หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม | ข่าว
 

DSI สั่งสืบความจริง “พระปราโมทย์” โอนเงินให้แม่ชีอดีตภรรยา

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม
16 กันยายน 2553 17:00 น.
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
DSI สั่งสืบความจริง “พระปราโมทย์” โอนเงินให้แม่ชีอดีตภรรยา
พระปราโมทย์ ปาโมชโช (สันตยากร) เจ้าสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

รองอธิบดีดีเอสไอ สั่งให้ดีเอสไอประจำชลบุรี เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ “พระปราโมทย์ ปาโมชโช” เจ้าสำนักสงฆ์สันติธรรม ผ่องถ่ายเงินบริจาคซื้อที่ดิน 100 ล้าน ให้แม่ชีอดีตภรรยาสำนักเดียวกัน ยันพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
       
       วันนี้ (16 ก.ย.) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการตรวจสอบมีผู้ร้องเรียนและยื่นเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบพฤติการณ์ พระปราโมทย์ ปาโมชโช (สันตยากร) เจ้าสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยตั้งข้อสงสัยในเรื่องทรัพย์สิน และเงินบริจาคซื้อที่ดิน 100 ล้าน ที่ยักย้ายถ่ายเท ให้ นางอรนุช สันตยากร อดีตภรรยา ที่โกนหัวเป็นแม่ชี อยู่ในสำนักเดียวกัน ว่า ได้สั่งการให้ดีเอสไอส่วนภูมิภาคประจำการอยู่ใน จังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเทิดศักดิ์ เตชะกิตขจร อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนพุทธศาสนิกชนในขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าที่ชัดเจน จึงไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะเกรงจะกระทบต่อความเชื่อถือของพุทธศาสนิกชน
       
       พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอยังไม่เคยเข้าไปสืบสวนกรณีความไม่โปร่งใสเกี่ยวกับการรับบริจาคของสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม รวมทั้งไม่มีข้อมูลระบุถึงความขัดแย้งหรือขัดผลประโยชน์ภายในของกลุ่มลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดกับพระปราโมทย์ แต่ยืนยันว่า ดีเอสไอจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้ยังต้องรอการสืบสวนหาความจริง
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าพบ นายอภิชาต ฉุนพ่วง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาศรีราชา เพื่อตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าว เช่น โฉนดที่ดิน น.ส.3ก.ของสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม เนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน โดยเอกสารสิทธิยังเป็นชื่อของ นางสาวฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียนหนังสือเรื่องเข็มทิศชีวิต และร่วมก่อตั้งสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม ซึ่งมีคดีฟ้องร้องเรื่องขอเงินบริจาคคืนกับพระปราโมทย์อยู่
       
       นอกจากนี้ ยังมีที่ดินโฉนด น.ส.3 ก.อีก 2 แปลง ติดกับสำนักสงฆ์สวนสันติธรรมแห่งนี้ ก็มีชื่อ น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง เป็นผู้ครอบครองอีกด้วย แปลงแรกเนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน ส่วนอีกแปลงเนื้อที่ 10 ไร่ 3 งาน โดยทั้ง 3 แปลง ซื้อมาจากบริษัท บริหารสินทรัพย์ ขณะที่อีก 2 แปลง ซึ่งอยู่ติดกันเป็นของนายอภิชาติ อัศว-เรืองชัย กับ นางสุวรรณี เต็งอำนวย จำนวนเนื้อที่ 60 ไร่ และบริษัท ศิริภิญโญ จำกัด อีก 31 ไร่ 2 งาน

ข่าวล่าสุด ในหมวด
เผยโฉม! 5 ผู้ต้องหาแอบอ้างเบื้องสูง ตร.นำตัว 3 "อัครพงศ์ปรีชา"สอบที่ บช.น.
ดีเอสไอสั่งเช็กโพย 3 จนท.ใต้เอี่ยวรับส่วยเสี่ยโจ้ โยงก๊วน “พงศ์พัฒน์”
เยอะจัด! สมบัติยังนับไม่เสร็จ “พงศ์พัฒน์” อาจเจอแจ้งข้อหาเพิ่มอีก เรียก “ตำรวจส่งส่วย” ง้างปากเป็นพยาน
คุมตัว 5 เครือข่าย “พงศ์พัฒน์” ขังค่ายทหาร ขยายผลต่อเนื่อง
จับชาวเขารับจ้างขนยาบ้า-ไอซ์ มูลค่า 250 ล้าน อ้างนำเงินไปลงทุนปลูกผัก
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 16 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 10 คน
63 %
ไม่เห็นด้วย 6 คน
37 %
 
ความคิดเห็นที่ 24 +42 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ท่านเป็นพระดีที่น่ากราบครับ สมัยผมเป็นพระผมเคยไปปรึกษาข้อปฎิบัติกับท่านที่เมืองกาญจน์

ตอนนั้นผมพรรษามากกว่า เจอกันครั้งแรก ท่านให้ผม
นั่งเก้าอี้ แล้วท่านจะกราบผมที่พื้น ผมรีบบอกไม่ต้อง
ครับๆๆๆๆ ท่านไม่ยอมท่าเดียว สุดท้ายผมเลยต้องยอมให้ท่านกราบ

ผมทำตัวไม่ถูกเลย ท่านอายุเยอะแล้ว ปฎิบัติธรรมมาเป็นสิบปี ผมแค่ 20 ปลายๆ ความรู้ด้านการปฎิบัติก็น้อยมาก แต่ท่านไม่เคยถือตัว คุยกับผม ท่านนอบน้อมถ่อมตัวตลอดเวลา

ผมติดปัญหาอะไรในใจ ฟังคำแนะนำของท่านแล้ว สามารถแก้ไขได้หมด ปฎิบัติตรงไหนผิดทาง ท่านก็แนะนำให้ทุกอย่าง

เป็นพระผู้ใหญ่ที่น่ารักมาก ทุกวันนี้แม้ผมลาสิกขาแล้ว ก็ยังทำบุญกับท่าน ฟังธรรมมะข้อปฎิบัติของท่านไม่เคยขาด
องค์อื่นเป็นไงผมไม่รู้ องค์นี้ผมยอมครับ….
ทำกับพระดี ระวังผลกรรมสะท้อนกลับแรงนะครับ
คุณรู้อยู่แก่ใจ ว่าเจตนาคุณดี หรือแฝงเจตนาร้าย
ระวังจะไม่มีที่ยืนในสังคมนะครับ
อย่าเป็นเลยครับศิษย์คิดล้างครู ไม่เจริญหรอก…..
copy version
ความคิดเห็นที่ 25 +28 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ DSI ช่วยตรวจสอบเงินที่มาที่ไปของ น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง ด้วยว่าที่มีบ้านหลังใหญ่โต ที่ดินเยอะเหล่านี้ ได้มาอย่างสุจริตหรือไม่ สามารถแสดงหลักฐานได้หรือไม่
ประชาชน
ความคิดเห็นที่ 16 +22 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
100 ล้าน จิ๊บๆ
ไปตรวจธรรมโกยบ้างซิครับ กี่พันล้านนะ
เบื่อนะจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 10 +16 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศรัทธาหลวงพ่อไม่เสื่อมคลาย
ศาสนิกชน
ความคิดเห็นที่ 22 +14 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สูงสุดแห่งกฎ สำหรับ พุทธศาสนาแล้ว คือ กฎแห่งกรรม ครับ กฎหมาย หรือ กฎอะไรก็ตาม เป็นการชี้ถูกผิด ตาม
สังคมที่มีมนุษย์หลากหลายกำหนดขึ้น เราก็เห็นมาแล้วมากมาย ที่กฎหมายนั่นเองทำลายมนุษย์ดี ๆ อย่างเลวร้าย

ดังนั้นไม่ว่า กฎหมาย จะเป็นอย่างไร แต่กฎแห่งธรรมชาติ ก็ดำเนินอย่างเที่ยงตรง กฎแห่งกรรมนั้น ฎีกา อยู่ที่ "เจตนา" ครับ เงินมันจะผ่านชื่อใครอะไรอย่างไรก็ช่าง แต่สุดท้ายแล้ว นำมาใช้ส่วนตัวไหม ทำให้ศาสนาหรือทำให้ส่วนตัว สืบลงไปให้ถึง ที่ "การใช้จ่ายส่วนตัว" ครับ ว่าใครหรือฝ่ายใดดึงเงินบริจาคไปใช้นอกกิจการวัด นี่คือของจริง และกฎแห่งกรรมจะให้ผลอย่างเที่ยงตรงที่สุด ไม่ใช่อ้างเงินไปอยู่ชื่อนั้นชื่อนี้ ดังนั้นผิด
ถึงมันจะชนะเชิงกฎหมาย แต่กฎแห่งกรรมย่อมดำเนินตามเจตนา อยู่นั่นเอง

ใครที่ศึกษาตามแนวท่านติดตามข่าวหรืองาน จะรู้ว่า หลวงพ่อท่านไม่ชอบการเรี่ยไรที่สุด และสิ่งของบริจาคทั้งหลาย ท่านส่งไปให้วัดป่าทางอีสานจนหมด ท่านใช้แต่ที่จำเป็น คนที่ว่าท่านโกงเงินไม่รู้ว่าจิตใจมันทำด้วยอะไร
...
 
ความคิดเห็นที่ 30 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนที่จันทิมาออกมาแฉยันตระ พวกสาวกก็ออกมาด่าจันทิมาจนแทบไม่มีแผ่นดินจะอยู่

สาวกทั้งหลาย จงอย่ายึดมั่นถือมั่น เปิดใจให้กว้างและรอดูหลักฐานก่อนที่จะโวยวาย ไม่งั้นจะถือว่าไม่มีปัญญา พิจารณาความจริงไม่เป็น
007
ความคิดเห็นที่ 28 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=porpayia&month=18-03-2010&group=10&gblog=84
ลองอ่านดูเถิด แล้วใช้วิจารณญาณของท่านตรองดู
ความคิดเห็นที่ 27 +10 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระอาจารย์ไพศาล เขียนถึง ลพ.ปราโมทย์ ในมติชน เรื่อง เหตุเกิดในวงการกรรมฐาน

มติชน ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
เหตุเกิดในวงการกรรมฐาน

พระไพศาล วิสาโล

ในอดีตนั้นถือกันว่าสมาธิภาวนาหรือการทำกรรมฐาน
เป็นเรื่องของสงฆ์ ส่วนฆราวาสนั้นปฏิบัติธรรมด้วยการให้ทาน
และรักษาศีลก็พอแล้ว แม้จนทุกวันนี้เราก็ยังเห็นฆราวาสเข้า
วัดเพื่อ “ทำบุญ” เป็นส่วนใหญ่ แต่แบบแผนดังกล่าวดูเหมือน
จะจำกัดเฉพาะชาวพุทธไทย เอกลักษณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ชัด
เมื่อไปเยือนวัดในยุโรปหรืออเมริกาที่มีชาวพุทธหลายเชื้อชาติ
ให้ความศรัทธานับถือ ในขณะที่ชาวพุทธไทยนิยมมาถวาย
อาหารแก่พระสงฆ์(แล้วก็ลากลับ) ชาวพุทธชาติอื่นโดยเฉพาะ
ชาติตะวันตกกลับสนใจฟังธรรมะและทำสมาธิกันอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ฆราวาสที่สนใจทำ
กรรมฐานมีจำนวนมากขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็น
ปรากฏการณ์ที่โดดเด่นในแวดวงชาวพุทธไทย ตามสำนักต่าง ๆ
มีฆราวาสมาทำสมาธิภาวนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจัดอบรม
กรรมฐานกันเอง บ่อยครั้งก็มีฆราวาสเป็นอาจารย์กรรมฐาน
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับความสนใจใฝ่ศึกษาธรรม
ทั้งจากการอ่านและการฟังอย่างแพร่หลาย จนหนังสือธรรมะกลาย
เป็นหนังสือขายดี ขณะที่หน่วยงานหลายแห่งทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ
ก็มีการบรรยายธรรมอย่างสม่ำเสมอ

ความเครียด ความรุ่มร้อนในจิตใจและความรู้สึกว่างเปล่า
ในชีวิตทั้ง ๆ ที่เต็มไปด้วยวัตถุสิ่งเสพและความสะดวกสบาย
เป็นสาเหตุสำคัญที่ผลักดันให้ผู้คนหันมาหาความสงบจากพุทธศาสนา
แต่ผู้คนยากจะค้นพบคำตอบจากพุทธศาสนาได้หากไม่มีผู้บอกทาง
ที่สามารถสื่อสารกับฆราวาสได้อย่างถึงแก่น ครั้นค้นพบแล้วจะลงมือ
ปฏิบัติหรือไม่ ก็ยังขึ้นอยู่กับผู้บอกทางว่าได้นำเสนอการปฏิบัติที่สมเหตุ
สมผล น่าเชื่อถือ ทำได้จริงหรือไม่ แต่เท่านั้นยังไม่พอ ที่ขาดไม่ได้
สำหรับคนสมัยใหม่ก็คือ จักต้องเป็นการปฏิบัติที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน
ยิ่งเป็นวิธีการที่ลัดสั้น ตรงถึงเป้าหมาย ก็ยิ่งได้รับความนิยม
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโช
เป็นผู้ที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดในการชักนำให้ฆราวาสโดยเฉพาะคนชั้นกลาง
หันมาทำกรรมฐานกันอย่างจริงจังและอย่างแพร่หลายชนิดที่ไม่เคยปรากฏ
มาก่อน ที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือคนเหล่านี้มีเป็นจำนวนมากที่ไม่เคยเห็นตัวท่าน
หรือได้รับการชี้แนะจากท่านโดยตรง หรือแม้แต่ฟังคำบรรยายจากปาก
ของท่าน หลายคนอยู่ไกลถึงต่างประเทศด้วยซ้ำ แต่ได้ปฏิบัติตามคำ
ชี้แนะของท่านอย่างต่อเนื่อง เท่าที่ทราบมีเป็นจำนวนมากที่ได้รับ
ผลดีจากการปฏิบัติ

ความสำเร็จดังกล่าว (หากจะใช้คำนี้) ส่วนหนึ่งเป็นผลจาก
การใช้สื่ออย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะซีดี ซึ่งสะดวกแก่การเผย
แพร่ในหลายช่องทางรวมทั้งทางอินเทอร์เน็ต ทำให้เข้าถึง
คนชั้นกลางจำนวนมาก แม้หนังสือของท่านจะพิมพ์เผยแพร่มิใช่น้อย
แต่เชื่อว่าผู้คนรู้จักพระอาจารย์ปราโมทย์ผ่านซีดีมากกว่าหนังสือ
และที่ศรัทธาปฏิบัติตามแนวทางของท่านก็เพราะซีดีมากกว่า
หนังสือเช่นกัน

อย่างไรก็ตามเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นน่าจะได้แก่
แนวทางการปฏิบัติของท่าน ที่เน้นการดูจิต หรือตามรู้สภาวะ
และอาการต่าง ๆ ของจิต ด้วยใจที่เป็นกลาง ไม่กดข่มอารมณ์ที่
ไม่พึงปรารถนา และไม่แทรกแซง หรือควบคุมบังคับจิตเพื่อให้เกิด
ความสงบ ซึ่งรวมถึงการไม่ “กำหนด” หรือ เพ่งที่รูปหรือนามใดๆ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ “รู้” โดยไม่ต้อง “ทำ”อะไรทั้งสิ้น

วิธีการดังกล่าว (ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าจิตตานุปัสสนาตาม
หลักสติปัฏฐานสี่) เหมาะกับคนชั้นกลางซึ่งมีนิสัยคิดฟุ้งปรุงแต่ง
มากจนยากที่จะทำใจให้สงบดิ่งลึก อีกทั้งยังสามารถปฏิบัติได้ใน
ชีวิตประจำวันโดยไม่เลือกสถานที่และบรรยากาศ ทำให้กรรมฐาน
กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้โดยไม่ต้องหลีกเร้นไปอยู่ป่าหรือเข้า
คอร์สปฏิบัติธรรม ด้วยเหตุนี้หลายคนที่นำวิธีการดังกล่าวไปปฏิบัติ
จึงเห็นผลได้เร็ว คือมีสติรู้ตัวมากขึ้น จิตใจปลอดโปร่งกว่าเดิม
เห็นกายและใจชัดขึ้น การบอกกล่าวจากปากต่อปาก โดยมีซีดีคำ
บรรยายของท่านเป็นสื่อการสอน ทำให้ผู้คนหันมาปฏิบัติตามแนว
ทางของท่านมากขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้ที่เคยปฏิบัติแนวอื่นแต่ไม่
ก้าวหน้าเพราะใช้วิธีเพ่งหรือบังคับจิตจนเครียด

จุดเด่นอีกประการหนึ่ง ก็คือ การสอนของท่าน ซึ่งนำเสนอ
แนวทางดังกล่าวในฐานะที่เป็นวิถีสู่ความพ้นทุกข์ จากการดูจิต
สู่การเห็นรูปและนามด้วยสติ ตามมาด้วยการเห็นรูปและ
นามด้วยปัญญา คือเห็นไตรลักษณ์จนละวางความยึดติดถือมั่น
ว่ารูปและนามเป็นตัวตน คำสอนของท่านพูดถึงการบรรลุธรรม
การหลุดพ้น และมรรคผลนิพพานบ่อยครั้ง มิใช่ในฐานที่เป็นสิ่ง
เหลือวิสัยของมนุษย์ หากเป็นอุดมคติที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
และควรทำให้ได้ในชีวิตนี้ คำสอนดังกล่าวได้ทำให้ผู้คนจำนวน
มากซึ่งเคยไกลวัดหันมาสนใจพระนิพพาน กล่าวได้ว่าไม่มีใคร
ที่สามารถจุดประกายให้ฆราวาสยุคนี้ปรารถนาและบำเพ็ญเพียร
เพื่อพระนิพพานได้มากเท่ากับพระอาจารย์ปราโมทย์

ทั้งแนวทางปฏิบัติและเนื้อหาคำสอนของท่านตามที่กล่าว
มาข้างต้น สามารถหาอ่านได้ไม่ยากจากหนังสือของท่าน
แต่สิ่งที่ไม่ปรากฏในหนังสือ ก็คือวิธีการสอนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ
ตัว ซึ่งจะประจักษ์ได้ก็จากการไปฟังการบรรยายของท่านตาม
สถานที่ต่าง ๆ เท่านั้น นั่นก็คือ การบรรยายด้วยถ้อยคำที่เข้าใจ
ง่าย เป็นกันเอง และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การ “ทักจิต”ผู้ที่มา
“ส่งการบ้าน” ว่า หลงไปแล้ว หรือกำลังเพ่ง หรือ “ตื่น”แล้ว
เชื่อว่าวิธีนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้คนมาฟังคำบรรยายของท่าน
อย่างเนืองแน่นทุกครั้ง เพราะต้องการสอบถามให้แน่ใจว่าตน
ปฏิบัติถูกต้องตามคำสอนของท่านหรือไม่ สำหรับผู้ฟังคนอื่น ๆ
การทักจิตของท่านยังช่วยให้เข้าใจการปฏิบัติตามคำสอน
ของท่านดีขึ้น เนื้อหาและบรรยากาศส่วนนี้ถูกถ่ายทอดลงซีดี
ซึ่งทำให้เป็นที่นิยมในวงกว้างกว่าหนังสือ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการทักจิตของท่านย่อมทำให้
ศิษยานุศิษย์ (รวมทั้งลูกศิษย์ทางซีดี)เห็นท่านอยู่ในสถานะ
พิเศษเหนือคนธรรมดา ดังนั้นจึงเกิดศรัทธาปสาทะในตัวท่านมากขึ้น
หากนี้เป็นจุดแข็ง มันก็เป็นจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน เพราะเป็นเหตุให้
ท่านถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่อยมาโดยเฉพาะจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ
แนวทางปฏิบัติของท่าน จนถึงจุดหนึ่งก็ขยายตัวเป็นการต่อต้านท่าน
อย่างชัดเจน ที่น่าประหลาดใจคือแกนนำหลายคนเคยเป็นลูกศิษย์หรือ
ผู้สนับสนุนคำสอนของท่านอย่างแข็งขันมาก่อน

เหตุผลข้อหนึ่งที่ผู้ต่อต้านใช้ในการโจมตีท่านก็คือ การอวดอุตริ
มนุสสธรรม คือธรรมล้ำมนุษย์หรือคุณวิเศษที่เหนือปุถุชน ซึ่งโดยทั่วไป
หมายถึงการอวดอ้างว่าเป็นอริยบุคคล การกระทำดังกล่าวถือว่า
เป็นความผิดตามพระวินัย หากอวดคุณวิเศษดังกล่าวทั้ง ๆ ที่ตนเอง
ไม่มี ผู้อวดนั้นย่อมขาดจากความเป็นพระ กรณีพระอาจารย์
ปราโมทย์นั้น แม้ท่านจะแสดงให้เห็นว่ามีการทักจิตอยู่บ่อยครั้ง
แต่ก็ยากที่จะชี้ชัดว่าเป็นการอวดอุตริมนุสสธรรมตามที่ระบุใน
พระวินัย (แม้จะตีความเช่นนั้นแต่ถ้าท่านมีคุณสมบัติดังกล่าวจริง
ก็เป็นอาบัติเล็กน้อย) จะว่าไปแล้ววิธีการดังกล่าว ครูบาอาจารย์
หลายท่านทั้งอดีตและปัจจุบันก็ทำเป็นอาจิณ ส่วนที่กล่าวว่าท่าน
อวดอ้างเป็นอริยบุคคลนั้น ก็เป็นเรื่องของการตีความจากคำบรรยาย
เมื่อท่านพูดถึงสภาวะหรือสิ่งที่พบเห็นจากการปฏิบัติ ที่ผ่านมายัง
ไม่มีการอ้างคำพูดใด ๆ ของท่านที่เป็นหลักฐานสนับสนุนข้อ
กล่าวหาดังกล่าวอย่างชัดเจน

หากไม่นับสาเหตุส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวน
ไม่มากนักแล้ว มูลเหตุที่แท้จริงของความขัดแย้งที่ขยายวงน่า
จะเป็นเพราะแนวทางการปฏิบัติและวิธีการสอนของท่านนั้นขัดกับ
แบบแผนที่ปฏิบัติกันมาแต่ดั้งเดิม อาทิ การดูจิตโดยไม่เน้น
ที่รูปแบบ การทักจิตผู้ปฏิบัติในที่สาธารณะท่ามกลางผู้คนนับร้อย
(แทนที่จะทำในที่รโหฐาน) การสอนกรรมฐานโดยไม่เน้นพิธีรีตอง
(ไม่มีพิธีขอกรรมฐาน และใครจะแต่งตัวมาฟังธรรมที่สำนักของท่าน
อย่างไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแต่งขาว และไม่มีการสวดมนต์รับศีล )
ซึ่งแม้ถูกจริตคนหนุ่มสาวแต่ไม่เป็นที่นิยมของคนแก่วัด
ยิ่งกว่านั้นการที่ท่านวิจารณ์การปฏิบัติที่เน้นการเพ่ง กำหนด
หรือควบคุมบังคับจิต อันเป็นที่นิยมในหลายสำนัก ย่อมทำให้เกิด
ปฏิกิริยาต่อต้านท่าน แต่ปฏิกิริยาดังกล่าวจะไม่มากหาก
ลูกศิษย์ยังคงปฏิบัติในสำนักดังกล่าว แทนที่จะแห่กันไปปฏิบัติ
ตามแนวทางของท่าน หรือกลับมาตั้งคำถามกับการปฏิบัติของ
สำนักเดิม

แม้แกนนำในการต่อต้านจะเป็นฆราวาส แต่เชื่อว่ามี
พระจำนวนไม่น้อยสนับสนุนหรือขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง เพื่อ
ความเป็นธรรม ควรกล่าวด้วยว่าหลายท่านทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ
บางท่านเป็นครูบาอาจารย์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แต่ส่วนใหญ่
รับไม่ได้กับแนวทางการปฏิบัติและวิธีการสอนของพระอาจารย์
ปราโมทย์ ซึ่งหลายท่านมองว่าเป็นพระที่ยังมีพรรษาน้อย
และปฏิบัติสวนทางกับธรรมเนียมหลายประการพระป่าโดยเฉพาะ
สายหลวงปู่มั่น ข้อกล่าวหาอีกประการหนึ่งซึ่งร้ายแรงมาก
ในสายตาของพระป่าก็คือ การดัดแปลงคำสอนของครูบาอาจารย์
ซึ่งในที่นี้หมายถึงหลวงปู่ดูลย์ อตุโล

พระอาจารย์ปราโมทย์เป็นผู้ที่ได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก
คำสอนของหลวงปู่ดูลย์ และนำคำสอนของท่านมาเผยแพร่
โดยอธิบายให้เข้าใจได้อย่างเป็นระบบ ทำให้หลวงปู่ดูลย์เป็น
ที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่คนรุ่นใหม่ อย่างไรก็ตาม
อรรถาธิบายของท่านนั้นไม่ตรงกับที่ลูกศิษย์หลวงปู่ดูลย์หลาย
ท่านเข้าใจ หลายท่านเชื่อมั่นว่าท่านเข้าใจหลวงปู่ดูลย์ได้ถูก
ต้องกว่า จึงไม่พอใจพระอาจารย์ปราโมทย์ที่ “สอนผิดครู”
จนบางท่านถึงกับกล่าวหาพระอาจารย์ปราโมทย์ว่าเป็นศิษย์
คิดล้างครู สำหรับท่านเหล่านี้คำสอนของหลวงปู่ดูลย์เป็นสิ่งที่
ต้องรักษาไว้ในรูปแบบเดิมหรือถ่ายทอดตามตัวอักษรอย่าง
เคร่งครัด

มองในแง่หนึ่ง ความขัดแย้งกรณีพระอาจารย์ปราโมทย์
เป็นความขัดแย้งระหว่างระหว่าง “ใหม่” กับ “เก่า” (ไม่ต่างจาก
ความขัดแย้งระหว่างพระอาจารย์พรหมวังโสกับสำนักหนอง
ป่าพงกรณีบวชภิกษุณี) จะพูดว่า โดยพื้นฐานแล้วนี้คือความขัด
แย้งระหว่างแนว “ปฏิรูป”กับ แนว “อนุรักษ์นิยม” ก็ย่อมได้
ซึ่งเป็นธรรมดาในทุกวงการและเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย
เมื่อ ๖๐ ปีก่อนท่านอาจารย์พุทธทาสก็เคยถูกโจมตีว่าเป็น
คอมมิวนิสต์เพราะการสอนที่แปลกใหม่ของท่าน ที่กระตุก
ความรู้สึกของผู้ฟัง (เช่น กล่าวว่าพระรัตนตรัยหากนับถือ
ไม่ถูกต้องก็เป็นภูเขาขวางกั้นทางสู่พระนิพพาน) แต่
ความขัดแย้งเป็นแค่ความแตกต่าง ที่ไม่ควรนำไปสู่
ความแตกแยก หรือการเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ที่สำคัญก็
คือไม่ควรให้ความโกรธเกลียดหรือกลัวเป็นตัวผลักดัน
การกระทำ

เมื่อมีความแตกต่างทางความคิดหรือการปฏิบัติ
ควรโต้กันด้วยเหตุผล แทนที่จะใช้วิธีโจมตี ใส่ร้าย หรือข่มขู่
คุกคาม แม้จะทำด้วยความปรารถนาดีคือเพื่อปกป้องธรรมะ
แต่หากใช้วิธีอธรรมแล้ว ผลร้ายย่อมตกอยู่กับธรรมะ
อย่างไม่ต้องสงสัย
กร
ความคิดเห็นที่ 26 -1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกที่มาบอกว่าเป็นพระดี น่ากราบ ยังงั้นยังงี้มาบอกทำไม ใครถาม ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมายพอ ว่าไงก้อเป็นงั้น ไม่อยากใคร ลูกศิษย์ไหนมาแก้ต่าง อ้างให้ทั้งสิ้น เพราะตอนยันตระ พุทโธ นิกร ฯลฯ ก้อบอกแบบนี้นี่แหล่ะ ดีทั้งนั้น น่ากราบทั้งนั้น ป.ล.ไม่ได้รุนแรงนะ แต่แบบว่ารำคาญที่มาชี้แนะ ยัดเยียด
กล้าๆและตรงชัดหน่อย (อย่าให้ฟ้อง)
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เท่าที่อ่านมา และมองอย่างเป็นธรรมและเป็นกลาง ไม่เห็นว่าทีตรงไหนที่ผู้แสดงความคิดเห็นเหล่านั้น ยัดเยียดให้คุณเชื่อตามที่เค้าบอก พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่แสดงความคิดเห็นอย่างเสรีไม่ใช่เหรอคะ อยากให้คุณทำใจให้ร่มๆดีกว่า เรื่องกระบวนการสอบสวนทางกฎหมาย ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที ส่วนผู้เกี่ยวข้องที่เคารพศรัทธาในตัวท่านก้อไม่แปลกอะไรและเป็นสิทของเค้านี่คะ ที่เมื่อมีข้อมูลจะออกมาแก้ต่าง จะออกมาชี้แจงแทน
chanya
 
ความคิดเห็นที่ 25 +28 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากให้ DSI ช่วยตรวจสอบเงินที่มาที่ไปของ น.ส.ฐิตินาถ ณ พัทลุง ด้วยว่าที่มีบ้านหลังใหญ่โต ที่ดินเยอะเหล่านี้ ได้มาอย่างสุจริตหรือไม่ สามารถแสดงหลักฐานได้หรือไม่
ประชาชน
ความคิดเห็นที่ 24 +41 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ท่านเป็นพระดีที่น่ากราบครับ สมัยผมเป็นพระผมเคยไปปรึกษาข้อปฎิบัติกับท่านที่เมืองกาญจน์

ตอนนั้นผมพรรษามากกว่า เจอกันครั้งแรก ท่านให้ผม
นั่งเก้าอี้ แล้วท่านจะกราบผมที่พื้น ผมรีบบอกไม่ต้อง
ครับๆๆๆๆ ท่านไม่ยอมท่าเดียว สุดท้ายผมเลยต้องยอมให้ท่านกราบ

ผมทำตัวไม่ถูกเลย ท่านอายุเยอะแล้ว ปฎิบัติธรรมมาเป็นสิบปี ผมแค่ 20 ปลายๆ ความรู้ด้านการปฎิบัติก็น้อยมาก แต่ท่านไม่เคยถือตัว คุยกับผม ท่านนอบน้อมถ่อมตัวตลอดเวลา

ผมติดปัญหาอะไรในใจ ฟังคำแนะนำของท่านแล้ว สามารถแก้ไขได้หมด ปฎิบัติตรงไหนผิดทาง ท่านก็แนะนำให้ทุกอย่าง

เป็นพระผู้ใหญ่ที่น่ารักมาก ทุกวันนี้แม้ผมลาสิกขาแล้ว ก็ยังทำบุญกับท่าน ฟังธรรมมะข้อปฎิบัติของท่านไม่เคยขาด
องค์อื่นเป็นไงผมไม่รู้ องค์นี้ผมยอมครับ….
ทำกับพระดี ระวังผลกรรมสะท้อนกลับแรงนะครับ
คุณรู้อยู่แก่ใจ ว่าเจตนาคุณดี หรือแฝงเจตนาร้าย
ระวังจะไม่มีที่ยืนในสังคมนะครับ
อย่าเป็นเลยครับศิษย์คิดล้างครู ไม่เจริญหรอก…..
copy version
ความคิดเห็นที่ 23 -1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เจริญพรโยม...วันนี้ยังอยู่.... เวลาเราทำงานอะไรสักอย่างนะ มันอดมีอุปสรรคไม่ได้แต่เดิมลพ.นึกว่ามันแค่เวลาเราขยายงานไปแล้วมันไปขวางทางเขา คิดแค่นี้นะ เราก็ลดๆลงมาไม่อยากไปยุ่งกับใคร ...พิลึกกว่านั้นเยอะเลย ตอนนี้มันชัดแล้ว วางแผนกันเป็นปีๆอาศัยคนที่พวกเราเชื่อถือเข้าไปค่อยๆให้ข้อมูลทุกวันนะ มันลึกกว่านั้นอีก เป็นเรื่องแปลกนะ ในศตวรรษนี้ ในวันนี้ ไอ้วิทยาการประหลาดๆพวกนี้ยังมีอยู่อีก เรื่องสะกดจิตเรื่องอะไรพวกนี้เนี่ย น่ากลัวมากเลย ตอนนี้สิ่งที่จะช่วยพวกเราได้นะคือพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณนะ ใคร ที่เค้าให้อะไรเรามานะ เอามาใส่ เอามากินอะไรพวกนี้ ที่ต้องมีข้อตกลงเป็นพิเศษให้ระวังนิดนึง วิชาคุณไสยอะไรพวกนี้มี เมื่อก่อนครูบาอาจารย์ท่านก็โดนเป็นแถบๆนะ หลวงพ่อก็โดน ใส่น้ำมาให้เรากิน พอจับขึ้นมานะ เน่าขึ้นมาเลย นี่ ทำให้คุ้มคลั่ง ถ้าหากเราสังเกตดู

เพื่อนๆเราปกติก็เป็นคนเรียบร้อยแล้วอยู่ๆรุนแรงขึ้นมา ผิดปกติแล้ว ตอนนี้มีเยอะด้วย ทีนี้พอกบฏแล้วก็จะบอกว่า จะบอกอะไรสามอย่างนะ จะต้องสาบานนะ อย่าบอกต่อ เรื่องที่บอกไม่มีอะไรหรอก ที่คนเค้าด่าหลวงพ่อทางอินเตอร์เน็ต รายเล็กรายน้อย แต่พอฟังแล้วคลั่ง คลั่งแล้วเชื่อเลย นี่มีอยู่คนนึง มาบอกหลายคนแล้ว มันเรื่องธรรมดาๆนะ อย่างเรื่องหลวงพ่อเขียนอีเมลไปถึงดังตฤณ ว่าสาวๆสวนสันติธรรมน่าปล้ำ มันน่าปล้ำตรงไหนวะ เนี่ย แค่เนี่ยนะ ถ้าฟังแล้วเป็นคนปกติน่ะ ไม่เชื่อหรอก แต่ถ้าคลั่งแล้วนะ เชื่อแล้วมันรุนแรง แล้วอย่างถ้าใครเค้าให้อะไรเรานะ ให้อะไรเรานะ

เช่นเอามาไว้ประจำตัว บอกห้ามถอดนะ ห้ามถอด ให้เอาสื่อของการบังคับจิตมา ห้ามถอด ที่ใส่แล้วห้ามถอด หรือฟังแล้วห้ามพูด มันเป็นไสยศาสตร์ เมื่อก่อนเราก็ไม่นึกนะว่ามันยังเหลือ เคยได้ยิน เพราะว่าหลวงพ่อเรียนมาจากทางสุรินทร์ ไม่ใช่เรียนไสยศาสตร์นะ ได้ยินจากครูบาอาจารย์ทางโน้นมา มันมีอยู่สองแบบที่ขึ้นชื่อลือชาที่ผ่านมาในอดีต

สุรินทร์กับพัทลุง นะ ขึ้นชื่อลือชาเลยว่า วิทยายุทธ์นี้เข้มแข็ง นี้เดี๋ยวนี้จะแข็งแค่ไหนก็ไม่รู้นะ ระวังไว้หน่อยก็แล้วกัน

ดร.เอ๋ ระวังนะ เวลาดูดูง่ายๆนะมันจะหมอง ดูเศร้าหมองบางทีก็ซึม บางทีก็ฟุ้งซ่าน บางทีก็คลั่งขึ้นมา สิ่งที่จะช่วยเราได้นะ หาน้ำมาสักแก้วนะ หาพระมาสักองค์นึง สวดมนต์ไป พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ทำน้ำมนต์กันเองก็ได้นะ ทำได้นะ ไม่ใช่ไม่ได้ มีคนๆนึง เมื่อวานซืน นอนอยู่กลางคืนนะ อยู่ๆก็มีอะไรวิ่งมากระทบบ้าน เปรี้ยงงง แต่เขาก็ไม่พูดอะไรไม่ทักทาย ทีนี้พอตอนจะหลับก็เคลิ้มๆ เห็นเด็กสองคนนะ ขอมาอยู่ด้วย บอกพอเค้ากำลังเคลิ้มแล้วเค้าก็โอเคนะ เข้าเลย เปิดประตูรับแล้ว เข้าเลย บอก ใจนี้มันคลั่ง มันได้ยินเสียงอะไรอุตลุดเลย คลั่ง ไม่รู้จะทำยังไงนะ เอาน้ำใส่แก้ว เอาพระใส่เข้าไปองค์นึง สวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อธิษฐานเอาเอง ขอให้น้ำนี้นะ ขจัดคุณไสยภัยพิบัติทั้งหลายให้ป้องกันตัว กินเข้าไปนะ หายนะ วิชาพวกนี้นะ ถ้าไม่ถึงขนาดยาสั่ง ลำพังพวกลอยๆมาพวกนี้พอสู้ได้ ที่สู้ยากคือยา มันทาง physical โง่ๆ ฟังแล้วโง่ๆ แต่ไม่รู้จะทำไง ก็ต้องบอกแล้วล่ะ สมัยหลวงปู่ หลวงปู่ดูลย์น่ะไปอยู่สุรินทร์ใหม่ๆ พระเจ้าถิ่นยุคนั้นไม่ชอบเลย พระกรรมฐานมาเดี๋ยวคนหันไปนับถือกันหมด ไอ้ style นี้มีทุกยุคทุกสมัยนะ ใครเค้าทำดี คนเค้านับถือก็ไม่ชอบนะ หาทางฆ่านะ จะฆ่าหลวงปู่ดูลย์ ปล่อยใบมีดโกนมา เฟี้ยวๆๆๆมากลางคืนนะ มันก็ตกอยู่รอบกุฎิท่าน พอเช้ามาท่านเดินไปเก็บ เอาไปแจกพระได้ ประหลาดๆนะ งั้นลพ.แนะนำพวกเรานะ ไปอธิษฐานเอาเองนะ ไปทำน้ำมนต์กันเอง ขอคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ไม่มีอย่างอื่นหรอกนะ ช่วยตัวเองป้องกันตัวเองไว้ก่อน ถ้าใครเค้าให้อะไรที่มันจะเป็นสื่อของการถ่ายทอดพลัง เอาออกซะให้หมด ทิ้งๆมันไป แต่ว่าเอาไปทำอะไรดี เอาไปทิ้งให้คนอื่น

เดี๋ยวมันเอาไปใช้ ต้องเอาไปฝังซะละมัง วิชาการพวกนี้มันยังมีอยู่นะ เหมือนบางคนคุยกันดีๆนะ วันเดียวมันพลิกไปเลย กลายเป็นพฤติกรรมนะ บุคลิกภาพอะไรวันเดียวเปลี่ยนหมดเลย ต้องระวังให้ดีเชียวล่ะ (ดร.) เอ๋อย่าลืมไปทำนะ เอ๋นะ ดร.เอ๋น่ะแหละ มันไม่ได้ทำได้เฉพาะฆราวาสนะ กับพระมันก็ทำได้ บงการไป หลวงพ่อตั้งแต่อยู่ในวัดนี้นะ มีคนเอามาให้เรา ใส่มากับน้ำ ดีว่าพอมาเข้าใกล้เราแล้วมันสลาย เน่าไปเลย น้ำเน่า เหม็นหึ่งเลย

เอ้า แถลงข่าวพอสมควรแล้ว ไม่ใช่แถลงข่าวนะ ไม่ใช่ว่าใครเพียงแต่บอกว่า วันนี้ระวังตัวกันบ้าง เมื่อวันไหน วันวาน หรือวานซืน ก็มีครูบาอาจารย์องค์หนึ่งเรียกคนที่มากับท่าน ให้เหรียญ แม่ชีไว้เหรียญนึง บอกว่าครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ที่ท่านเป็นหลักใหญ่ในยุคนี้ ท่านบอกว่ายุคนี้ ไสยศาสตร์เยอะ ท่านปลุกเสกเหรียญไว้สองอัน เราไม่มีเหรียญ เราเอาพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณนี้ไว้นะ ทำน้ำมนต์กินนะ สวดเฉยๆไม่พอหรอก บางทีมันเข้าไปข้างในแล้ว คราวนี้จะสั่งอะไรก็ได้ สั่งอะไรก็ได้
หลวงพ่อแถลงการณ์
ความคิดเห็นที่ 22 +14 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สูงสุดแห่งกฎ สำหรับ พุทธศาสนาแล้ว คือ กฎแห่งกรรม ครับ กฎหมาย หรือ กฎอะไรก็ตาม เป็นการชี้ถูกผิด ตาม
สังคมที่มีมนุษย์หลากหลายกำหนดขึ้น เราก็เห็นมาแล้วมากมาย ที่กฎหมายนั่นเองทำลายมนุษย์ดี ๆ อย่างเลวร้าย

ดังนั้นไม่ว่า กฎหมาย จะเป็นอย่างไร แต่กฎแห่งธรรมชาติ ก็ดำเนินอย่างเที่ยงตรง กฎแห่งกรรมนั้น ฎีกา อยู่ที่ "เจตนา" ครับ เงินมันจะผ่านชื่อใครอะไรอย่างไรก็ช่าง แต่สุดท้ายแล้ว นำมาใช้ส่วนตัวไหม ทำให้ศาสนาหรือทำให้ส่วนตัว สืบลงไปให้ถึง ที่ "การใช้จ่ายส่วนตัว" ครับ ว่าใครหรือฝ่ายใดดึงเงินบริจาคไปใช้นอกกิจการวัด นี่คือของจริง และกฎแห่งกรรมจะให้ผลอย่างเที่ยงตรงที่สุด ไม่ใช่อ้างเงินไปอยู่ชื่อนั้นชื่อนี้ ดังนั้นผิด
ถึงมันจะชนะเชิงกฎหมาย แต่กฎแห่งกรรมย่อมดำเนินตามเจตนา อยู่นั่นเอง

ใครที่ศึกษาตามแนวท่านติดตามข่าวหรืองาน จะรู้ว่า หลวงพ่อท่านไม่ชอบการเรี่ยไรที่สุด และสิ่งของบริจาคทั้งหลาย ท่านส่งไปให้วัดป่าทางอีสานจนหมด ท่านใช้แต่ที่จำเป็น คนที่ว่าท่านโกงเงินไม่รู้ว่าจิตใจมันทำด้วยอะไร
...
ความคิดเห็นที่ 21 -8 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ประเทศไทยนับถือพระพุทธศาสนาแบบงมงายมากที่สุด ไม่มีปัญญาเอาเสียเลย พระที่สั่งสอนธรรมของพระพุทธเจ้าจริง ๆ มีน้อยมาก ส่วนมากก็จะมีอย่างที่เห็นนั้นแหละ โดยเฉพาะพวกตั้งตนเป็นเจ้าสำนักทั้งหลาย ล้วนแต่สอนให้คนงมงายเพื่อที่จะหลอกเอาผลประโยชน์จากพวกศรัทธาแบบโง่ ๆ ธรรมยุตินี่แหละตัวการใหญ่เลย
kk
ความคิดเห็นที่ 20 -14 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาของคนมีปัญญาผู้ใดคิดทำลายทั้งทางตรงและทางอ้อมย่อมได้รับผลกรรมเร็วทันตา

“พระปราโมทย์ ปาโมชโช” พฤติกรรมเป็นนักต้มตุ๋น บิดเบือนคำสอน กล่าวตู่พุทธพจน์ มารศาสนา กรรมหนักมาก

กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

ทำชั่วย่อมได้ชั่วส่งผลคือทุกข์!!

“นตฺถิ กมฺมสมํ พลํ ไม่มีอานุภาพใดที่จะมีกำลังมากยิ่งกว่าอานุภาพแห่งกรรมดีและกรรมชั่วไปได้เลย”
.
.
.
เวลากรรมให้ผลอย่าร้อง...ทำอะไรไม่คิด
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การกล่าวใส่ร้ายพระอริยเจ้ามีโทษเช่นกับอนันตริยกรรม
puk
 
ความคิดเห็นที่ 19 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ที่ดิน 6 ไร่ 2 งาน ไม่ใช่เป็นชื่อ น.ส.ฐิตินาถแล้วนี่ มีการซื้อขายกันหลายครั้ง เมื่อเช้ายังเห็นโพสต์ใน pantip ล่าสุดในโฉนดเป็นชื่อนางอรนุช อดีตภรรยาพระปราโมทย์
ทราบแล้ว..เปลี่ยน
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คุณมีข้อมูลมากกว่าที่ดินจังหวัดชลบุรีอีกหรือ ???
เก่งอะไรจะปานนั้น
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
...โฉนดที่ดิน น.ส.3ก.ของสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม เนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน โดยเอกสารสิทธิยังเป็นชื่อของ นางสาวฐิตินาถ ณ พัทลุง ผู้เขียนหนังสือเรื่องเข็มทิศชีวิต และร่วมก่อตั้งสำนักสงฆ์สวนสันติธรรม ซึ่งมีคดีฟ้องร้องเรื่องขอเงินบริจาคคืนกับพระปราโมทย์อยู่...

เจ้าของเข็มทิศ ออกมาชี้แจงให้สาวกที่พวกคุณหลอกปั่นหัวฟังหน่อยเร๊ว
นรกรออยู่
 
ความคิดเห็นที่ 18 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ข่าวที่ทนายมาแจง ตกหน้าแล้ว
กระดิ่ง
ความคิดเห็นที่ 17 -2 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เท่าที่ฟังการชี้แจง ยังฟังไม่ขึ้นครับ โอนให้อดีตภรรยา ฟังดูแล้ว ยังไงก็ฟั่งไม่ขึ้น ยกเว้นไม่ได้ทำแค่นั้น
ก็รอดูอยู่
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่ได้โอนให้ท่านแม่ชี แต่เป็นชื่อของท่านแม่ชีแต่แรก ตั้งแต่ซื้อที่แล้วครับ
เพราะว่าตอนนั้นในสวนสันติธรรมนอกจากหลวงพ่อกับพระลูกศิษย์แล้ว ก็ไม่มีฆราวาสชายเลยครับ วัดเล็กๆครับ ทั้งวัดอยู่กันไม่ถึง 10 คนครับ
ชี้แจงครับ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มันเป็นสำนักส้งฆ์เข้าใจไหม จะโอชื่อใครก็ได้ แล้วแม่ชีอนุชท่านก็บวชอยู่ในวัด จึงได้รับการไว้ใจมากกว่าบุคคลภายนอก

ถ้าวันนนั้นโอนให้ ฐิตินาฏ ตอนนี้มีหวังดูไม่จืด

ปล.ถ้า ไปที่วัด บ้านฐิตินาฏ อยู่ติดกับวัด สร้างใหญ่โต รั้วสำเร็จรูปอย่างดี ก็เลยสงสัยเธอเอาเงินมาจากไหน ทั้งที่ตอนที่สร้าง เธออยู่ในภาวะล้มละลาย มีหนีสินมากมาย และอย่าลืมว่า ตอนสร้างวัด ฐิตินาฏ สามารถเบิกเงิน จากบัญชีได้อิสระ และเธอก็เรี่ยรายเงินจากหมู่ลูกศิษย์หลายครั้ง
วิชญ์
 
ความคิดเห็นที่ 16 +21 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
100 ล้าน จิ๊บๆ
ไปตรวจธรรมโกยบ้างซิครับ กี่พันล้านนะ
เบื่อนะจ๊ะ
ความคิดเห็นที่ 15 -1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
โอ้ศรัทธาท่านมากเลยนะผมน่ะ ตั้งแต่ท่านยังไม่ได้บวชเลย จนกระทั่งจนท่านบวชอยู่ที่ราชบุรีผมกระเพียรไปทำบุญ ด้วยตัวผมเองไม่ชอบการสอพลอเสนอหน้าเป็นศิษใกล้ชิดหรอกนะ แต่เล่าจากเหตุการจริงเท่านั้นเอง ได้มีโอกาสไปนั่งคุยในห้องท่านด้วยแบบชนิดที่ว่า อยู่กันแค่3-4คนเลย รักเคารพท่านมากมายมานานหลายปี ธรรมที่ท่านสอนมันช่างแลยดูง่ายเหลือเกินคุณว่ามั้ย ดูไปแบบสบายๆไม่มีมีการขัดขืนใช้แต่วิธีแบบหลบเลี่ยงกลบเกลื่อนประมาณนั้นนะ ที่ผมเข้าใจอาจจะผิดแต่ท่านไม่ได้บอก ท่านบอกแต่าดีแล้ว ทำมาหลายปีก็ยังไม่เห็นผลเป็นที่น่าพอใจเลย ไ

ปนั่งต่อหน้าท่านก็บอกว่ากำลังเผลอรู้ไหม กำลังเพ่งบ้าง รู้สึกตัวบ้างรู้ไหม อะไรทำนองนี้ตลอดเลย ไอ้เราก็เออออ ตามท่านไปแบบงงๆ ผมก็ไม่ได้โทษท่านเลยเรามันด้อยปัญญาเอง พอท่านได้ย้ายวัยมาอยู่ที่ศรีราชาก็ดีใจ เราคนที่นี่เอง รีบไปซื้อบ้านแถวหนองค้อเลย 1 หลังอยากอยู่ใกล้ท่าน หวังพึ่งบารมี ใครจะว่าไรไม่สน ศรัทธาเต็มเปี่ยม ตลอดการปฏิบัติและทำบุญแบบไม่เร่งร้อนสบายๆตามสตายคนเมือง เหอๆ ไม่ไปหาท่านเราก็ไปหาอาจารย์ตั๋น ธรรมะของท่านพระอาจารย์ปราโมทย์เราเผยแผ่จากจ่ายแบบสุดตัว แบบเอาหัวเป็นประกันเลย หลงรักท่านมาก กฐินปีที่แล้ว

ไปทำบุญคนเยอะมาก ขับรถไปจอดที่ค่ายอะไรสักแห่งของทางราชการแล้วนั่งรถบัสที่ทางวัดจัดให้ อิ่มบุญมากตอนสายๆ กฐินเสร็จที่แล้วนะท่านบอก แต่นึกในใจเห้ย เสร็จแล้วเหรอวะ ไม่ได้ยินเสียงสวดมนต์เลยสักแอะ คนเยอะมากๆไม่ได้เข้าศาลา(สงสัยกรูไม่ได้ยินเอง) นึกในใจ หลังจากนั้นมาช่วงต้นปีเริ่มได้ยินข่าวไม่ดีเกี่ยวกับตัวท่าน ไม่เคยสนใจอยากฟัง พวกนี้ตกนรกแน่นอน(คิดเอาเองในใจ)แต่ไม่เคยตามค้นหาอ่านเรื่องราวต่างๆ นึกเกลียดพวกที่มาว่าท่านเสียเต็มประดา แบบไรเหตุผลยืนฝั่งท่าน 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่กี่วันยัยปอง อัลชลี ออกข่าววิจารณ์ท่านไม่ให้เกียรติเลย แบบเย้ยหยันครูบาอาจารย์เรา ฮึ่ม..มันคงไม่พ้นนรกแน่ยัยนี่ (คิดไปนั่น) หลังจากนั้นก้อยากรู้ว่าทำไมพระอริยะหรืออรหันต์ (เข้าใจได้เองเพราะท่านบอกตรงและอ้อมๆทั้งใน

หนังสือและจากปากท่านไม่ได้ผ่านคนอื่น หลายๆครั้ง )อย่างท่านทำไมคนที่เคยใกล้ชิดรักและถวายหัวถึงตีตัวมาเป็นศัตรู มันน่าคิด ลองทำใจให้เป็นกลางๆ สืบค้นเสริทหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ทั้งวัน จนไปเจอ เข้าเวบหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม www.antiwimutti.net ดูชื่อมันก็เป็นศัตรูเราแล้ว มาแอนตี้เวบอาจารย์เราได้ ไหนดูซิมันจะใส่ร้ายป้ายสีอะไรบ้าง อ่านเรื่องนั้นเรื่องนี้ เข้าไปอ่านมันซะเกือบทุกหัวข้อเลย แล้วใช้ความเป็นกลางแบบหลอกๆตัวเองแต่ที่จริงแล้วใจยืนอยู่ฝั่งพระอาจารย์ปราโมทย์ 100 เปอร์เซ็นต์แบบไม่ต้องสงสัย ยิ่งอ่านไปก็ยิ่งห่างๆท่าน เอาใจออกห่าง

ท่านมาทุกขณะจิตเลย เห็นสภาพการสลัดคืนความยึดมั่นในตัวตน(ของตนเองที่มีต่อคนอื่นนะ) หลักฐานประกอบทุกอย่างมันชัดเจนไม่ต้องสงสัย เอาศรัทธากองไว้ข้างก่อนนะบอกกับตัวเอง เอาปัญญาแบบน้อยนิดแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม มาพิจารณาหน่อยสิ ก็เห็นได้จริงได้โดยไม่เนิ่นนาน เข้าใจได้ไม่ยากเย็น เพราะไอ้หลักฐานต่างๆที่ แสดงนั้นเราก็เคยอ่านผ่านมา ที่บ้านก็ยังมีอยู่ อ่านอยู่ทั้งวัน เพราะทำงานอยู่หน้อจอคอมพ์ เรื่องคำสอนที่ขัดแย้ง เรื่องการแอบอ้างพระอาจารย์องค์อื่นๆ ในการเทศน์หรือการแจ้งข่าวผ่านหน้าเวบ www.wimutti.net ของท่านที่เราเคยอ่านเคยฟังแล้วจำรายละเอียดได้ไว้ในใจอยู่แล้ว ก็อ่านผ่านได้เร็วเลยเพราะมันตรงกัน หาจุดการป้ายสีตรงไหนได้บ้างนี่ ไม่มีเลย ตลอดจนการกลับไปกลับตรงการอ้งอิงหรือเรื่อง

เก่าๆของท่าน มันก้อขัดแยังกันอยู่แล้วในตัวมันเอง ท้ายสุดมาเรื่อง คุณไสย...ปิดประตูใจเลย ไร้สาระสิ้นดี ผมไม่เอากับท่านแล้ว..น้ำตาผมคลอเบ้าจิตหม่นหมอง..อยากจะบอกตัวเองว่าผมฝันไปนะ..อ่อ. พี่ดังตฤณเคยสอนไว้ในหนังสือนี่ ให้เอามือขึ้นมาหงายดูลายมือ เห็นไหมลายมือ ..เห็น เหมือนเดิมไหม..เหมือนเดิม..หลังจากนั้นตบหน้าตัวเองทีนึง..เจ็บวุ๊ย...นี่มันเรื่องจริงแล้วนะ ...ผมต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่แล้ว...แต่จะไม่นับหนึ่งโดยวิธีการของท่านอีกต่อไป..คุณจะด่าจะโจมตีหาว่าผมเป็นพวกโดนคุณไสยก็ช่าง..เป็นพวกศัตรูคิดทำลายท่านมันเรื่องของคุณ..สำหรับ

ผมแล้ว..ไม่ต้องรอใครมาชี้แจงและตรวจสอบตัดสินอะไรว่าใครผิดถูกอีกแล้ว แจ่มแจ้งแล้ว เพียงพอแล้ว สามารถแยกแยะผิดถูก ดีชั่วของเรื่องนี้ได้แล้ว แต่เผื่อมีใครอยากโดนคุณไสยที่ท่านกล่าวอ้างแล้วตาสว่างแบบผมบ้าง..ก็พอที่จะทำให้ผมล้างบาปกรรมที่ผมก่อโดยการเผยแผ่หนังสือ ซีดี ของพระอรหันต์ที่พูดได้...แต่ทำไม่ได้..โดยเคยเฉลียวใจสมัยในกาลก่อน สาวกทั้งหลายของท่านพระอาจารย์...จำกันได้ไหม...เคยได้ยินไหม..ท่านเคยบอกว่า.."ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้ไม่ใช่ของจริง" บัดนี้ท่านพูดได้แล้ว...ทองแท้ย่อมไม่กลัวการพสูจน์ฉันใด ความหลุดพ้นแห่งใจที่ท่านได้แล้วนั้น ย่อมไม่เสื่อมถอยศัทธาผู้คน มีหรือจะเป็นแรงผลักดันให้คนที่ใฝ่ธรรมถวายหัวให้ท่านรองเหยียบเดินได้กระเด็นห่างไกลจากตัวท่าน แล้วมาเป็นปรปักษ์ ตรรกะแค่นี้

คุณคิดได้ไม่ยาก ถ้าหากไม่เอาศรัทมาปิดบังปัญญาเสียหมดสิ้น.. ขอบคุณ www.antiwimutt.net ที่ส่องแสงให้ผมเห็นทาง
zorro
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาอีกแล้วขบวนการทำลายพระเนรคุณครูบาอาจารย์ เก่งนะพิมพ์หนังสือขายชำนาญนี่ เรื่องเรียบเรียงทำลายพระที่ล่ะเก่งนักเกย์แคระเอ๋ย นรกรออยู่แล้วไม่ต้องห่วง อดีตชาติเจ๊น้ำตาลทะลักก็เคยเนรคุณอาฆาตมาแบบนี้
ขบวนการอ้อยควั่น
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมขอแสดงความเสียใจกับคุณด้วยนะ ที่หลงคล้อยตาม antiwimutti แล้ววันหนึ่งคุณจะเข้าใจ ความจริงจะปรากฏ
มาตัดหัวผมเลย ถ้าหลวงพ่อผิด
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มืดมา ก็มืดไป น่าสงสารจริงๆ
...
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หลวงพ่อท่านเคยอยู่ที่กาญจนบุรี ไม่ใช่ราชบุรี
มั่วแล้วยังมาบอกว่าเป็นลูกศิษย์อีก
มั่วมากๆ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แค่อ่านในเว็บก็เชื่อแล้วเหรอ วิจารณญาณอยู่ไหน หลักพุทธคืออะไร
ถาม
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
การดูจิต ดูได้ทุกที่ ไม่ต้องไปในที่ที่เค้าจัดฉากไว้ให้ ไม่ต้องหาดาวน์ไลน์ ไม่ต้องติดดาวธรรม ไม่ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อบุญเพื่อนิพพาน
คนชั้นกลางเลื่อมใสแนวทางของหลวงพ่อปราโมทย์มาก ทำให้วัดจานบิน ยอดตก
จึงเป็นที่มาขบวนการกำจัดดาวรุ่ง ทุ่มสุดตัวกำจัดดาวรุ่ง
การที่คนรุ่นใหม่มุ่งปฏิบัติธรรมแท้ๆ ด้วยการดูจิต
ลัทธิใดเสียประโยชน์ เพราะเอาเงินเป็นตัวตั้ง
เลยหาวิธีมาทำลาย 4 วิธี
1. สร้างให้ลูกศิษย์แตกแยก
2. เปิดประเด็นเรื่องเงินบริจาค
3. จุดประเด็นเรื่องอวดตัวเป็นพระอรหันต์
4. โจมตีว่าบิดเบือนคำสอนพระธรรม
จานบินมรณะ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ร่ายยาวเสียเนียนเลยนะ น่าสังเวชจริงจริง
กาขาว
 
ความคิดเห็นที่ 14 +4 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
คงต้องตั้งสติกันหน่อยนะ  อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใครทั้งนั้น
ปุ๊ย ลำราย (suchadajaru สมาชิก)
ความคิดเห็นที่ 13 +4 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตัวเองไม่ได้รับไว้วางใจ เอาชื่อท่านไปแอบอ้างหาผลประโยชน์ ไปนิมนต์ท่านมากจากกาญจนบุรี บอกจะสร้างวัดให้เงินตัวเอง ภายหลังขอเรี่ยราย สองปีที่แ้ล้วตัวเองออกรายการทีวีคุณสัญญา เชิญชวนคนไปปฏิบัติธรรมที่สวนเสือศรีราชา สองปีตอนนี้ คนเรานะเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนี้เลย
ple_gto_id17@hotmail.com
ความคิดเห็นที่ 12 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระพุทธเจ้าได้สั่งเป็นวินัยตั้งแต่พุทธกาลว่า ไม่ให้พระถือเงินเกิน 5 กหาปณะ หรือ 20 บาทไทย แต่พวกพุทธกึ่งพราหมณ์กึ่งไสยศาสตร์ ชอบซื้อบุญด้วยเงินทองจนเกิดเรื่องนี้บ่อยมาก ปฏิบัติบูชาเถอะครับ ประเสริฐสุดพระพุทธเจ้าสอนไว้ พระที่เทศน์เก่งๆก็หมายได้หมายความว่าเป็นพระสุปัฏฏิปัณโณนะ อาจจะหวังลาภ ยศ สรรเสรฺญอยู่เต็มจิตใจ ดูพระป่าซิครับท่านไม่ค่อยเทศน์หรือเทศน์ไม่เก่งแต่มักไม่มีเรื่องเหล่านี้ออกมา อย่าให้วัตถุกับวัด กับพระท่านเลยโดยยเฉพาะเงินทอง จะสร้างอะไรก็ซื้อของให้ จะขาดอะไรก็ซื้อให้โดยเราจ่ายเองดีกว่า
เชีื่อทิดเถอะ
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
5 มาสกไม่ใช่หรือครับ
พิร
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอบคุณพิร

คุณพูดถูกต้องครับ 5 มาสกหรือประมาณ 1 บาทไทย ขอโทษด้วยครับ
เชีื่ื่อทิดเถอะ
 
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าจะกล่าวหาว่าวัดทุจริต

ต้องกล่าวหาว่า นำเงินบริจาคไปใช้ในทางผิดวัตถุประสงค์อย่างไร
....
ความคิดเห็นที่ 10 +16 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ศรัทธาหลวงพ่อไม่เสื่อมคลาย
ศาสนิกชน
ความคิดเห็นที่ 9 -12 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระก็หล่อคู่กรณีก็สวย เมียเก่าก็บวชชีอยู่วัดเดียวกัน เอ้ยยย กรู
ไม่อยากนึกว่ามันขัดกันเรืองใต้สะดือ
ดกด
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กดก ย่อมาจากอะไร แดมู่จี้ ที่บัณเฑาะว์หน้าหยกสังกัดป่าวจร๊า
ดก
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปากเหรอเนี่ย
พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไง
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มารศาสนา อีกทั้งคนวาจาถ่oย มาโจมตีกันเพียบเลย นรกแน่นแล้วก็ยังจะไป
...
 
ความคิดเห็นที่ 8 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตอนนี้เริ่มเข้าใจว่าทำไม พระพุทธเจ้าทรงยมกปาฏิหาริย์
เดียรถี
ความคิดเห็นที่ 7 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมอยากทราบว่าก่อนหน้าที่จะมาเป็นสำนักสงฆ์ที่ดินแถวนั้นมี ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา เข้าไปหรือยัง หรือสิ่งเหล่านี้เข้ามาเพราะสำนักสงฆ์ แล้วที่ดินแถวนั้นมีราคาขึ้นมา เลยกลายเป็นประเด็น
อยากรู้
ความคิดเห็นที่ 6 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระไม่เคยเรียกร้องเงิน แล้วนำเงินไปให้ทำไม อยากได้บุญ ได้หน้า กันทั้งนั้น
น้องพลัม
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากได้บุญน่ะใช่ แต่อยากได้หน้าผมไม่เคยครับ แอบทำบุญประจำ ชอบปิดทองหลังพระ น้องพลัมอย่าเอานิสัยตัวเองไปวัดคนอื่นเลยจ้ะ
พี่แอปเปิ้ล
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อยากได้บุญน่ะใช่ แต่อยากได้หน้าไม่เคย ชอบแอบทำบุญครับ ชอบปิดทองหลังพระ น้องพลัมอย่าเอานิสัยตัวเองไปวัดใจคนอื่นเลยจ้ะ
พี่แอปเปิ้ล
 
ความคิดเห็นที่ 5 +5 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
กฎหมายคือเรื่องของกฎหมาย คนเราอาจใช้ช่องของกฎหมายโจมตีผู้อื่น ในสังคมไทยเราีมีให้เห็นอยู่เยอะแยะไป ซึ่งทั้งหมดนี้มันบอกอะไรไม่ได้หรอก ต่อให้ผลออกมายังไง ผมก็เคารพและศรัทธาหลวงพ่ออยู่ดี ธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่หลวงพ่อนำมาถ่ายทอดพิสูจน์ได้ด้วยการปฏิบัติเท่านั้น สุดแล้วแต่ใครจะเข้าใจ
โจ้ เอ็คโค่
ความคิดเห็นที่ 4 +1 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จะทำบุญทั้งทีก็ควรเลือกพระเลือกวัดดีดี....อีกอย่างการทำบุญก็ไม่จำเปนต้องทำกับวัดทำกับสาธารณะประโยชน์อย่างใดก็ใด้อย่างเช่นนาย บิล เกตต์ โรงเรียน โรงพยาบาลมากมายที่ชำรุโทรุดโทรมขาดแคลนงบประมาณควรที่จะไปช่วยๆกันดู
บานเยน
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ตกลงเจ๊บานเย็นเห็นว่าวัดไหนดีเหรอครับ ช่วยบอกที ธรรมะกลายบ่ ? แล้วที่เขาทำบุญกับวัดก็เพราะเขาอยากทำ สาธารณะเขาก็ไม่ได้ทิ้งหรอกครับ
สโน บานเช้า
 
ความคิดเห็นที่ 3 -3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มัวหมอง เศร้าใจ
เหลือบพระพุทธ
ถามหา ผู้บริหารองค์กรสงฆ์
แต่ละท่าน ยังทำงานได้อยู่
พระพุทธเสื่อม ห้าพันปี
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ลองขของดูบัญชี ของผู้บริหารสงฆ์บางรูปดูซิครับ แล้วจะเห็นว่าเรื่องนี้เด็กๆไปเลย
001
 
ความคิดเห็นที่ 2 +5 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
จริงหรอ เราชอบฟังท่านนะ ต้องฟังหลายๆเหตุผลนะ
เจเจ
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หน้าฉาก-หลังฉาก ต้องเข้าให้ถึง จึงจะรู้ความจริง
mmmm
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สอบไม่ได้แปลว่าผิดครับ และจากข่าว เรื่องที่ดินนั่น ก็ไม่ได้เป็นชื่อของพระหรือว่าแม่ชีเลยครับ
กระดิ่ง
 
ความคิดเห็นที่ 1 -3 คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พระวัดดังจังหวัด อุดร

โอนเงินให้ลูกหลาน มีกันเป็นพันล้าน

งานการไม่ทำกินเที่ยวสบาย

ไม่เห็นมีใครไปตรวจสอบ
ชุกุวะ
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อุดรไม่มีวัดดังอ่ะ อยู่ตรงไหนเหรอ
555
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
อย่ามามั่ว
ชาวพุทธ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
หลายวันก่อนยังร้อยล้าน วันนี้พันล้านแล้ว วัดดัง อุดร แจ๋ว
.
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าแม่ชีโนราห์ พระครูบาหนุ่ม ทราบก็จะบอกได้ว่าใครผิด ใครถูก ทำนายมาหลายเรื่องแล้ว ผิดๆทั้งนั้น
.
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แสวงหาผลประโยชน์กับท่านไม่ได้ ก็ออกมาโวยวายฆราวาสเยอะแยะชอบสวมรอยเข้ามาหาประโยชน์กับพระ พระหลายอวค์ไม่รู้ทันพวกนี้เสร็จพวกมันทุกราย ยิ่งพวกคนมีชื่อเสียงนี่แหละน่ากลัว แฝงเข้ามาเนียนมากพวกนี้ชอบหากินกับศาสนา หากินกับศรัทธาของชาวพุทธ ทำตัวเป็นผู้รู้เป็นคนใจบุญสุดท้ายถ้าไม่ได้ผลประโยชน์ตามที่คิดก็ออกมาโวยวาย
อย่าไปหวั่นไหว
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
พวกคนมีชื่อเสียงนี่แหละน่ากลัว มีอยู่วัดหนึ่งแถวลาดกระบัง มีคนแก่ใจบุญเอาที่มาขายให้วัดในราคาถูกๆขอแค่เอาเงินมาเลี้ยงชีวิตที่เหลือ ขณะนั้นทางวัดเงินไม่พอจึงไปขอความช่วยเหลือจากลูกศิษย์คนหนึ่งที่พอมีเงินเพราะที่ดินติดกับวัดให้เขาออกไปก่อนบางส่วนเพราะวัดเงินไม่พอโดยโอนที่ดินให้เป็นชื่อเขาเพื่อให้เขาสบายใจ เพราะเห็นเขามาช่วยงานที่วัดเป็นประจำทางวัดก็ไว้ใจ สุดท้ายเอาที่วัดไปขายให้กับบริษัทพัฒนาที่ดินได้กำไรไปมากหายหน้าไปจากวัดเลย ทางวัดก็ได้แต้ทำใจเพราะคิดไม่ถึงว่าคนมีชื่อเสียง มีเงิน จะทำอย้างนี้
สงสารพระ
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
วัดดังมากป่าว
j
 
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014