หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรก CBiZ Review | ข่าวต่างประเทศ
ข่าวต่างประเทศ Telecom
เอชทีซีคางเหลือง หุ้นดิ่งต่ำสุดใน 4 ปี
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 8 สิงหาคม 2555 10:06 น.

Peter Chou ซีอีโอเอชทีเมื่อครั้งขึ้นเวทีเปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูล One

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
HTC One X

สัญลักษณ์เอชทีซี บริษัทสมาร์ทโฟนอันดับ 4 ของโลกที่ประสบภาวะหุ้นดิ่งต่ำสุดในรอบ 4 ปี

นักลงทุนหวั่นใจอนาคตของเอชทีซี (HTC) ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสัญชาติไต้หวันซึ่งประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 3 ลง ส่งผลให้มูลค่าหุ้นเอชทีซีดิ่งต่ำสุดในรอบ 4 ปี
       
       แม้เอชทีซีจะมีดีกรีเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับที่ 4 ของโลก และเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 2 ในเอเชีย แต่การแข่งขันดุเดือดในวงการสมาร์ทโฟนซึ่งมีแอปเปิลและซัมซุงเป็นผู้เล่นหลักทำให้เอชทีซีประกาศยอมรับว่าอาจทำยอดจำหน่ายลดลงในไตรมาส 3 ของปีนี้ (ก.ค.-ก.ย. 2012) โดยเชื่อว่ารายรับของบริษัทจะลดลงถึง 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
       
       สัดส่วนดังกล่าวเลวร้ายกว่าที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ ซึ่งทำให้มีแนวโน้มว่าเอชทีซีอาจต้องประกาศภาวะขาดทุนในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ทั้งหมดนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุน สะท้อนออกมาในรูปมูลค่าหุ้นที่ตกต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี โดยลดลง 7% ปิดที่ 240.50 เหรียญไต้หวัน ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2008
       
       ไมเคิล ออน (Michael On) กรรมการบริหารบริษัทวิจัยบียอนแอสเสตแมเนจเมนต์ (Beyond Asset Management) วิเคราะห์ว่า ความหวั่นใจของนักลงทุนเกิดจากทิศทางที่ไม่สู้ดีของเอชทีซี โดยเฉพาะแนวโน้มที่มองว่าเอชทีซีสามารถแข่งขันกับซัมซุงได้ยาก แม้เอชทีซีจะยังรักษาสถานะของบริษัทให้สามารถทำกำไรได้อยู่
       
       เอชทีซีมีอดีตเป็นผู้รับจ้างผลิตโทรศัพท์มือถือตามสัญญา (contract maker) ก่อนจะสามารถเติบโตก้าวกระโดดต่อเนื่องช่วงปี 2010 และ 2011 จนขึ้นชั้นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแถวหน้าของโลก ในช่วงเวลาดังกล่าวมูลค่าหุ้นของเอชทีซีสามารถดีดตัวเพิ่มขึ้น 3 เท่าในรอบ 14 เดือนจนทำนิวไฮได้ที่ 1,238.10 เหรียญไต้หวันช่วง เม.ย. 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่ยอดขายสมาร์ทโฟนเอชทีซีสามารถเติบโต 4 เท่าตัวเพราะความต้องการสมาร์ทโฟนทางเลือกของผู้บริโภค
       
       แต่ในวันนี้อิทธิพลของเอชทีซีเริ่มเสื่อมลง ในขณะที่ไอโฟนของแอปเปิลและสินค้าตระกูลกาแล็กซีของซัมซุงครองตลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้เอชทีซียอมรับความจริงแต่โดยดีจนประกาศปรับลดคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้ลง มูลค่ารายได้เบื้องต้นที่เอชทีซีคาดการณ์ใหม่คือ 7-8 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน (ราว 7-8 หมื่นล้านบาท)
       
       รายได้ที่เอชทีซีคาดว่าจะทำได้ในช่วง 3 เดือนถัดจากนี้นั้นน้อยกว่า 9.1 หมื่นล้านเหรียญไต้หวันที่เคยทำได้ในช่วงไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย. 2012) และน้อยกว่านักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะทำได้ 9.2 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน ตามการสำรวจของสถาบันทอมป์สันรอยเตอร์ส (Thomson Reuters)
       
       เหตุที่เอชทีซีปรับลดเป้าหมายรายได้ในไตรมาสนี้คือสมาร์ทโฟนตระกูลวันหรือ HTC One ที่มีแนวโน้มต้องสู้กับสินค้าดังอย่างกาแล็กซีเอสทรี (Galaxy S3) และกาแล็กซีโน้ตทู (Note 2) สมาร์ทโฟนใหม่ที่มีข่าวว่าซัมซุงจะเปิดตัวช่วงเดือน ก.ย. รวมถึงไอโฟนรุ่นใหม่ที่ถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า iPhone 5 ทั้งหมดจะแข่งขันอย่างรุนแรงมากในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้
       
       ภาพรวมของเอชทีซีที่ดูจะไม่สามารถรั้งอันดับกลุ่มผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนทำให้หุ้นของบริษัทถูกลดระดับความน่าเชื่อถือ โดยนักวิเคราะห์ในตลาดหุ้นดึงหุ้นของเอชทีซีมาอยู่ในกลุ่ม “ขาย” เพื่อแนะนำให้นักลงทุนเทขายออกเพื่อป้องกันการขาดทุนในอนาคต
       
       ทั้งหมดนี้นักวิเคราะห์เชื่อว่าเอชทีซีมีจุดอ่อนที่แบรนด์สินค้า เพราะแม้สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงของเอชทีซีอย่างเอชทีซีวันเอ็กซ์ (HTC One X) จะมีคุณสมบัติดีเยี่ยม แต่ผู้บริโภคจำนวนมากกลับมองข้ามไป เพราะแบรนด์ “วัน” ของเอชทีซีไม่หวือหวาเท่าคู่แข่งอย่าง “กาแล็กซี” หรือ “ไอโฟน” ซึ่งหากเอชทีซีไม่สามารถแก้ไขช่องโหว่นี้ได้ โอกาสในการยืนบนสมรภูมิสมาร์ทโฟนของเอชทีซีก็จะน้อยลง
       
       นักวิเคราะห์คาโรไลนา มิลาเนซี (Carolina Milanesi) จากการ์ทเนอร์ สำนักงานแคลิฟอร์เนีย อธิบายถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนปัจจุบันได้ยกระดับการต่อสู้ ซึ่งผู้เล่นจะไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดิมที่เคยทำสำเร็จเมื่อ 4 ปีก่อนมาจัดการคู่แข่งได้อย่างเคย แต่ผู้เล่นทั้งหมดต้องเปลี่ยนกลยุทธ์การต่อสู้เพื่อให้อยู่รอด
       
       วันนี้เอชทีซีเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก โดยบริษัทวิจัยไอดีซี (IDC) สำรวจพบว่าซัมซุงสามารถจัดส่งสมาร์ทโฟน 50.2 ล้านเครื่องสู่ตลาดโลกในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของซัมซุงเติบโตเป็นอันดับ 1 ที่ 33% ขณะที่ส่วนแบ่งของแอปเปิลมี 17% อันดับ 3 คือโนเกียซึ่งครองส่วนแบ่ง 6.6% สำหรับเอชทีซีถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 4 ส่วนแบ่งคือ 5.7% ลดลงจาก 11% ที่เคยมีในปี 2011
       
       อันดับ 5 คือแซตทีอี สัญชาติจีนที่สามารถเป็น 1 ใน 5 ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนระดับโลกได้เป็นครั้งแรก มีส่วนแบ่ง 5.2% เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่มี 1.8%
       
       Company Related Link :
       HTC

ข่าวล่าสุด ในหมวด
iPhone 5S ใกล้คลอด? เบสต์บายลดราคา iPhone 5 ลง 50 ดอลล์
Samsung Galaxy S4 ขายทะลุ 10 ล้านเครื่อง
ตกชั้น!! HTC หลุดโผ Top 10 แบรนด์สมาร์ทโฟน Q1 2013
Samsung ซุ่มทดสอบ 5G พร้อมรบปี 2020
ลือ Amazon ซุ่มสร้างสมาร์ทโฟนหน้าจอ 3 มิติ
5 อันดับข่าวยอดนิยมของหมวด
Samsung Galaxy S4 ขายทะลุ 10 ล้านเครื่อง
พาชมบรรยากาศงาน Thailand Mobile Expo 2013 Hi-End ท่ามกลางบรรยากาศ3Gที่ร้อนระอุ
สำรวจโปรโมชันสุดเด็ดในงาน “TME 2013 Hi-End” ก่อนเลือกซื้อของจริง
ทรูดึง 'เกิร์ลเจนฯ' แบรนด์แอมบาสเดอร์ 'True Beyond'
Review: Sony VAIO Duo 11 โน้ตบุ๊กแหวกแนว เขียนได้ ฟังเพลงแจ่ม
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แบ่งปันให้เพื่อน
จำนวนคนอ่าน 19347 คน จำนวนคนโหวต 5 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 3 คน
60 %
ไม่เห็นด้วย 2 คน
40 %
ความคิดเห็นที่ 12 +21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
1. หลงตัวเองมากเกินไป คิดว่าเป็นเบอร์ 1 เลยตั้งราคาขายแพงเว่อร์ๆเข้าไว้ โดยเฉพาะเมื่อ 3-4 ปีก่อน

2. ไม่สเปคเครื่องไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งเลย แถมยังกั๊กสเปคอีกต่างห่าง ในขณะที่คู่แข่งจัดเต็มๆ

มาแนวเดียวกับ โนวเกี๊ย โสวหนี้ ไม่มีผิด คือ หลงตัวเอง คิดว่า ลูกค้าเป็นทาส ทำออกมาแพงแค่ไหนลูกค้าก็ต้องซื้อ 55555
อย่าคิดว่าลูกค้าโง่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
1. ไม่แตกต่าง โดดเด่น หรือให้อะไรเจ๋งๆกับลูกค้า
2. ทั้งๆที่เป็นอย่างข้อ 1. แต่ยังกล้าตั้งราคาแพง เทียบรุ่นต่อรุ่นก็ยังแพงกว่า Sumsung

แล้วราคาหุ้นมันจะไม่ตกได้ยังไง สมัยช่วงที่ iPhone Galaxy ยังไม่ออกมา ตัว HD ขายตั้งเกือบ 30,000 เป็ยอย่างนี้ก็เลยติดมา แก้ยาก
pop
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แพงมาก สมัยประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ก่อนมี iphone ออกมาแต่ละรุ่นรุ่นใหญ่ไม่เคยต่ำ 3 หมื่น รุ่นกลางๆก็ 2 หมื่น คนถือน้อยเพราะแพง
พอ iphone ออกมาก็จอดสนิท
เคยคิดจะซื้อ touch pro
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ขายแพงกว่าชาวบ้านนิหว่า
จบเห่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาคือราคาเครื่องสูงกว่าความสามารถ เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น
อย่ามัวแต่ฟันเดี๋ยวจะเจ๊งก่อน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 21 +5 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ผมคนใช้งานทั่วๆ ไป เคยจับสินค้าของยี่ห้อนี้มาเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ เทียบยังไงก็แพงแบบไม่มีเหตุผลอยู่ดี ก็เลยไม่เคยคิดจะมองยี่ห้อนี้อีกเลยมาหลายปีแล้ว
อ้าว รู้อีกทีแย่แล้ว
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
 
คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ถ้าผู้บริหารเค้าฉลาดเหมือนคุณ คิดเหมือนคุณ หุ้นเค้าคงไม่ตกแน่นอน
...
 
ความคิดเห็นที่ 15 +4 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไม่คุ้มค่าเงินที่เสียไป
จบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 12 +21 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
1. หลงตัวเองมากเกินไป คิดว่าเป็นเบอร์ 1 เลยตั้งราคาขายแพงเว่อร์ๆเข้าไว้ โดยเฉพาะเมื่อ 3-4 ปีก่อน

2. ไม่สเปคเครื่องไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่งเลย แถมยังกั๊กสเปคอีกต่างห่าง ในขณะที่คู่แข่งจัดเต็มๆ

มาแนวเดียวกับ โนวเกี๊ย โสวหนี้ ไม่มีผิด คือ หลงตัวเอง คิดว่า ลูกค้าเป็นทาส ทำออกมาแพงแค่ไหนลูกค้าก็ต้องซื้อ 55555
อย่าคิดว่าลูกค้าโง่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 11 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เคยใช้แค่ Hero ตัวเดียว ผมว่าวัสดุ+งานประกอบดีนะ ออกแบบผมว่ามันก็แปลกตาดีนะ ไม่ได้สวย แต่ไม่โหล

แต่ราคาแพงมาก ใช้งานก็ง่ายนะ เพราะสมัยนั้น Sense UI ถือว่าดีสุดแล้ว

ข้อเสียคือตกรุ่นเร็ว แล้วเลิก support ไม่มี official rom ซะงั้น ทั้งๆ ที่ซื้อมาแพงมาก

หันไปเล่น Samsung แทนเพราะจ่ายพอกันแต่สเปคดีกว่าเยอะ แม้วัสดุจะไม่เนี๊ยบเท่าก็เถอะ
หรูกินแกลบ
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 10 +1 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ไปโฆษณาว่าเป็นแบรนด์ที่มียอดส่งซ่อมเทียบกำจำนวนยอดขายแล้วน้อยที่สุด... ก็แน่ล่ะเพราะคนใช้ยี่ห้อมรึงพอเจ๊งส่วนใหญ่เค้าก็ทิ้งเลย เพราะรู้แล้วว่ามันห่วย
ตามนั้น
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 9 +12 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
1. ไม่แตกต่าง โดดเด่น หรือให้อะไรเจ๋งๆกับลูกค้า
2. ทั้งๆที่เป็นอย่างข้อ 1. แต่ยังกล้าตั้งราคาแพง เทียบรุ่นต่อรุ่นก็ยังแพงกว่า Sumsung

แล้วราคาหุ้นมันจะไม่ตกได้ยังไง สมัยช่วงที่ iPhone Galaxy ยังไม่ออกมา ตัว HD ขายตั้งเกือบ 30,000 เป็ยอย่างนี้ก็เลยติดมา แก้ยาก
pop
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 7 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
สงสัย ได้กลาย เป็น ตำนาน ตาม อีริคสัน อีกราย
แถวบ้านเรียกใกล้เจ้ง
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 6 +11 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
แพงมาก สมัยประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ก่อนมี iphone ออกมาแต่ละรุ่นรุ่นใหญ่ไม่เคยต่ำ 3 หมื่น รุ่นกลางๆก็ 2 หมื่น คนถือน้อยเพราะแพง
พอ iphone ออกมาก็จอดสนิท
เคยคิดจะซื้อ touch pro
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 5 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ปัญหาคือราคาเครื่องสูงกว่าความสามารถ เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น
อย่ามัวแต่ฟันเดี๋ยวจะเจ๊งก่อน
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 4 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
HD2 คงเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้ยี้ห้อนี้ ลาก่อน
ปากหมา
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 3 +8 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
ก็ขายแพงกว่าชาวบ้านนิหว่า
จบเห่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
ความคิดเห็นที่ 1 +2 คลิกที่นี่หากท่านต้องการตอบกลับความคิดเห็นนี้ คลิกที่นี่หากท่านเห็นว่าความคิดเห็นนี้ขัดต่อกฎ กติกา มารยาท
เครื่องมีคุณสมบัติดีมาก วัสดุและงานประกอบก็ดีมาก

แต่ออกแบบได้กากสุดๆ หาความสวย ความหรูไม่ได้เลย
ลองออกแบบเหมือน G-Net สิ รับรอง แซงไอโฟนแน่
คลิกที่นี่หากท่านสนับสนุนความเห็นนี้   คลิกที่นี่หากท่านไม่สนับสนุนความเห็นนี้
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
5. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ cs@astvmanager.com หรือ cs.astvmanager@gmail.com ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบ และลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด หรืออย่างช้าภายใน 3 วันทำการ
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ทางผู้จัดการออนไลน์ได้ปรับปรุงระบบการกรองคำให้เข้มงวดยิ่งขึ้น กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง
แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
โชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่แสดงความเห็น เพียงเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟซบุก กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

ชื่อ/e-mail ของคุณ : *
 
 *
  กฎกติกาการแสดงความคิดเห็นฉบับเต็ม
 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์ | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | iBiz Channel | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Public Law | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | ติดต่อเรา
Privacy, Disclaimer and Intellectual Property Policy
All site contents copyright ©1999-2013