมตั้งใจทำงาน ให้ทุกคนเชื่อใจ เพื่อจะได้ขึ้นนั่งตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ที่มีอำนาจการตัดสินใจทุกอย่าง ทำทุกอย่างให้นายพิแสงจมปลักอยู่ที่พัทลุงโดยยืมมือยูเอฟให้เข้าไปจัดการ เพื่อไม่ให้นายพิแสงมาขวางทางผมที่นี่ ผมขอโทษนะถ้าคราวนั้น...ลูกน้องของเฮียที่ผมให้ไปจัดการนายพิแสงทำให้คุณต้องเจ็บไปบ้าง”
       เขมมิกอึ้ง เธอแอบมองพิทยาอย่างไม่พอใจ
       “เมื่อผมได้นั่งเก้าอี้ประธานบริหารแล้ว...ผมจะทำลายพีบูติกแอร์ไลน์ให้ย่อยยับด้วยมือของผมเอง จากนั้น ผมจะทิ้งทุกอย่าง....ไปอยู่กับคนที่ผมรักมากที่สุด แล้วเค้าก็รักผมเหมือนกัน”
       พิทยาจับมือเขมมิกเอาไว้
       เขมมิกพูดไม่ออก “แล้วถ้ามันไม่สำเร็จล่ะคะ ถ้าคุณพิแสงไม่ยอมเซ็นสัญญากับยูเอฟ ถ้าเค้าทิ้งฟาร์มมาอยู่ที่นี่”
       “ผมจะไม่ยอมให้การลงทุนของผมต้องเสียเปล่า....จะไม่มีพีบูติกแอร์ไลน์ให้เค้าบริหาร”
       “คุณจะทำยังไงคะ”
       “คนของผมที่แทรกซึมอยู่ข้างในกำลังรอคำสั่งจากผม แค่ผมโทรไปครั้งเดียว พีบูติกแอร์ไลน์ก็จะพังพินาศ ไม่เหลือเครดิต”
       “คนของคุณ ใครคะ”
       “ผมต้องปกปิดสถานะของเค้า ขอโทษด้วยนะเขม ผมบอกคุณไม่ได้”
       “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเข้าใจ และก็ขอบคุณนะคะที่ไว้ใจฉัน”
       “เพราะผมรักคุณมาก ขอบคุณคุณเหมือนกันที่อยู่เคียงข้างและเข้าใจผม”
       พิทยานั่งลงคุกเข่าตรงหน้าเขมมิกแล้วหยิบแหวนวงเดิมมายื่นให้เขมมิก
       เขมมิกตกใจจนอึ้งไป “แหวน....วงนั้น”
       ภาพในอดีตตอนที่เขมมิกถอดแหวนวงนี้แล้วกระทืบก่อนจะเตะตกน้ำย้อนกลับมาอีกครั้ง
       “ผมเก็บมันขึ้นมา เก็บไว้ รอวันที่จะสวมให้คุณอีก เพราะผมมั่นใจว่า ผมต้องได้คุณคืนมา หลังจากที่ผมจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แต่งงานกับผมนะครับ”
       “พีทคะ....ฉันขอเวลาหน่อยได้มั้ย ฉันอยากพาแม่ไปรักษาตัวก่อน ฉันคงเห็นแก่ตัวเกินไป ถ้าจะอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขในขณะที่แม่ยังป่วยหนัก ได้มั้ยคะ”
       “ไม่มีอะไรที่คุณขอแล้วผมจะให้ไม่ได้”
       “ขอบคุณนะคะพีท ที่เชื่อใจฉัน เล่าทุกอย่างให้ฉันฟัง”
       พิทยาโอบเขมมิกเข้ามากอดโดยที่แหวนยังอยู่ในมือ
       
       เหตุการณ์ปัจจุบัน พิทยาหยิบแหวนในกระเป๋าเสื้อมาดูด้วยน้ำตาคลอเบ้าอย่างผิดหวัง
       “คุณหักหลังผม!!”
       พิทยากำแหวนแน่น เขาหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรหาเขมมิกแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากเขมมิก พิทยาวางสายด้วยความหงุดหงิด แล้วพิทยาก็เกิดความระแวงขึ้นมาทันที
       “หรือว่า...เขมจะไปที่บ้าน”
       พิทยาเลี้ยวกลับรถไปด้วยความเร็ว
       
       พิแสงยืนมองชมพู่ที่กำลังขนกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาจากบ้านด้วยความโศกเศร้ามาก
       “อย่าเพิ่งไปตอนนี้เลย” พิแสงบอก
       ชมพู่ดีใจ “นายหัวไม่ไล่ชมพู่ออกแล้วใช่มั้ยคะ” ชมพู่วางกระเป๋า “ขอบคุณมากค่ะ ชมพู่สัญญาว่าจะทำตัวเป็นคนรับใช้ที่ดี ไม่ก่อความรำคาญใจ ไม่โกหกปิดบัง เก็บงำ ซ่อนเร้น...”
       พิแสงตัดบท “ให้ไปตอนเช้า มืดแล้ว ไม่มีใครไปส่งหรอก”
       ชมพู่จ๋อย
       พิแสงเดินออกไปจากบ้านโดยปล่อยชมพู่ให้ยืนร้องโฮ
       “จะใจร้ายใจดำกันไปถึงหนาย ฮื้ออ!!”
       
       พิแสงเดินเข้ามายืนมองทีเด็ดและลิเดีย หมูทั้งสองนอนอุตุ พิแสงอดยิ้มขำไม่ได้ก่อนจะเศร้าลง
       “ฉันควรจะทำยังไงดี บอกฉันหน่อย คุยกับฉัน เหมือนที่พวกแกชอบคุยกับไอ้หมอน่ะ”
       ทีเด็ดและลิเดียไม่สนใจพิแสง
       “ฉันอยากเป็นหมูเหมือนพวกแกนะ ชีวิตไม่ซับซ้อนสับสนเหมือนคน”
       
       พิแสงยืนมองทีเด็ดและลิเดียด้วยความเจ็บปวด กนธีเดินเข้ามายืนข้างๆพิแสง
       “แกทำใจทิ้งทุกอย่างที่นี่ไปได้จริงๆเหรอ” กนธีถาม
       พิแสงอึ้ง
       ชมพู่ลากกระเป๋าร้องไห้ออกมา
       “ฮือๆๆ นายหัวใจร้าย ใจจืด ใจดำ ใจอำมหิต ใจ...”
       คนงานที่รับจ้างวางยาหมูวิ่งหนีหลอดและเสริมออกมา ชมพู่ตกใจ
       “อย่าหนีนะ หยุดนะ!!! กูบอกให้หยุด!!”
       “ชมพู่ จับมันไว้!” เสริมตะโกน
       ชมพู่เข้าขวางคนงานแล้วทุ่มกระเป๋าเสื้อผ้าใส่ คนงานเสียหลัก ชมพู่กระโดดขึ้นคร่อมคนงาน คนงานจะลุกสู้ แต่ชมพู่ชี้หน้า
       “แกสู้ ฉันจูบ! เอามะ!”
       คนงานส่ายหน้าเพราะกลัว
       หลอดกับเสริมวิ่งมาถึงก็รีบจับคนงานล็อกตัวเอาไว้ คนงานฮึดฮัด
       “เก่งมากชมพู่” หลอดชม
       “จีจ้าชัดๆ” เสริมบอก
       ชมพู่ทำท่าเตะโชว์ “ย้าก!!”
       ชมพู่ยกขาสูงไปหน่อยทำให้ไปเสยปลายคางคนงานอย่างจังจนคนงานสลบ หลอดกับเสริมถึงกับอึ้ง ชมพู่เองก็อึ้งเพราะไม่คิดว่าจะให้ผลขนาดนี้
       “แล้วคราวนี้จะสอบสวนมันได้ยังไงวะ เล่นซะสลบเลย!”
       “แบบว่าไม่ได้ตั้งใจ”
       
       หลอดกับเสริมเซ็งที่คนงานสลบทำให้ยังสอบสวนเรื่องวางยาเบื่อไม่ได้
       
       พิแสงยังยืนนิ่ง กนธีถอนใจ
       “ฉันเข้าใจนะ...แต่ไม่เห็นด้วย แกจะหนีทุกอย่างไปเรื่อยๆตลอดชีวิตทุกครั้งที่แกเจอปัญหาไม่ได้หรอกนะพิแสง” กนธีบอก
       “ฉันไม่ได้หนี”
       “เหรอ...สมแล้วล่ะ ที่คุณเขมไม่ได้รักแกจริง”
       พิแสงไม่พอใจ “ไอ้ธี!”
       “เพราะแกมันใจเสาะงี้ ขืนรักแก ใช้ชีวิตอยู่กับแก คงน้ำตาเช็ดหัวเข่า เพราะถ้ามีปัญหาเมื่อไหร่ แกคงเลือกที่จะวิ่งหนีมัน แทนที่จะสู้!”
       “หยุดพูด!”
       “จะต่อยหน้าฉันเหมือนต่อยหน้าไอ้หมอหรือไง เอาเลย แต่จะบอกให้นะ ฉันสู้นะเว้ย ฉันไม่ยอมปล่อยให้แก่ต่อยฉันฟรีๆแน่ ฉันชื่นชมคุณเขมว่ะ"
       "อย่างน้อยเค้าก็สู้เพื่อแม่ที่เป็นมะเร็ง ยอมทำทุกอย่างเพื่อหาเงินมารักษาแม่ หรือยอมให้คนประณามว่าทำงานที่ไร้ศักดิ์ศรี เพื่อดัดสันดานผู้ชายเจ้าชู้ และช่วยผู้หญิงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ชายพวกนั้น”

แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 13
        พิแสงผลักกนธีไปให้พ้นทางอย่างไม่พอใจแล้วเดินหนีไป กนธีเซ็งกับพิแสง
       
       “ฉันมาเตือนแกดีๆนะเว้ย ต่อให้หนีไปถึงขั้วโลก ก็ไม่มีทางหนีความรู้สึกผิดที่แกทำไว้กับปู่กับหมูแกพ้นหรอก ไอ้เพื่อนกระจอก!”
       พิแสงวกกลับมา กนธีหลบวูบเพราะกลัวถูกต่อย
       “ไหนบอกว่าสู้ไง หลบทำไม” พิแสงถาม
       “ไม่ได้หลบ! แค่ตั้งหลัก!” กนธีบอก
       “ไม่ต้องมาที่นี่อีก!”
       พิแสงเดินออกไป กนธีเซ็งที่พิแสงไม่เชื่อเขา
       
       พิแสงเดินจะเข้าบ้าน แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเขมมิกยืนรออยู่อย่างกระวนกระวาย
       “เขมมิก....”
       เขมมิกเห็นพิแสงก็ยิ้มดีใจแล้ววิ่งมาหา ทั้งสองคนจ้องมองกันแบบอึ้งไปชั่วขณะหนึ่งด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน พิแสงไม่อยากเจอเขมมิกเพราะอยากจะลืม ในขณะที่เขมมิกมาเพื่ออธิบายความจริง และต้องการล่ำลาพิแสง
       
       พิทยาเลี้ยวรถเข้ามาจอดอย่างรวดเร็ว เขาก้าวลงจากรถแล้วมองหารถคันอื่นๆ ที่เขมมิกอาจจะอาศัยมาแต่ก็ไม่เห็น พิทยารีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที
       
       พิสุทธิ์ แสงสุดา พิทยา พิสินีย์ พิสานั่งเครียดอยู่ในบ้าน พิทยาเดินเข้ามา ทุกคนหันไปมองพิทยาเป็นตาเดียวด้วยสายตาเคร่งเครียด พิทยาอึ้งเพราะคิดว่าตัวเองถูกแฉแล้วแน่ๆ
       พิสินีย์พูดเสียงแข็ง “กลับมาแล้วเหรอคะพีท”
       พิทยาแก้ตัว “ผมอธิบายได้นะ สิ่งที่คุณได้ยินจากปากของ...”
       พิสินีย์ตัดบท “จะอธิบายได้ยังไงคะ ในเมื่อฉันยังไม่ได้บอกอะไรคุณเลย”
       “ก็แหม...แค่เมียอ้าปากก็เห็นไปถึงไส้ติ่ง เหมือนพ่อไง” พิสุทธิ์บอก
       “เข้าเรื่องเหอะ ไว้จีบกันทีหลัง” แสงสุดาปราม
       “ตกลง มีเรื่องอะไรกันครับ” พิทยาถาม
       “สินีย์อยากให้น้องเล็กไปช่วยงานพีทที่ออฟฟิศค่ะ จะได้ช่วยแบ่งเบาพีทบ้าง”
       “หน้าเลยเป็นตูดอยู่แบบนี้ไง เพราะไม่อยากทำงาน โวยวายทำเอาเครียดกันทั้งบ้าน” พิสุทธิ์บอก
       พิทยาแอบโล่งใจ
       “คุณก็ พูดจากับลูกเพราะๆหน่อย” แสงสุดาว่า
       “หมดเวลาให้ยาหอมแล้ว หายใจทิ้งไปวันๆ เปลืองทรัพยากรประเทศแบบนี้ต้องโดนยาขม จะได้หายขาด” พิสุทธิ์บอก
       “พีทคิดว่าไงบ้างคะ”
       “ไปถามความรู้สึกพี่พีททำไม คนที่ควรต้องแคร์คือน้องเล็ก พี่พีทแค่เขย เป็นคนอื่น” พิสาบอก
       “แต่ตอนนี้พีทคือส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา”
       “ไม่รู้ล่ะ น้องเล็กไม่ไปทำงานที่นั่นหรอก ถ้าน้องเล็กจะทำ น้องเล็กจะไปทำของน้องเล็กเอง”
       “จะทำอะไร เราจะไปทำอะไรรอด” พิสุทธิ์ว่า
       “ไม่มีใครคิดจะเชื่อใจน้องเล็กเลยใช่มั้ย” พิสาไม่พอใจ
       พิสุทธิ์กับแสงสุดาตอบทันที “ใช่!!”
       “พี่สินีย์เห็นแก่ตัว กลัวผัวตัวเองจะลำบาก ต้องมาลำบากน้อง ทุเรศ!” พิสาว่า
       พิสากรี๊ดแล้ววิ่งออกไปสร้างความหนักใจให้กับพิสุทธิ์และแสงสุดา
       “เราเลี้ยงลูกผิดพลาดตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” พิสุทธิ์ถาม
       “ไม่รู้สิ....รู้ตัวอีกที ลูกก็ไม่ฟังเราเลย” แสงสุดาบอก
       “น้องเล็กไม่น่ามองข้ามความปรารถนาดีของหนูเลย” พิสินีย์เสียใจ
       “ปล่อยไปก่อน น้องเราดื้อ...ยิ่งดันยิ่งต้าน ต้องให้เค้ายอมรับของเค้าเอง ไม่งั้น ไม่มีทาง” พิสุทธิ์บอก
       ทุกคนกลุ้มใจ ยกเว้นพิทยาที่ยิ้มโล่งอกแต่ก็ยังไม่คลายความระแวง
       
       พิแสงยืนมองเขมมิกด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขมมิกเลิกดีใจเมื่อเห็นท่าทีของพิแสง เธอค่อยๆถอยออกมา
       “มาเหยียบที่นี่อีกทำไม หรือเปลี่ยนใจจะมารับเงิน” พิแสงถาม
       เขมมิกส่ายหน้า
       “งั้นก็ไปซะ อย่าให้ที่นี่ต้องแปดเปื้อนความคาวของเธอมากไปกว่านี้”
       พิแสงเดินหนีเข้าบ้าน
       “ฉันมีบางอย่างต้องบอกคุณ” เขมมิกพูด
       พิแสงหันมองเขมมิกอย่างไม่พอใจ “ดื้อด้าน!”
       เขมมิกรู้สึกเจ็บแต่ก็ยอมทน เธอเปิดมือถือแล้วเปิดคลิปเสียง
       “คิดจะทำอะไรของเธอ!”
       “ฉันจะเปิดคลิปเสียงพีทให้คุณฟัง มันเป็นเรื่อง....”
       พิแสงโกรธสุดๆที่ได้ยินชื่อพิทยาจึงแย่งมือถือเขมมิกมา
       “คุณพิแสง เอาคืนมาให้ฉัน”
       “ใจเธอทำด้วยอะไร ถึงได้ไม่เคยรู้สึกผิดชอบชั่วดี ยังจะมีหน้ามาพูดถึงสามีคนอื่นหน้าระรื่น เพื่อเยาะเย้ยฉัน เธอมันเป็นผู้หญิงไร้ยางอายที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา ไปให้พ้น!”
       
       พิแสงปามือถือเขมมิกไปกระแทกกับต้นไม้จนแหลกไม่มีชิ้นดี เขมมิกมองแล้วก็ตกใจ พิแสงเดินหนี เขมมิกไม่ยอมลดรา เธอตามไปคว้าแขนของพิแสงเอาไว้
       “เดี๋ยวก่อนฟังฉันก่อน คุณต้องฟังฉัน ฉันมีความจริงที่ต้องบอกให้คุณรู้”
       “ปล่อย! อย่ามาแตะต้องฉัน”
       “รับปากสิว่าคุณจะฟังฉัน แล้วฉันจะปล่อย”
       “พอทีเถอะ เขมมิก พอที!!! เลิกพูดทำร้ายหัวใจฉันสักที!”
       พิแสงทนไม่ไหวจึงเหวี่ยงและสะบัดเขมมิกออกไปอย่างแรงจนเขมมิกล้มลงไปกับพื้น
       “โอ๊ย!!!”
       พิแสงตกใจ “เขมมิก...”
       
       พิแสงจะเข้าไปช่วยเขมมิกด้วยความเป็นห่วงแต่ห้ามใจตัวเองเอาไว้ แล้วก็สะบัดหนีเข้าบ้านก่อนจะปิดประตู
       “คุณพิแสง! ฟังฉันก่อนสิ คุณพิแสง!!”
       เขมมิกลุกขึ้นมาแล้วรู้สึกเจ็บข้อเท้า แต่ก็อุตส่าห์เขยกไปทุบประตูเรียก
       “คุณพิแสง!!”
       พิแสงยืนมองประตูบ้าน
       เสียงเขมมิกเรียก “คุณพิแสง!!”
       
       พิแสงตัดใจเดินเข้าบ้านไป
       เขมมิกพยายามทุบประตูบ้านพิแสง
       “คุณพิแสง พีทร่วมมือกับยูเอฟทำลายฟาร์มของคุณ เค้าต้องการทำลายทุกอย่างของครอบครัวคุณ คุณพิแสง!! เปิดประตู!!”
       ปริญญ์เข้ามาจับมือของเขมมิกไว้ไม่ให้ทุบประตูอีก เขมมิกชะงักแล้วหันไปมองก็เห็นปริญญ์ยืนอยู่
       “คุณพิแสงไม่ฟังคุณหรอกครับ มาทางนี้เถอะ” ปริญญ์บอก
       “หมอปิ๊น!!! จะพาฉันไปไหนคะ”
       
       เขมมิกเดินตามปริญญ์ไปด้วยความแปลกใจ
       
       อ่านต่อเวลา 09.00 น.

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 15 อวสาน (ต่อ)
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 14
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 13
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 12
แผนร้ายพ่ายรัก ตอนที่ 11
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 47 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 47 คน
100 %
ยังไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย
0 %
ความคิดเห็นที่ 5 +6 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากไห้แมทกะฟิมเปนแฟนกันจิงๆง่ะ เหมาะ มักๆน่่าร้ากอ่ะ
mat peeranee fc
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาแบบนี้อีกแล้วน้อบจังเยอะกว่านี้ได้มั้ยคะ??
bestly
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +3 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลงเยอะๆหน่อย ของร้องงงงงงง
รักคุ่เนตร
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014