หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกมุมจีน | ข่าวประจำวัน
 

ฉาว! รังนกเลือดปลอมจากมาเลย์ แหกตาคนจีนซ้ำซาก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 สิงหาคม 2554 09:25 น.
        เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์/เอเยนซีจีน - กรณีอื้อฉาวรังนกเลือดปลอมจากมาเลเซีย กำลังเป็นที่โจษจันในโลกไซเบอร์แดนมังกร บรรดาพ่อค้าที่ขายรังนกบนแผ่นดินใหญ่กุมขมับไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร หลังจีนตรวจพบรังนกเลือดเป็นของปลอม เหล่าพ่อค้าจึงได้จัดงานแถลงข่าวร่วมกับเจ้าหน้าที่จากมาเลเซียเพื่อกู้สถานการณ์ แต่ที่ไหนได้ งานแถลงข่าวก็ยังปลอมอีก เจ้าหน้าที่มาเลเซียที่มานั่งพูดก็ล้วนแต่ตัวปลอม
       
       รัฐบาลท้องถิ่นมณฑลเจ้อเจียงระบุว่า “งานแถลงข่าวกู้หน้าฯ จัดขึ้นในโรงแรมเมืองหังโจว เมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา มีชายชาวต่างชาติสวมเสื้อเชิ้ตสีสันสดใสทำท่าทำทางเป็นเจ้าหน้าที่จากมาเลเซีย อ้างว่ามาจากกรมการนำเข้าส่งออกผลิตภัณฑ์หายากของมาเลเซีย กรมตรวจสอบสินค้าส่งออก และกรมการการสกัดสินค้าส่งออกมาเลเซีย”
       
       ในงานแถลงข่าวฯ มีการแจกเอกสารให้แก่นักข่าวด้วย หลังจากนั้นสำนักข่าวซินหวาก็นำรายชื่อจากเอกสารไปตรวจสอบ ปรากฏว่า รายชื่อที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาเลเซียนั้น หลังตรวจสอบแล้ว ไม่มีชื่อดังกล่าวในตำแหน่งนั้นๆ อยู่จริง แสดงให้เห็นว่า “งานแถลงข่าวก็ปลอมอีก”

ฉาว! รังนกเลือดปลอมจากมาเลย์ แหกตาคนจีนซ้ำซาก
เจ้าหน้าที่ปลอมที่อ้างตัวว่ามาจากมาเลเซีย กำลังนำเสนอกู้หน้าแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของสินค้ารังนกเลือด ในเมืองหังโจว เมื่อเดือนที่ผ่านมา ต่อมาสำนักข่าวซินหวาตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้เป็นตัวปลอม (ภาพเซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์)
        พบสารก่อมะเร็งในรังนกเลือดเกินมาตรฐาน 350 เท่า
       
       ก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นมณฑลเจ้อเจียงได้ออกตรวจยึดรังนกเลือดปลอมด้อยมาตรฐานอย่างหนัก โดยกรมอุตสาหกรรมและการค้าประจำมณฑลเจ้อเจียงเผย (15 ส.ค.) ว่า ได้ทำการสุ่มตรวจรังนกเลือด 200 กก.จากรังนกทั้งหมด 303 ชุด พบว่าทั้งหมดด้อยคุณภาพ มีสารไนไตรท์เจือปนเกินมาตรฐานที่ได้รับอนุญาตจากสาธารณสุขถึง 350 เท่า
       
       เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ยังมีรังนกที่ไม่ได้ตรวจสอบอีกเป็นจำนวนมาก โดยรังนกส่วนใหญ่นำเข้ามาจากมาเลเซีย โดยมีบริษัทจัดจำหน่ายของจีน ทั้งจากซย่าเหมิน ก่วงตง ฝัวซานฯ เป็นผู้นำเข้าและจัดขาย
       
       สาธารณสุขของมาเลเซียระบุว่า รังนก 1 กก. ไม่ควรมีไนไตรท์เกิน 70 มก. ขณะที่ผู้ผลิตหัวใสทำรังนกเลือดออกมาแล้วมีไนไตรท์เจือปนถึง 2,220 มก.
       
       เจ้ากรมอุตสาหกรรมและการค้าประจำมณฑลเจ้อเจียง เผยว่า “ตลาดจีนเป็นตลาดนำเข้ารังนกมาเลเซียจำนวนมาก ถ้าหากเกิดปัญหาขึ้น กลุ่มผลประโยชน์ที่พัวพันจะเดือดร้อน และในครั้งนี้ การที่พวกเขายิ่งแก้ตัว (จัดแถลงข่าว) ยิ่งทำให้เสียหน้ามากขึ้น”
       
       ในงานแถลงข่าวกู้หน้าฯ เจ้าหน้าที่ตัวปลอมอ้างว่า “ไนไตรท์ที่เจือปนในรังนกนั้น เมื่อนำไปแช่น้ำ ก็จะสามารถบริโภคได้” ขณะที่เจ้ากรมอุตฯ แห่งเจ้อเจียงชี้ว่า “เหลวไหลทั้งเพ เพราะแช่น้ำแล้วไนไตรท์ก็ยังคงอยู่ที่ 330 มก. ต่อ กก. สูงกว่ามาตรฐานถึง260 มก.”
       
       เจ้ากรมอุตฯ เสริมว่า “ไม่ว่ารังนกจะสำคัญต่อเศรษฐกิจมาเลเซียสักปานใดก็ตาม หากจะนำมาขายที่จีนก็ต้องผ่านมาตรฐานของจีน และในขณะนี้มณฑลเจ้อเจียงกำลังกวาดล้างรังนกปลอมอย่างหนัก”
       
       กรมอุตสาหกรรมแฉต่อว่า มีพ่อค้ารังนกบางคนยอมรับว่า พวกเขาย้อมสีรังนกเพื่อทำให้ดูคล้ายรังนกเลือด แต่กระบวนการดังกล่าวยิ่งทำให้เกิดการเพิ่มสารไนไตรท์
       
       ไนไตรท์ เกิดจากการเปลี่ยนรูปทางเคมีของสารประกอบไนโตรเจน หากรับเข้าสู่ร่างกายเกินกว่ามาตรฐานจะเป็นสารก่อมะเร็ง

ฉาว! รังนกเลือดปลอมจากมาเลย์ แหกตาคนจีนซ้ำซาก
รังนกเลือด (ภาพSina.com)
        รังนกเลือด “เหลวไหลทั้งเพ”
       
       ราคาขายรังนกธรรมดาในจีนโดยทั่วไป กรัมละ 10 หยวนขึ้นไป หากเป็นรังนกเลือดจะแพงกว่านั้นตกกรัมละ 100 กว่าหยวน นายหม่า ซิงซง ประธานสหพันธ์รังนกมาเลเซีย เผยกับ ยูไนเต็ด มอร์นิ่งโพสต์ว่า “ผู้ประกอบการหัวใสใช้อุจจาระของนกนางแอ่นมาผสมบ่มเพาะให้เป็นสีแดง ย้อมสีคล้ายรังนกเลือดแล้วนำออกวางขายในราคาที่แพงกว่า”
       
       รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรฯ มาเลเซีย ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนอีกว่า ในตลาดรังนกขณะนี้ ไม่มีรังนกเลือดที่เป็นของจริง ที่ขายอยู่เป็นของปลอมทั้งนั้น
       
       ซู จื้อฉวง นายกสมาคมรังนกท้องถิ่นรัฐเปรัคของมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “สิ่งที่ผู้ประกอบการบอกว่า นกนางแอ่นใช้เลือดตัวเองออกมาทำรังแล้วได้รังนกเลือดนั้น ถือว่า โกหกทั้งเพ ดังนั้นรังนกเลือดที่วางขายกันอยู่ในท้องตลาดปัจจุบัน ปลอม 100 เปอร์เซ็นต์”
       
       ทางการจีนยอมให้เพียงสองประเทศคือ มาเลเซียและสิงคโปร์เท่านั้น ที่สามารถส่งรังนกเข้ามาขายยังตลาดแดนมังกรได้ โดยรังนกส่วนใหญ่มาจากมาเลเซีย
       
       หลายปีที่ผ่านมา ความนิยมบริโภครังนกในจีนขยายตัวเร็วมาก ส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตในมาเลเซียเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการทำห้องให้นกทำรังกว่า 50,000 ห้อง และแต่ละปีมาเลเซียจะสามารถผลิตรังนกออกมาได้ถึง 600 ตัน โดยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ส่งขายให้จีน
       
       อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จีนเผยว่า ไม่น่าจะสามารถลงโทษผู้จัดงานแถลงข่าวปลอมได้ เพราะผู้ที่รับผิดชอบควรจะเป็นผู้ทำสินค้าปลอมมากกว่า

ฉาว! รังนกเลือดปลอมจากมาเลย์ แหกตาคนจีนซ้ำซาก
        ในเมืองหังโจวมีร้านขายยาแผนจีนเก่าแก่ 130 ปีร้านหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า เลิกจำหน่ายรังนกเลือดมาตั้งแต่ปี 2551 แล้ว เนื่องจากพบว่า รังนกเลือดไม่ได้มาตรฐานการจัดซื้อ
       
       ความเชื่อเรื่องสรรพคุณของ “รังนกเลือด”
       
       โดยทั่วไปนกนางแอ่นซึ่งมีถิ่นที่อยู่แถบทะเลจีนใต้และแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะใช้น้ำลายและขนอ่อนมาทำรัง โดยรังจะมี 3 แบบด้วยกัน คือ รังนกขาว (ซึ่งอดีตใช้เป็นบรรณาการให้กับกษัตริย์) รังนกติดขนสีขุ่น และรังนกเลือด
       
       รังนกเลือดจะมีโปรตีนสูงกว่า คือราว 50 เปอร์เซ็นต์ น้ำตาล 30 เปอร์เซ็นต์ และมีพวกแร่ธาตุอื่นๆ แต่ปริมาณโปรตีนนั้นก็ยังเทียบไม่ได้การกินเต้าหู้หรือหนังหมู นักโภชนาการมักแนะนำว่า บริโภคอาหารธรรมดา จำพวก เนื้อ นม ไข่ ได้โปรตีนดีที่สุด
       
       หลายคนเชื่อว่า สรรพคุณของรังนกนั้น สามารถเร่งการสร้างเซลล์ใหม่ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูสมรรถภาพได้ ช่วยรักษาอาการไอ เสมหะ ห้องเสีย หลอดลมอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน ชะลอความแก่ อายุยืน ฯลฯ
       
       คนจีนบริโภครังนกมาเป็นพันปี โดยส่วนใหญ่สตรีจีนเชื่อว่า ในรังนกมีส่วนผสมคอลลาเจน ช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง ไม่มีริ้วรอย กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ทำให้ผิวพรรณเรียบเนียน ฝั่งวิทยาการตะวันตกก็ยังนำรังนกไปสกัดเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
       
       มารดาที่ตั้งครรภ์บางคนก็เชื่อด้วยว่า รังนกช่วยให้ลูกในครรภ์แข็งแรง
       
       ในตำนานของจีนเล่าว่า คนที่กินรังนกคนแรกก็คือ เจิ้งเหอ (ไทยเรียกซำปอกง) ผู้บัญชาการทหารเรือจีนในยุคราชวงศ์หมิง ที่ล่องเรือมายังดินแดนทะเลจีนใต้ เขาพักจอดเรือที่หมู่เกาะแถบมาเลเซีย เห็นรังนกอยู่บริเวณหน้าผา ประกอบกับตอนนั้นขาดเสบียง จึงสั่งให้ทหารนำมาทำความสะอาดและตุ๋นรับประทาน ปรากฏว่าเวลาผ่านไปหลายวัน ผิวพรรณหน้าตาของทุกคนก็เปล่งปลั่ง เจิ้งเหอจึงสั่งนำรังนกเหล่านี้กลับมาถวายองค์จักรพรรดิ

ข่าวล่าสุด ในหมวด
ตร.ญี่ปุ่นรวบ 3 ชาวจีน กว้านซื้อผ้าอ้อมเด็กกว่า 990 แพค!
ที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์หนุนปฏิรูปกฎหมาย แต่ยังเงียบเดินหน้าคดีโจว หย่งคัง อดีต "ซาร์ความมั่นคง" แดนมังกร
ผลสำรวจHSBC ระบุ จีนมีกลุ่มพนักงานต่างชาติเงินเดือนสูงกว่า 8 ล้านบาท/ปี จำนวนมากทีสุด
อึ้ง! ไกด์มะกันฯ นำเที่ยวไชน่าทาวน์ แต่ด่าย่านชุมชนจีนไม่เหลือดี (ชมคลิป)
นิตยสารฉบับปฐมฤกษ์อัลกออิดะห์ ชวนชาวอุยกูร์ซินเจียงทำสงครามศักดิ์สิทธิ์
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
จำนวนคนโหวต 40 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 25 คน
63 %
ไม่เห็นด้วย 15 คน
37 %
ความคิดเห็นที่ 3 +97 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ใช้ เครื่องตรวจเอกลักษณ์เพชร สิ
นัท
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 38 +90 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เมื่อนกนางแอ่นจับคู่แล้วตั้งท้อง
นกทั้งคู่เริ่มบรรจงทำรังให้ลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมาด้วยน้ำลายทั้งคู่
รังนกที่ดีที่สุดจากความยากลำบากของพ่อแม่นกก็สำเร็จ
แล้วก็มีคนใจร้ายเอารังที่หนึ่งของมันไป

แต่นกทั้งสองพร้อมลูกนกต้องมีรัง
นกทั้งคู่เริ่มบีบน้ำลายออกมาเพื่อทำรังที่สอง
เมื่อรังนกที่สองซึ่งไม่ดีเท่ารังแรกสำเร็จ
ก็มีีคนใจร้ายปีนบันไดไปเอามันมาอีก

นกตัวเมียรีบทำรังอันใหม่ด้วยน้ำลายซึ่งปนเลือด
นกตัวผู้ที่ฉลาดก็เริ่มใช้วัสดุอื่นแทนน้ำลายเช่นหญ้า
เมื่อรังที่สามสำเร็จ
คนใจร้ายก็ปีนบันไดสูงขึ้นไปเอารังของมันไปอีก
(ซึ่งมันคือรังนกที่ไม่ได้คุณภาพต้องคัดขนสัตว์และหญ้าทิ้ง)

และแล้วทั้งคู่ก็พบว่ารังนกหายไป
จึงต้องรีบทำรังใหม่อีกครั้ง รังนี้คือรังที่สี่
คนเก็บรังนกบางคนก็หาไม่เจอ นกก็ได้รังนี้คลอดลูกน้อย
แต่บางคนก็ยังหาเจอ ทำให้นกต้องสร้างรังที่ห้า
คนใจร้ายก็จะปล่อยรังที่ห้านี้ไว้ให้นกอยู่เพื่อคลอดลูก

จึงพบว่าบางครั้งนกทั้งคู่ต้องตกลงมาตายที่พื้นถ้ำเพราะรังนกไม่ดีพอ

คุณยังจะซื้อรังนกไปฝากแม่คุณอีกหรือ?
จากคนที่เคยไปดูวิธีเก็บรังนกที่ถ้ำมาแล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 14 +55 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
มาเล ก็ซื้อมาจากพี่ไทย แล้วไปขายให้กับจีน เพราะรังนกส่วนใหญจากไทย ส่งออกไปมาเล แต่ที่จริงน่าจะเลิกกินกันได้แล้ว สงสารนก กินน้ำต้มผักมีประโยชมากกว่าคับ
wiruch_20@hotmail.com
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 23 +37 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ธรรมชาติของนกนางแอ่น จะสร้างรังโดยใช้น้ำลายของตัวเอง โดยจะไม่ไปยุ่งหรืออาศัยรังตัวอื่นอยู่ การที่มนุษย์ไปเอารังมันมา เมื่อมันกลับมาไม่เห็นรังของมันมันก็จะไม่หลับไม่นอน พยายามสร้างรังมันใหม่ มนุษย์ก็ไปเอารังของมันมากินอีกเป็นวัฐจักรอย่างนี้ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการบินไปหากินแล้วกลับมาสร้างรังอยู่อย่างนี้ จนน้ำลายมันกลายสายเลือด มนุษย์ก็ยังไม่ยอมหยุดที่จะเอารังมันมาบริโภค เพราะเชื่อว่าเป็นของดีมีประโยชน์ ไม่รู้จักเวรกรรมกันบ้างเลย
เป้
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 18 +24 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
“ผู้ประกอบการหัวใสใช้อุจจาระของนกนางแอ่นมาผสมบ่มเพาะให้เป็นสีแดง ย้อมสีคล้ายรังนกเลือดแล้วนำออกวางขายในราคาที่แพงกว่า”
แม่ซึ้งใจ วันแม่ ลูกๆเอาขี้นกมาให้แม่กิน
DetroitMetalCity สมาชิก
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2014