หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | เอเชียรามา
 

"กู๋หว่าไจ๋" (2) Young and Dangerous มาราธอน "5 ภาคหลัก"

โดย ฟ้าธานี 18 กรกฎาคม 2555 21:35 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"ไก่ป่า" แทบจะยกฐานะขึ้นมาเป็นพระเอกในหนังภาค 2

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
เรื่องเศร้าระหว่าง "ห้าวหนาน" กับหญิงคนรักเริ่มต้นขึ้นในภาคนี้

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
หญิงสาวผู้ทำให้ไก่ป่าหวั่นไหว

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"ต้าเฟย" มาแล้ว

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"อีกาแซ่เฉิน" แห่ง "ตงซิง" บอสประจำภาค 3

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"ไก่ป่า" มีแฟน "ม่อเหวินเหว่ย" กับบทที่ช่วยสร้างสีสัน, ความเซ็กซี ให้กับหนังได้พอสมควร

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"ห้าวหนาน" ย่ำแย่ใน "กู๋หว่าไจ๋ 3"

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
ตามตัว "คุณเจียง"(คนพี่) กลับไปรับตำแหน่ง ประมุขแห่ง "หงซิ่ง" ใน "กู๋หว่าไจ๋" 4

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"หลิวยิ่วหยาง" ศัตรูใหม่ (แต่หน้าเก่าเพราะเพิ่งเล่นเป็นตัวร้ายภาคก่อนมาหยก ๆ) จาก "ตงซิ่ง" โคตรโหดผู้นิยมเพลงคลาสสิก ตัวร้ายประจำหนังภาค 4

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"หลี่เจียซิน" คนสวย นางเอกประจำภาค 4

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"หันปิง" กับ "หมวย 13" หัวหน้าสาขาคนสำคัญ ตัวละครเด่นอีกคู่ในหนังชุด "กู๋หว่าไจ๋" ที่ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในหนังภาค 4

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"ซือถูกห้าวหนาน" ศัตรูคนใหม่ของ "เฉินห้าวหนาน"

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
หงซิ่ง ดิ้นรนไปสู่การทำธุรกิจ

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"ซูฉี" มาเป็นผู้หญิงคนใหม่ของ ห้าวหนาน

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
"ไอ้หัวโต" เพื่อนเก่าของ "ห้าวหนาน" ที่กลับคืนวงการอีกครั้ง

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
Born to be King หงซิ่ง บุกญี่ปุ่น

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
ไก่ป่าพบศึกหนัก

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
ห้าวหนาน หวั่นไหวเมื่อพบหญิงคนใหม่ที่หน้าตาเหมือนแฟนสาวที่ตายไป

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
ต่อสู้ชี้ขาดกับศัตรู

กู๋หว่าไจ๋ (2) Young and Dangerous มาราธอน 5 ภาคหลัก
ภาพสุดท้ายของ "กู๋หว่าไจ๋"

การต่อสู้ระหว่างแก๊ง, ชิงไหวชิงพริบหักเหลี่ยมเฉือนคม, การเสียชีวิตของตัวละครหลัก, แนะนำตัวละครใหม่, ต่อยตีตะลุมบอน, เรื่องความรัก และเพลงป๊อปกวางตุ้ง คือส่วนหนึ่งของ "สูตร" ประจำหนังชุด "กู๋หว่าไจ๋" ที่แม้จะดูซ้ำซากแต่ก็ได้ผล หลักฐานก็คือหนังภาคต่อเรื่องราวของ "ห้าวหนาน" และพวกพ้องที่มีให้ดูกันต่อเนื่องอีกถึง 5 ภาค
       
       คนทำหนังฮ่องกงท่านหนึ่งเคยบอกเอาไว้ว่า ก่อนที่จะถึงปี 1997 ที่ฮ่องกงจะคืนสู่การปกครองของจีนนั้น ทุกคนดูเหมือนจะพยายามทำงานให้หนักที่สุด เพื่อหาเงินเป็นทุนสำหรับความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น สำหรับวงการหนังก็สะท้อนออกมาในแง่ของการผลิตผลงานออกมาอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่เป็นหนังประเภทตีหัวเข้าบ้าน, ทำง่ายดูง่าย แน่นอนว่าคุณค่าทางศิลปะทางภาพยนตร์อาจจะน้อยไปบ้าง "กู๋หว่าไจ๋" ก็คงเป็นงานที่เข้าข่ายที่ว่านี้เหมือนกัน
       
       จากภาคแรกที่ออกฉายในปี 1995 และประสบความสำเร็จทำเงินได้ประมาณ 20 ล้านเหรียญฮ่องกง ผู้สร้างจึงเข็นภาคต่อตามออกมาโดยทันที ซึ่งก็ไม่ใช่เพียงภาคสองภาคเท่านั้น แต่ทีมงานบ้าพลังยังสามารถเข็นหนังออกมาให้ดูกันอีกถึง 4 ภาคใน 3 ปี ระหว่าง 1996 - 1998 ก่อนจะพักไปในปี 1999 เมื่อถึง 2000 จึงถึงเวลาของภาค 6 ที่เป็นการปิดฉากหนังชุดนี้ ที่ถือว่าเป็น "สัญลักษณ์แห่งยุคสุดท้ายของหนังฮ่องกงยุค 90s"
       
       

       
       ภาค 2: ขึ้นครอง "ถงหลอวาน" (6.5/10)
       
       Young and Dangerous 2 หรือ กู๋หว่าไจ๋ มังกรฟัดโลก เล่าเรื่องหลังจาก เฉินห้าวหนาน และเพื่อน ๆ กลับมาครองความยิ่งใหญ่ในแก๊ง "หงซิ่ง" ได้สำเร็จ หนังแบ่งเรื่องราวออกเป็นสองส่วน ช่วงแรกเล่าเรื่องถึงวีรกรรมของ "ไก่ป่า" ตัวละครนักเลงอารมณ์ร้อนที่สวมบทบทโดย เฉินเสี่ยวชุน ระหว่างไปใช้ชีวิตอยู่ที่ไต้หวัน
       
       ส่วนครึ่งหลังว่าด้วยการขึ้นสู่อำนาจของ ห้าวหนาน ในเขตถงหลอวาน ย่านที่ลูกพี่เก่าของเขาเคยครองอยู่ โดยมีคู่แข่งคือ "ต้าเฟย" ขาใหญ่อีกคนของแก๊ง แต่ศัตรูตัวสำคัญในภาคนี้กลับเป็นคนนอกอย่างแก๊งซานหลัว จากไต้หวัน ที่อาศัย ไก่ป่า เป็นเครื่องมือในการบุกฮ่องกง และแย่งชิงตำแหน่งในแก๊งกันเองด้วย
       
       กู๋หว่าไจ๋ ภาคสองออกฉายในเวลาเพียงปีเดียวจากความสำเร็จของภาคแรก หนังถ่ายทำอย่างรวดเร็ว เพื่อให้เข้าฉายตักตวงความสำเร็จของกระแสภาคแรกให้เร็วที่สุด ผลออกมาก็คือ ความเร่งรีบในการถ่ายทำ ที่แสดงให้เห็นในงานสร้างที่ไม่ค่อยจะเนี้ยบเหมือนภาคแรก ไม่ค่อยมีงานภาพสวย ๆ ให้เห็นกันเท่าไหร่ แต่อย่างไรหนังก็ยังห่างไกลกับคำว่า สุกเอาเผากัน อย่างน้อยทีมงานหนังฮ่องกงก็ถนัดอยู่แล้วกับการทำงานจานด่วนแบบนี้
       
       สิ่งหนึ่งที่คนเขียนบท และผู้กำกับตัดสินใจครั้งสำคัญในหนังภาคนี้ก็คือ การมอบบทเด่นให้กับตัวละคร "ไก่ป่า" ที่ใคร ๆ ก็ประทับใจในหนังภาคแรก จนแทบจะกลายเป็นพระเอกของเรื่องอีกคน
       
       ยังมีการแนะนำตัวละครใหม่ ๆ อีกจำนวนหนึ่ง แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก "ต้าเฟย" ที่ หวงซิวเซิง ขโมยซีนได้ด้วยลีลาการแสดงอันแพรวพราวกับการสวมบทบาทตัวละครนักเลง "ซกม๊ก" ที่มีเอกลักษณ์อยู่ตรงการชอบแคะขี้มูก บุคลิกก็โผงผาง, ปากไว, ใจเร็ว เหมือนจะ "กาก" แต่ก็เท่จนกลายเป็นขวัญใจของคนดูอีกคน
       
       

       
       ภาค 3: "หงซิ่ง" vs "ตงซิ่ง" (8/10)
       
       ระหว่างเดินทางไปฮอลแลนด์ เฉินห้าวหนาน กลายเป็นแพะรับบาป ถูกใส่ความจากเหตุการณ์ที่หัวหน้าของ "หงซิ่ง" ถูกลอบสังหาร จากมือดีของแก๊งคู่อริ เขาถูกตามล่าเอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี ต้องสูญเสียทุกอย่าง สูญเสียแม้กระทั่งแฟนสาวสุดที่รัก ถูกบีบคั้นทุกทาง แทบจะไร้ทางออก
       
       "กู๋หว่าไจ๋ 3 ใหญ่ครองเมือง" เป็นภาคที่มีการแนะนำแก๊งศัตรูคู่อาฆาตของ หงซิ่ง ที่มีชื่อว่า "ตงซิง" ซึ่งจะมีบทบาทในหนังชุดนี้ไปอีกยาว
       
       ตงซิ่ง เป็นกลุ่มอิทธิพล ที่มี "ลู่ปิงหยง" นักเลงหัวเก่าเป็นลูกพี่ใหญ่ แม้นักเลงรุ่นใหญ่คนนี้จะไม่ได้มีอะไรบาดหมางกับ คุณเจียง หรือ หงซิ่ง แต่สมุนคู่ใจมือซ้าย,ขวากลับไม่คิดเช่นนั้น และกำลังวางแผนลับ ๆ เพื่อนำ ตงซิง เปิดศึกชนกับ หงซิ่ง ที่จะทำให้เกิดความสูญเสียมากมาย โดยเฉพาะห้าวหนาน ที่ต้องสูญเสียคนรักไปอย่างน่าเศร้า
       
       กู๋หว่าไจ๋ 3 กลับเข้าโรงในปีเดียวกับภาค 2 นั่นเอง แต่งานสร้างและการถ่ายทำถือว่าเหนือกว่ากันอยู่ก้าวนึง แต่ที่สำคัญกว่าก็คือ หนังภาคนี้ยังเพิ่มอารมณ์อันรุนแรงเกรี้ยวกราดขึ้นไป กับเรื่องราวแห่งความสูญเสีย, ความตายของตัวละครสำคัญ และความเหี้ยมเกรียมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาอย่างเห็นได้ชัด ตัวละครนักเลงหนุ่มก็เติบโตขึ้น พบกับบททดสอบของชีวิตอันหนักหน่วงจริงจังกว่าเดิม
       
       ฉากจบการต่อสู้กลายสายฝนในงานศพของ หัวหน้าแก๊ง ตงซิ่ง ก็ดูบ้าคลั่งมาก รวมถึงฉากลอบสังหารหัวหน้าหงซิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่ให้คนดูตั้งตัว, การไล่ล่าช่วงกลางเรื่อง ในย่านที่อยู่อาศัยของฮ่องกงที่ดุเดือดเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นภาคที่ "บู๊" กันมันส์ที่สุดก็ว่าได้
       
       หลังความสำเร็จของหนัง 2 ภาคแรก ผู้กำกับ แอนดรู เลา และ แมนเฟรด หว่อง ที่รับหน้าที่เขียนบท แสดงออกถึงความทะเยอทะยานมากที่สุดในหนังภาคนี้ แม้หนังจะดำเนินไปด้วยรูปแบบเดิม ๆ เป็นความบันเทิงประเภทครบรส ผสมทั้งเรื่องหักเหลี่ยมเฉือนคม, มีบทรักโรแมนติก และการบีบคั้นอารมณ์ แต่ กู๋หว่าไจ๋ 3 ก็ได้ชื่อว่าสามารถดีเด่นได้ด้วยกรอบเดิม ๆ ถึงขั้นที่มีการยกย่องว่า หนังภาค 3 ก็คือ กู๋หว่าไจ๋ ที่เข้มข้นที่สุด, ตึงเครียดที่สุด และดีที่สุด ใน "ภาคหลัก" ของเรื่องราวนักเลงหนุ่มแห่ง "หงซิ่ง" ชุดนี้
       
       

       
       ภาค 4: "ไก่ป่า" ขอผงาด(7/10)
       
       ในปี 1997 ก็ยังมีหนังนักเลงวัยรุ่นบอยแบนด์ชุดนี้มาให้ดูกันอีกเช่นเคย Young and Dangerous 4 หรือ "กู๋หว่าไจ๋ ตอน อันธพาลกวนเมือง" เข้าโรงฉายที่ฮ่องกงในช่วงต้นปี 1997 อันเป็นปีสำคัญที่กำลังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ขึ้นกับฮ่องกง เมื่อถึงเวลาที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ต้องส่งมอบการปกครองคืนแก่ฮ่องกง
       
       เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลมาถึงหนัง กู๋หว่าไจ๋ เช่นเดียวกัน เพราะหนังเลือกที่จะเล่าถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ เฉินห้าวหนาน กับเพื่อน ๆ โดยเฉพาะเพื่อนซี้ที่ต่อสู้ดิ้นรนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กอย่าง ไก่ป่า ที่ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ ขอท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าสาขาของ หงซิ่ง เพื่อขึ้นมามีศักดิ์ศรีเทียบเท่ากับห้าวหนาน
       
       ขณะที่แก๊งของพวกเขาก็ถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงประมุขสูงสุดกันแล้ว หลัง "คุณเจียง" เสียชีวิตไปในภาคก่อน บรรดาสมาชิกระดับบนของพรรคตัดสินใจเดินทางไปไหว้วานพี่ชายของหัวหน้าเก่า, ทายาทผู้หลงเหลือของผู้ก่อตั้งแก๊ง ที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในเมืองไทยให้มารับหน้าที่ประมุขแทน
       
       แต่แล้วการตัดสินใจของ ไก่ป่า กลับทำให้เขาบาดหมางกับ ห้าวหนาน ที่ไม่อยากให้เพื่อนตกอยู่ในวังวนของอำนาจและการสูญเสียเหมือนตนเอง หงซิ่ง ยิ่งเริ่มส่อแววบาดหมางขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นช่องว่างให้ ตงซิ่ง เข้ามาแทรกซึมได้อีกครั้ง ถึงขั้นที่ทำให้เพื่อนซี้อีกคนของ ห้าวหนาน ต้องจบชีวิตลง
       
       จุดเด่นของหนังภาค 4 คงจะอยู่ตรงที่การแนะนำตัวละครใหม่ ๆ หลายตัว ดาราเจ้าบทบาท ว่านจื่อเหลียง มาเป็นหัวหน้าแก๊งหงซิ่งคนใหม่, อู๋เจิ่นหยู เป็น หมวย 13 ทอมสาวผมสั้น ขาใหญ่แห่งย่านถนน พอร์ตแลน และส่วน ว่านหยางหมิง เป็น หานปิง เจ้าพ่อถวนหมัน ที่หลังจากนี้จะกลายเป็นพันธมิตรสำคัญของ ห้าวหนาน ต่อไป
       
       

       
       ภาค 5: เศรษฐกิจตกสะเก็ด (6/10)
       
       เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกับหนังภาค 5 "กู๋หว่าไจ๋ ฟัดใหญ่เมืองตะลึง" เมื่อไม่มีบทบาทของ ไก่ป่า ในภาคนี้ แต่ในด้านเรื่องราวก็ยังคงวนเวียนอยู่กับศัตรูตัวใหม่ ๆ สถานการณ์ใหม่ ๆ ที่ความสนุกเริ่มลดลง และภาพรวมของหนังดูจะเข้าข่าย "ตัน" เสียแล้ว
       
       ในภาคนี้เรื่องราวได้ยกระดับจากสงครามอันธพาล การต่อยตีของเด็กหนุ่มวัยรุ่น มาเป็นความขัดแย้งของรุ่นใหญ่ การต่อสู้แย่งชิงอำนาจที่ดูราวกับเป็นการต่อสู้ทางการเมือง ห้าวหนาน ต้องเจอมือดีจากตงซิ่งคนใหม่ "ซือถูห้าวหนาน" คนชื่อเดียวกับเขา ที่ขอท้าทายอำนาจเหนือย่านถงหลอวาน ด้วยการจัดแข่งขันมวยเดิมพันขึ้นมา
       
       กู๋หว่าไจ๋ มักจะถูกปรามาสว่าไม่ได้ให้อะไรกับคนดู มากกว่าการฉายภาพฉาบฉวยของตัวละครนักเลงวัยรุ่นหนุ่มหล่อแต่งตัวดีมีรสนิยม, ทำผมเท่ห์ มีสาวสวย ๆ อยู่รายล้อม แต่ตลอดทั้ง 5 ภาคหนังก็แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวละครเพื่อฉายให้เห็นถึงสัจธรรมบางข้อได้อยู่เหมือนกัน
       
       จากกุ้ยข้างถนนที่เอาชนะด้วย หมัด, มีด หรือปืน ไปสู่โลกแห่งความเป็นผู้ใหญ่ที่ความขัดแย้งมีอะไรซับซ้อนมากกว่านั้น โดยเฉพาะในยุคที่เงินทองเริ่มหายาก เหล่านักเลงต้องดิ้นรน ไปสู่หนทางใหม่ พยายามลงทุนในธุรกิจ แต่สุดท้ายการต่อสู้ในสนามที่ไม่ช่ำชอง ก็ยิ่งมีแต่จะเสียเปรียบ งานนี้ ห้าวหนาน และพวกแทบจะเอาตัวไม่รอดเพราะโดนต้มซะสุก เช่นเดียวกับเพื่อนจาก หงซิ่งหลาย ๆ คนที่ต้องแย่เพราะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินขาดมือ สถานการณ์เลวร้ายกว่าตอนโดนคู่อริวิ่งถือมีดพร้าเข้าใส่เสียอีก
       
       แม้จะไม่ได้นำเสนออะไรที่ลึกซึ้งมากมาย แต่หนังก็สะท้อนความเป็นจริงบางอย่างออกมาได้ โดยเฉพาะบรรยากาศของฮ่องกงหลังกลับคืนสู่การปกครองของจีน ความไม่มั่นใจกับระบบการปกครองใหม่ แต่ถ้าจะนับความสนุก, ความลื่นไหลดูมันส์แล้ว ก็ถือว่าเป็นรองภาคอื่น ๆ
       
       อันที่จริงแล้ว หนังภาค 4 และ 5 ก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไร แต่มักจะถูกกล่าวถึงในฐานะตอนต่อที่เริ่มไม่ค่อยน่าจดจำแล้ว ส่วนหนึ่งก็อาจเพราะเนื้อหาของหนัง แม้จะมีอะไรใหม่ ๆ ให้เห็นกันอยู่บ้าง แต่ภาพรวมบรรยากาศการเล่าเรื่อง ก็ไม่ได้ใหม่พอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรได้มากนัก สุดท้ายรายได้ก็เริ่มลงลด และปีต่อ ๆ ไปก็ไม่ได้มี "กู๋หว่าไจ๋" มาให้ดูกันปีต่อปีอีกต่อไป
       
       

       
       ภาค 6: การกลับมาของ "กู๋หว่าไจ๋" (7/10)
       
       หลังได้รับความสำเร็จมากมายตั้งแต่ภาคแรกออกฉายเมื่อปี 1995 กู๋หว่าไจ๋ ต้องหยุดพักในปี 1999 ที่ไม่มีหนังชุดนี้มาให้ดูกัน แต่ยังมีภาคยิบย่อยประเภทเรื่องราวต่อยอดของตัวละครหลักอื่น ๆ จนไปถึงภาคก่อนหน้าที่พูดถึงชีวิตในช่วงวัยรุ่นของตัวละครมาให้ดูกันอีกหลายภาค
       
       จนกระทั่งในปี 2000 แอนดรูว์ เลา ได้รวบรวมนักแสดงทีมเดิม กลับมาร่วมกลุ่มกันอีกครั้ง กับหนังที่ถือว่าเป็น "ภาคหลัก" ภาคสุดท้ายที่ใช้ชื่อว่า Born To Be King หรือ กู๋หว่าไจ๋ เกิดมาเพื่อเป็นเจ้าพ่อ
       
       ไก่ป่า ถูกทางแก๊งซานหลัวแห่งไต้หวันที่เขาสังกัดอยู่ ส่งตัวให้ไปแต่งงานกับ นานาโกะ ลูกสาวของหัวหน้าแก๊งยากูซ่าใหญ่จากญี่ปุ่น และกลายเป็นกุญแจแห่งความขัดแย้งในแก๊ง ซานหลัว เมื่อเขาและลูกชายของหัวหน้าคนก่อน กลายเป็นคู่แข่งแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าคนต่อไป แม้โดยส่วนตัวแล้วไก่ป่าจะไม่ได้อยากได้ตำแหน่งที่ว่านี่เลย
       
       สุดท้ายเขากลับโดนใส่ความ ว่าแอบแผนสูงลอบสังหารผู้หลักผู้ใหญ่ของแก๊งที่ขวางการขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้า จน ห้าวหนาน ที่ตอนนี้กลายเป็นประมุขแห่ง "หงซิ่ง" แทน คุณเจียง ต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ
       
       Born To Be King ที่ถือว่าเป็นภาคสุดท้ายในชุด "กู๋หว่าไจ๋" นำความบันเทิงแบบเดิม ๆ กลับมาอีกครั้ง พร้อมงานสร้างที่ใหญ่โตขึ้น มีการไปถ่ายทำถึงประเทศญี่ปุ่น ดาราเก่า ๆ ก็กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา ที่ขาดหายไปก็มีเพียง ต้าเฟย เท่านั้น แม้แต่หนุ่ม ๆ ที่แสดงเป็นเพื่อนของห้าวหนาน ซึ่งตัวละครที่แสดงตายกันไปแล้ว ก็ยังได้มีโอกาสกลับมาใหม่กับบทใหม่ เช่นเดียวดาราดาวร้าย เจิ้งเย้าหยาง ที่เคยเป็นตัวโกงในหนังภาค 2 และ 3 ก็กลับมากับบทใหม่ เรียกว่าตายกันสามรอบเลยทีเดียวกับดาราคนนี้ในหนังชุด กู๋หว่าไจ๋
       
       ภาคสุดท้ายของ กู๋หวาไจ๋ ยังมีตัวละครน่าสนใจ เรื่องราวก็ยังผูกกับสถานการณ์ปัจจุบันเหมือนเดิม ที่คราวนี้เล่นประเด็นการเลือกตั้งผู้นำใหม่ของไต้หวัน แม้ภาพรวมก็จะไม่ได้มีอะไรพิเศษนัก แต่ก็ถือว่าเป็นการปิดฉากที่ไม่ได้เลวร้ายเกินไปนัก อย่างน้อยก็ยังดูสนุกกว่า 2 ภาคก่อนหน้านี้
       
       
.........................

       
       ด้วยการสร้างภาคต่อออกมามากมายในระยะเวลาไม่กี่ปี กู๋หว่าไจ๋ ไม่ใช่งานที่ประณีตนัก มีการใช้นักแสดงเวียนกันหลายรอบ อย่าง เจิ้งเย้าหยาง เล่นเป็นตัวโกง (ที่ไม่ได้เป็นพี่น้องฝาแฝดกันแต่อย่างใด) ในหนังถึง 3 ภาค หรือ "พี่บี" อู๋จื่อสง ที่ตัวละครของเขาตายไปตั้งแต่ภาคแรก ก็ยังได้โผล่เข้ามาแจมในหนังภาค 3 ที่คราวนี้เปลี่ยนไปเป็นตัวโกงดูบ้าง
       
       ทั้ง 6 ภาคหลักของ กู๋หว่าไจ๋ มีบางส่วนที่เป็นสูตรซ้ำซาก เนื้อหาการบีบคั้นตัวละครก็แทบจะเข้าขั้น "น้ำเน่า" อยู่รอมร่อ แต่ในเวลาเดียวกันหนังแต่ละภาคก็ยังมีจุดเด่น มีความแตกต่างให้เห็นกันอยู่ตลอด มองเป็นภาค ๆ อาจจะไม่ใช่งานที่โดดเด่นอะไรนัก แต่เมื่อพิจารณาถึง 6 ภาครวมกันแล้วก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนังชุดที่ยิ่งใหญ่ไม่เบา
       
       นอกจากความบันเทิงของหนังแต่ละภาคแล้ว การสร้างหนังออกมายาวเหยียดถึง 6 ภาคและยังยังภาคย่อยอีกนับไม่ถ้วน ก็ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมให้กับคนดูได้ไม่น้อย อย่างน้อยการติดตามชีวิตของตัวละครก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่งสำหรับการตามดูหนังชุดนี้ เหมือนเราเป็นหนึ่งใน "หงซิง" และเติบโตไปพร้อม ๆ กับ "ห้าวหนาน"
       
       

       
       "กู๋หว่าไจ๋" Boxset 5DVD The Complete SAGA
       
       เข้าใจว่า "กู๋หว่าไจ๋" ยังไม่เคยมีการผลิตแผ่น DVD (หรือ Blu-ray) ในฉบับ Remaster ออกมาแต่อย่างใด แผ่นที่มีอยู่ในตลาดไม่ว่าจะฮ่องกง หรือที่ไทยเรา ก็คือภาพแบบเดียวกันที่ออกมาตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว บางภาคก็ซับฝังมากับตัวหนัง ภาพก็ไม่ได้เป็น Anamorphic Widescreen อย่างที่เป็นมาตรฐานในยุคนี้แต่อย่างใด ส่วนระบบเสียงก็ไม่มีอะไรให้คาดหวังแน่นอน
       
       ซึ่งถ้าสนใจหาหนังชุดนี้มาดู ก็สามารถมองไปที่ Boxset 5DVD ที่เพิ่งออกจำหน่ายมาเร็ว ๆ นี้ได้ อย่างไรก็ตามแม้จะมีราคาไม่สูงนัก แต่ Boxset ตัวนี้ก็มีจุดตำหนิ เป็นรอยด่างอยู่เยอะพอสมควร
       
       ประการแรกแม้จะเป็น Box ที่มี 5 แผ่น 5 เรื่อง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นหนัง 5 ภาคหลักแต่อย่างใด เพราะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ผู้ผลิตเลือกที่จะใส่ภาค Young and Dangerous : The Prequel เข้ามาแทนหนังภาค 5 ถึงภาค The Prequel จะมีคุณภาพโดดเด่นน่าสนใจ แต่ก็ไม่ได้เข้าพวกกับหนังอีก 4 ภาคที่เหลือ ถ้าอยากดูหนังภาค 5 ก็คงต้องไปซื้อแผ่นแยกที่ออกก่อนหน้านี้ไปดูแทน
       
       ยังมีปัญหายิบย่อยหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับ DVD ชุดนี้ ทั้งการสกรีนแผ่นผิดสลับภาค, เสียงพากย์ไม่ได้เป็นของทีมพันธมิตรทุกแผ่น, เสียงจีนบางภาคเป็นจีนกลางส่วนบางภาคเป็นกวางตุ้ง นอกจากนั้นชื่อตัวละครก็ยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ที่เห็นได้ชัด ๆ ก็คือ ไก่ป่า, ซานจี, ซาจี๋ เรียกไม่เหมือนกันซักภาค
       
       แน่นอนว่าคุณภาพของ "ภาพและเสียง" คงไม่สามารถตั้งความหวังอะไรได้อยู่แล้ว แต่ Boxset ก็ยังเข้าข่ายน่าผิดหวัง แต่เพราะราคาไม่สูงเท่าไหร่ ก็ถือว่าพอรับได้ ถ้าอยากหาหนังมาดูก็คงเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ
       
       
เกาะติดข่าวบันเทิงและร่วมวงเมาท์ดารากับ ""ซ้อ 7"ก่อนใคร ผ่าน SMS โทรศัพท์มือถือทุกเครือข่าย
       ระบบ dtac - เข้าเมนู write Message พิมพ์ R แล้วส่งไปที่หมายเลข 1951540
       ระบบ AIS - กด *468200311 แล้วโทร.ออก
       ระบบ True Move และ Hutch - เข้าเมนู write Message พิมพ์ ENT แล้วส่งไปที่หมายเลข 4682000
       *ค่าบริการเพียง 29 บาท ต่อเดือน ทดลองใช้ฟรี 15 วัน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิก

       
       


ข่าวล่าสุด ในหมวด
รำถึงถึง "ตัวประกอบ" ผู้จากไป
"หน้ากากเสือ" ที่เป็นได้แค่ “หน้ากากเหมียว”
กลั้นหายใจเอาไว้ให้ดี “ผีกัด” คืนชีพแล้ว
Saving General Yang หยางบอยแบนด์
อำลาปรมาจารย์ "หลิวเจียเหลียง" กับหนังกังฟูต่อต้านความรุนแรง
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 10 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 9 คน
90 %
ไม่เห็นด้วย 1 คน
10 %
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2014